รายงานการประชุมกรรมการมูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ ครั้งที่ 1/2556

มูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ เป็นมูลนิธิของประชาชน เพื่อประชาชน และขับเคลื่อนโดยประชาชน บูรณาร่วมกับภาครัฐและสภาบันการศึกษา

รายงานการประชุม กรรมการมูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์

ครั้งที่ 1/2556

วันอังคารที่ 15 มกราคม 2556

เวลา 14.00-16.30 น.

ณ มูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ

388 ชั้น 7 เอสพีอาคารบี ถนนพหลโยธิน กรุงเทพฯ

กรรมการผู้เข้าร่วมประชุม

1. ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์     ประธานกรรมการ

2. ดร.อนุชา เล็กสกุลดิลก  รองประธานกรรมการ

3. นายกิตติ คัมภีระ    รองประธานกรรมการ

4. น.สพ.สมชัย วิเศษมงคลชัย  รองประธานกรรมการ

5. นายธวัชชัย แสงห้าว  รองประธานกรรมการ

6. ดร.วีรชัย วงศ์บุญสิน    กรรมการและกรรมการที่ปรึกษา

7.รศ.ดร.อัศนีย์ ก่อตระกูล    กรรมการและกรรมการที่ปรึกษา

8.นางโสทรินทร์ โชคคติวัฒน์  กรรมการ

9.นายสยาม เศรษฐบุตร    กรรมการ

10. นายทำนอง ดาศรี  กรรมการ

11. นายชนินท์ ธำรงวิทวัสพงค์    กรรมการ

12. ผศ.ชัยธนัตถ์กร ภวิศพิริยะกฤติ   กรรมการ

13. นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์    กรรมการ

14. ดร.บันลือศักดิ์ ปุสสะรังษี    กรรมการและเหรัญญิก

15. ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท  กรรมการและเลขาธิการ 

16. น.ส.จิตรลดา ลียากาศ  ผู้ช่วยเลขาธิการ

กรรมการผู้ลาประชุม

1.ดร.ธรรมชัย เชาว์ปรีชา  รองประธานกรรมการ

2.นายฉัตรชัย มงคลวิเศษไกวัล  กรรมการและกรรมการที่ปรึกษา

3.นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล  กรรมการและกรรมการที่ปรึกษา

4.นายสามารถ ดวงวิจิตรกุล  กรรมการ

5.นายพัฒนศักย์ ฮุ่นตระกูล  กรรมการ

6.นายวิสูตร เทศสมบูรณ์  กรรมการ

7.นายกรพชร สุขเสริม    กรรมการ

ผู้เข้าร่วมประชุม

1.นายกิตติ  ชยางคกุล  ที่ปรึกษาด้านวิชาการมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ

2.นายสุภวัส วรมาลี  ที่ปรึกษาด้านวิชาการมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ

3.นายวรวุฒิ โตมอญ  ที่ปรึกษามูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ

4.นายโยธิน ณ ระนอง   สมาชิกสมาคมผู้บริโภค

5.นายขวัญชัย  ไทยภิรมย์   นายกสมาคมคุ้มครองสิทธิประโยชน์ประชาชน

6.น.ส.พิชญามณญ์ วงษ์สถิต   กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีเอ็นจี พาวเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนลจำกัด

7.นายเกรียงไกร ภูวณิชย์  Executive Government Program IBM Thailand Company Limited

วาระที่ 1 เรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ

ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ประธานกรรมการมูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ได้กล่าวเปิดประชุมและขอบคุณคณะกรรมการและแขกผู้มีเกียรติที่ได้สละเวลาเข้าร่วมประชุมเพื่อสนับสนุนการพัฒนามูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ให้มีความเจริญก้าวหน้าตามวัตถุประสงค์ของศบม.เพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างยั่งยืนประธานกรรมการได้ให้คำแนะนำแก่คณะกรรมการสรุปได้ดังนี้

1.วันนี้เป็นการพบกันเพื่อทบทวนความคืบหน้าการดำเนินงานของมูลนิธิ สรุปกฎระเบียบ และแผนการทำงานร่วมกัน ซึ่งจากประสบการณ์ที่ได้ทำงานมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศมาเป็นเวลานาน พบว่า ถ้าเราทำด้วยความโปร่งใส มีเจ้าหน้าที่ดูแลเรื่องการเงิน และมีความโปร่งใสในการบริหารจัดการ ก็จะทำให้การดำเนินงานของมูลนิธิบรรลุเป้าหมายได้ ทั้งนี้ ควรเน้นวิธีการทำงาน โดยเมื่อมีกรรมการ และมีทรัพยากรแล้ว ต้องมีผลงาน และสร้างอิทธิพลต่อสังคม ในฐานะที่ทำงานมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศมานาน จึงอยากให้กำลังใจทุกคน และจะสนับสนุนทุกอย่างที่ ศบม.นี้ต้องการ งานส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับศักยภาพของพวกเราทุกคน การทำงานควรเป็นบรรยากาศในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน หารือกัน ตกลงกันแล้วทำ เพราะโครงการต่างๆที่จะเกิดขึ้น ต้องสร้างผลกระทบต่อสังคมของเราให้ได้

2. ส่วนในการดำเนินงานนั้น ขอให้กำหนดทิศทางให้ชัดเจน ถ้ามาทำงานด้วยความรู้สึกอยากทำประโยชน์ มีแรงบันดาลใจ จะมีโอกาสประสบความสำเร็จสูง ทั้งนี้ ในปัจจุบันมีช่องว่างและโอกาสที่เราสามารถฉกฉวยมันได้ อยากให้ทุกคนให้ความเห็นที่ปฏิบัติได้ อยากให้มีกรรมการบริหาร โดยต้องเน้นคนมีความรู้ ใช้ปัญญาบริหารจัดการ การประชุมครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของปี ดังนั้นทุกเรื่องที่เราสรุปต้องมีคนดำเนินการต่อ โดยมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศสามารถให้ยืมทรัพยากรมนุษย์บางคนได้ เช่น จัดการประชุม ทำเอกสาร แต่เราต้องหาทรัพยากรหรือความช่วยเหลือที่ไม่ใช่ตัวเงิน ถ้าไม่มีก็ต้องนำอาสาสมัครมาทำงาน

3. เนื่องจากปีนี้ เป็นปีที่ศบม.ต้องดำเนินการเต็มตัว ดังนั้นใน 3 เดือนข้างหน้า กรรมการชุดนี้ควรวางแผนว่าจะเปิดตัวอย่างไร ส่วนเงินก็ต้องระมัดระวังเพราะมีความเสี่ยง ถ้าเราเปิดตัว เราก็ต้องมีความสามารถในการดึงเอาสปอนเซอร์เข้ามา  จากประสบการณ์ที่เคยทำงานที่สถาบันทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ เราจะเปิดตัว Big Bang ถ้าเราเงียบๆและทำการฝึกอบรมก็ไม่ประสบความสำเร็จ ทั้งนี้ยินดีจะช่วยโครงการนี้ อยากให้ทุกคนคิดถึงการเปิดตัว โดยควรจัดระดับชาติ ซึ่งคุณพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุลได้ให้คำแนะนำแล้วว่า อีก 20ปีข้างหน้า ควรถามว่าคุณสมบัติของทุนมนุษย์ที่พึงประสงค์ของประเทศเป็นอย่างไร

4.การพยายามที่จะมีสมาชิกและเครือข่ายเพิ่มขึ้นเป็นสิ่งที่ดี อย่างไรก็ตาม ในตอนแรก จะให้มูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ (ศบม.)ทำงานคู่กับมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศไปก่อน เราควรดูว่ามีกิจกรรมอะไรที่จะทำได้ ซึ่งในโลกปัจจุบัน แทนที่จะจัดโครงการฝึกอบรมหรือกิจกรรมต่างๆ ควรทำวิจัยและการให้คำปรึกษา โดย ควรดูตัวอย่างจาก สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(TDRI) เวลารับผิดชอบวิจัยก็ทำเหมือนธนาคารโลก นำตัวเลขกว้างๆมาดูแต่ไม่สามารถนำผลงานวิจัยไปแก้ปัญหาได้ เราเป็นกึ่งระดับจุลภาค ไม่ใช่นักวิชาการเท่านั้น เราเป็นคนในสาขานี้ กิจกรรมในพันธกิจคือวิจัยและควรมีการให้คำปรึกษาเข้าไปด้วย วันนี้เราต้องเปิดตัว Big Bang ให้มีผลกระทบพอสมควร ใครเป็นผู้ลงทุน อย่ามีปัญหาเรื่องเงิน ควรนำมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทามาร่วมด้วย สำหรับเรื่องเงินทุนดำเนินการนั้น เนื่องจาก ศบม.ควรเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ดังนั้นควรมีมูลนิธิต่างประเทศมาช่วยเหลือ ทั้งนี้ต้องตั้งเป้าหมายไว้ว่า ในอีก 2 ปีข้างหน้า องค์กรเราต้องอยู่รอดก่อนและมีความสามารถในการหาเงินทุนมาใช้จ่าย

5.สำหรับกลุ่มเป้าหมายของคนที่จะพัฒนานั้น ควรดูแลประชากรวัยทำงานอายุประมาณ 30-40 ปี และแรงงานที่จะเข้าตลาดแรงงานเช่น นักศึกษาปีที่ 3 และ 4 ด้วย

วาระที่ 2 เรื่องความคืบหน้าในการดำเนินการ

ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ ได้รายงานความคืบหน้าการดำเนินการต่อที่ประชุมว่า ได้จดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิเรียบร้อยแล้ว รายละเอียดอยู่ในเอกสารชุดที่แจกในที่ประชุม

(1) ในระยะที่ผ่านมา กรรมการได้มีการประชุมกลุ่มย่อยที่จะหาจุดให้ทุกคนเข้าใจได้ง่ายที่สุด มีการประชุมมาแล้ว 2-3 ครั้ง มีการหารือเรื่อง SWOT และแผนงานมาแล้ว ซึ่งจะได้พิจารณาร่วมกันในวาระที่ 3โดยในการประชุมครั้งล่าสุดที่ซีพี คุณพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุลอาสาจะเบิกโรงให้โดยไปติดต่อกับสสว. ซึ่งขณะนี้สสว.ได้ตกลงเรียบร้อยแล้วว่าจะให้มูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ดูแลธุรกิจบริการ

(2) ในด้านจำนวนสมาชิกของมูลนิธินั้น ปัจจุบัน มีบุคคลธรรมดาเป็นสมาชิกร้อยกว่าราย โดยได้จากการไปจัดสัมมนาที่โรงแรมเอเชียแอร์พอร์ต

(3)ในด้านการวางแผนการดำเนินงานนั้น องค์กรเราเน้นคน สร้าง Supplier ก่อน ผู้บริหารต้องนำทรัพยากรมนุษย์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ คนไทยมีแค่ร้อยละ 5 ที่เป็นผู้มีโอกาสและเอาตัวรอดได้ เราต้องนำร้อยละ 95 ให้ค้นพบและมีความสุขในการทำงาน มีเวทีให้เขา วิเคราะห์คนแล้วนำคนมาสร้างศักยภาพ ทุกคนต้องช่วยกันบูรณาการ เราควรสร้างคนเป็นลูกจ้างและเจ้าของธุรกิจโดยใช้คน 3 รุ่นมาร่วมทำ ต้องรวมถึงผู้ประกอบการด้วย บางอย่างต้องปูพื้นมาแต่เด็ก เราคิดถึงคนในอนาคตข้างหน้า

(4) สำหรับเงินทุนในการดำเนินงานของมูลนิธินั้น ต้องมีการตั้งกรรมการจัดหาทุน และทุกโครงการต้องมีเงินจึงจะดำเนินการได้ ทั้งนี้ศบม.ไม่ได้มีหน้าที่เพียงให้การฝึกอบรมเท่านั้น ควรทำงานวิจัยตามที่ประธานศบม.ได้แนะนำไว้ด้วย สิ่งสำคัญคือหาผู้นำในแต่ละกลุ่มขับเคลื่อนเป็นเครือข่าย แล้วเงินจะมาเอง

วาระที่ 3 เรื่องพิจารณากำหนดแผนการดำเนินงานของศบม.

3.1 การวิเคราะห์ SWOT

เลขาธิการ ได้รายงานต่อที่ประชุมว่า ในระยะที่ผ่านมาได้มีการประชุมหารือเรื่องแผนการดำเนินงานเบื้องต้นมาบ้างแล้ว โดยขอความกรุณา 3 ท่านคือ คุณธวัชชัย แสงห้าว รองประธานกรรมการมูลนิธิ ดร.อนุชา เล็กโตสกุล รองประธานกรรมการมูลนิธิ  คุณกิตติ คัมภีระ รองประธานกรรมการมูลนิธิช่วยดูและ ที่ปรึกษารศ.ดร.อัศนีย์ ก่อตระกูล กรรมการและกรรมการที่ปรึกษา เรื่องนี้ต้องมีการทำความเข้าใจให้ชัดเจน คุณธวัชชัย แสงห้าวได้ทำข้อมูลไว้พอสมควรแล้ว ดร.อนุชา เล็กโตสกุลก็มีข้อเสนอแนะมา จะขอให้คุณธวัชชัย แสงห้าวนำเสนอ

นายธวัชชัย แสงห้าว รองประธานกรรมการมูลนิธิ ได้นำเสนอว่า มูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ (ศบม.) เริ่มจากกลุ่มแรกคือ กลุ่มที่มูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ (ศบม.) ต้องเข้าไปช่วยเหลือ บุคลากรในประเทศไทยมีความต้องการพัฒนาตนเอง ในปัจจุบันอาจจะขาดศักยภาพ ในส่วนองค์กร ก็ต้องการความอยู่รอดและการเจริญเติบโต  ก็ต้องการที่ปรึกษา ตรงนี้เป็นความต้องการของมูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ (ศบม.) เราจะมีองค์กรและบุคลากรที่มีความพร้อมและความสามารถ ต้องการจะช่วยเหลือสังคม องค์กรที่เข้มแข็งมีการเจริญเติบโต มีความพร้อมและพันธมิตร มูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ (ศบม.) ทำหน้าที่ให้ 2 ส่วนนี้มาประสานงานบูรณาการ องค์กรมีงบประมาณ มีพันธกิจพัฒนาทุนมนุษย์ในภาคต่างๆ มูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ (ศบม.) ทำหน้าที่ในการตอบโจทย์กลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือด้านต่างๆ โดยบูรณาการทุกภาคส่วนที่ต้องการความช่วยเหลือ ช่วงแรกๆ อาจจะเน้นภาคเอกชนก่อนก็ได้

พันธกิจมูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ (ศบม.) ต้องผลักดันความเป็นเลิศ บูรณาการต่างๆ  จะมีส่วนที่เป็นภาคสังคมอยู่ เช่นศาสนา สังคมสงเคราะห์ องค์กรการกุศล นี่คือวิสัยทัศน์  บูรณาการบริหารจัดการพัฒนาทุนมนุษย์เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของประเทศ ความต้องการไม่ว่าจะเป็นฝ่ายบุคลากร พนักงาน ผู้ประกอบการ มีความต้องการอย่างไร องค์กรภาคเอกชน องค์กรอิสระ พันธกิจของเขาอาจต้องการความช่วยเหลือหรือเครือข่าย ทางมูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ (ศบม.) จะทำการประสานโดยมีโครงการต่างๆ เช่น จัดสัมมนา วิจัย กิจกรรมเพื่อตอบโจทย์ความต้องการขององค์กรที่เป็นสมาชิก เรามีกรรมการ มีองค์กรพันธมิตร มูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ (ศบม.) พัฒนามาจากศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ (ศบม.) ที่เริ่มมาตั้งแต่ปี 2551 มีการประกาศรับสมาชิกแล้ว มีสมาชิกที่เป็นนิติบุคคลที่ลงทะเบียนมาแล้ว 8 องค์กร บุคคลธรรมดา 43 ราย รวมทั้งบุคคลนอกสมาชิก 100  กว่าคน

คุณธวัชชัย แสงห้าว รองประธานกรรมการมูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ ได้นำเสนอเพิ่มเติมว่า ในปี 2551 มูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ (ศบม.) ได้เคยจัดเสวนา "ฅน...ทางรอดธุรกิจโรงแรม SMEs" ในปี 2552 ร่วมกับหลายองค์กรจัดโครงการสัมมนา “เจาะลึกกลยุทธ์การทำตลาดแนวใหม่สำหรับโรงแรม SMEs” และจัดโครงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในภาคการท่องเที่ยวของประเทศลาวร่วมกับมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ ในปี 2553 ได้จัดโครงการประชุมนานาชาติด้านการท่องเที่ยวในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงร่วมกับมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ และมีกิจกรรมต่อเนื่องในปีที่ผ่านมา

ในการกำหนดกลยุทธ์ ได้มีการวิเคราะห์ SWOT ขององค์กรในแง่เรามีความเข้มแข็ง มีเครือข่ายหลาย Sector ผู้เกี่ยวข้องยินดีให้ความช่วยเหลือ มูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ (ศบม.) ยังไม่มีสำนักงาน บุคลากร ทรัพยากร ส่วนภัยคุกคามก็คือ มีองค์กรที่มีลักษณะคล้ายองค์กรนี้อยู่มากทั้งในภาครัฐและเอกชน จากการวิเคราะห์ SWOT แบบเจาะลึกพบว่า Stakeholders ที่เกี่ยวข้องกับ มูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ (ศบม.) มีมากมาย ชุดแรกคือผู้รับบริการหรือความช่วยเหลือจากมูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ (ศบม.) ผู้ประกอบการต้องการอยู่รอด เข้มแข็ง พนักงานต้องการเก่งงาน เก่งคน นักศึกษาผู้ว่างงาน ก็ต้องเสริมสร้างคุณภาพการทำงาน ประชาชนและสังคมก็ต้องการความรู้ ข้อมูลข่าวสาร องค์กรชุมชนก็ต้องการความเข้มแข็งบรรลุวัตถุประสงค์แต่ละองค์กร เมื่อมาพบกับมูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ (ศบม.) แล้วก็ต้องมาร่วมทำงาน วิจัย มีงบประมาณค่าใช้จ่ายบ้าง

ในแง่ของผู้ให้ เช่นผู้ประกอบการที่มีความพร้อม จะได้ชื่อเสียงที่เพิ่มขึ้นในสังคม ตอบโจทย์ปรัชญาชีวิตของเขาที่จะช่วยเหลือสังคมหรือได้อาชีพเสริม นักวิชาการหรือวิทยากรที่มาช่วยเหลือสังคมมีรายได้เพิ่มขึ้น องค์กรอิสระที่มาช่วย ก็บรรลุสิ่งที่เขาต้องการ แต่สิ่งที่ต้องเสียคือเวลาและงบประมาณ

วิสัยทัศน์ขององค์กร คำว่า บูรณาการหมายถึง มูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ (ศบม.) ต้องรวบรวมประสานสร้างค่านิยมร่วมให้คนที่มาร่วมกับเราหรือรับความช่วยเหลือ ได้บูรณาการทุกสิ่งโดยใช้การบริหารจัดการ 4M คือ Man, Material, Method และ Money ซึ่งเราจะใช้พัฒนาทุนมนุษย์ให้มีประสิทธิภาพคือ ความเข้มแข็ง เจริญเติบโตก้าวหน้าในวิชาชีพมีงานทำ

กลยุทธ์มูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ (ศบม.) คือมุ่งพัฒนาเครือข่ายต่างๆไม่ว่าจะเป็นการจัดเวทีเพื่อให้มีเครือข่ายมากขึ้น เพื่อรวบรวมบุคลากรที่มีความพร้อม รวมทั้งวิธีการบริหารจัดการต่างๆไม่ว่าจะเป็นระบบกระบวนการต่างๆเพื่อที่จะส่งเสริมการพัฒนาทุนมนุษย์ ต้องมีการพัฒนาความรู้ทักษะให้กลุ่มที่เราไปช่วยเหลือเขาทั้งทักษะการบริหารจัดการภาวะผู้นำ ขีดความสามารถในการปฏิบัติงานในแต่ละสายอาชีพให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันและโลกอนาคต นี่เปรียบเสมือนสินค้าหรือบริการของมูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ (ศบม.) เราต้องมีความเข้มแข็ง มีโครงสร้างองค์กร ทั้งด้านบุคลากร กระบวนการเทคโนโลยีผลักดันให้บรรลุพันธกิจมูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ (ศบม.)

3.2 แผนปฏิบัติการปี 2556 มีดังต่อไปนี้

3.2.1.พัฒนาเครือข่ายเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็ง เราก็จะจัดกลุ่มเครือข่ายในระดับผู้บริหารระดับสูง ผู้จัดการ ผู้นำ ผู้เชี่ยวชาญองค์กรที่เข้มแข็ง องค์กรที่มีพันธกิจหรืองบประมาณ ตรงนี้เราต้องพัฒนาขึ้นมาให้ได้ วิธีการอาจมีหนังสือเชิญ ใช้เว็บไซต์ เฟซบุ๊ค และกิจกรรมต่างๆ ต้องมีการมอบหมายผู้รับผิดชอบและงบประมาณ ต้องมีจำนวนเครือข่ายให้ครบทุกกระบวนการ ต้องเลือกธุรกิจที่เราเน้น เมื่อเรามีความพร้อมของบุคลากรที่จะมาช่วยเหลือ เราก็ต้องหาสมาชิกเพื่อหาความต้องการที่แท้จริงของผู้ประกอบการ ผู้ว่างงาน ประชาชน ชุมชน องค์กรต่างๆ ตัวชี้วัดคือจำนวนสมาชิก ความต้องการของธุรกิจต่างๆที่เราเน้น

3.2.2.พัฒนาโครงการเพื่อที่จะหารายได้เข้ามูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ (ศบม.) อาจจัดทำเป็น Executive Focus Group เพื่อหาความต้องการที่แท้จริงหรือกิจกรรมต่างๆเช่น Event, Executive Sharing จัด Site Visit นำสมาชิกไปเยี่ยมสมาชิกที่มีความเข้มแข็ง ต้องมีสำนักงานและเครือข่ายมาช่วยปฏิบัติงาน ต้องมาเริ่มก่อนว่า ธุรกิจที่มูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ (ศบม.) จะเน้นคืออะไร ธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจอาหารหรือธุรกิจต่างๆ ถ้าไม่ Focus ทำให้เราเริ่มต้นได้ยาก

3.3 การอภิปรายของที่ประชุม

3.3.1 ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ประธานกรรมการมูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมดังต่อไปนี้

(1) ประสบการณ์ของคุณธวัชชัย แสงห้าว รองประธานกรรมการมูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์และทีมงานถือว่าผ่านมามาก วิสัยทัศน์ควรมีการทำงานระหว่างประเทศด้วย จะได้พัฒนาทุนมนุษย์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ  

(2) นอกจากแผนหลักตามข้อเสนอของคุณธวัชชัยแสงห้าวและคณะแล้ว เห็นว่า สิ่งที่ต้องทำก่อนคือการเปิดตัวมูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ให้สาธารณะรู้จัก ถ้า Big Bangเป็น Dinner Talkก็ดี ดูผ่อนคลายกลางวันดูเป็นทางการเกินไป คุณพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล ได้แนะนำไว้คือผู้บริหารระดับสูงสุดจริงๆ โดยจะจัดประมาณเดือนพฤษภาคม

(3) สำหรับงานที่ ศบม.จะร่วมมือกับมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศนั้น ในปีนี้ มูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศจะทำโครงการ ICT กับ Service Sector ในกลุ่มประเทศ GMS ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุทเสนอให้ทำให้ภาคเกษตร ขนส่ง บริการสุขภาพและท่องเที่ยว งบส่วนหนึ่งมาจากกระทรวงการต่างประเทศ อีกส่วนหนึ่งมาจากกระทรวงไอซีที ศบม.ก็จะเป็นเจ้าภาพร่วมด้วย เรายังไม่ต้องทำอะไรเพราะมี Platform อยู่แล้ว อนึ่ง อยากให้รศ.ดร.อัศนีย์ ก่อตระกูลแนะนำโครงการที่ศบม.อาจทำร่วมกันได้ เช่น โครงการที่เน้นภาคราชการ E-learningหรือ ICTไม่ได้เน้นแค่ Technical Skillแต่เน้นผู้บริหาร ถ้าจะบริการประชาชน ต้องเน้น Non-ICTถ้าได้โครงการนี้มาก็ทำได้เลย โครงการที่ดร.วีรชัยวงศ์บุญสินเสนอมาก็น่าจะทำได้ รถยนต์มีจังหวะดีเพราะรถยนต์มีมาก ต้องมีบริการมาก นอกจากท่องเที่ยวแล้ว ธุรกิจรถยนต์ก็มีศักยภาพมาก เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ได้ทำงานเป็นประธานคณะอนุกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ที่กระทรวงพาณิชย์หลายท่านที่ประชุมในห้องนี้ก็เป็นอนุกรรมการชุดนี้ เรื่อง Service Sectorกับเรื่องคนเป็นเรื่องที่ใกล้กันแล้ว แต่ก่อน ถ้าไม่มีหน่วยงานอย่างเราเข้าไปแทรกแซง ก็จะทำได้ช้า เช่น ภาคอุตสาหกรรมเสนอให้กระทรวง ทบวงมหาวิทยาลัยทำหลักสูตรแบบนี้ บางที 3 ปี ยังไม่ได้ทำ วันนี้ เห็นช่องทางที่จะทำแล้ว สิ่งที่รศ.ดร.อัศนีย์ ก่อตระกูลและดร.วีรชัยวงศ์บุญสินยกตัวอย่าง มักมีธุรกิจขึ้นมาเพราะฉะนั้น ความต้องการอยู่ที่ Demand Sideไม่ใช่Supply Sideเราตั้งมูลนิธินี้ตาม Supply Sideที่เหนื่อยกว่านั้นคือความสำเร็จ จากประสบการณ์การเป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิมา 2 ครั้งแล้ว ก็ทราบว่าทุกท่านมีความพยายามสูงมาก ขอให้รักษาความพยายามนี้ ตอนที่ตั้งมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศยังไม่มีความหลากหลายทางความคิด สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้คือ คนที่มาเป็นคณะกรรมการมีความหลากหลายทางความคิด ต้องสร้างแบรนด์และดำเนินงานให้ประสบความสำเร็จ เราอาจจะไปช่วยพัฒนาความสามารถในการแข่งขันให้ภาคธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับและสิ่งทอ รวมทั้งภาคธุรกิจอื่นๆที่ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุทเสนอ สิ่งสำคัญคือต้องมีความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม ล่าสุดได้มีการทำวิจัยพบว่า การออกแบบเฟอร์นิเจอร์ทำให้ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์อยู่รอด ซึ่งมาจากความคิดสร้างสรรค์ของทุนมนุษย์ นอกจากนี้เจ้านายต้องบริหารคนเก่งได้ ปลูกอย่างเดียวไม่ได้ ต้องเก็บเกี่ยวศักยภาพให้ได้ ขอให้รศ.ดร.อัศนีย์ ก่อตระกูลดูแลศบม. ถ้ามีโครงการที่เราสามารถทำได้สักเรื่องเกี่ยวกับราชการก็ยิ่งดี

3.3.2 นายกิตติ คัมภีระ รองประธานกรรมการกล่าวว่า สิ่งท้าทายคือเรื่องค่าแรง 300 บาท ทำให้เกิดผลอะไรบ้าง ทุนมนุษย์ต้องมีคุณสมบัติอย่างไรจึงจะสมดุล ตอนที่อยู่สถาบันคีนันได้ทำมาแล้วมีการติดตามอย่างต่อเนื่อง เคยสัมภาษณ์นักเรียนทุนกพ. นับวันที่จะหลุดพ้นการใช้ทุนและขาดจิตสาธารณะ

3.3.3. ดร.วีรชัย วงศ์บุญสิน กรรมการและกรรมการที่ปรึกษา กล่าวว่า ขอยกตัวอย่างกรณีที่พร้อมที่จะทำคือธุรกิจยานยนต์ มี Demand ผู้จบอาชีวะสูงแต่ นักเรียนอาชีวะไม่เข้าเรียน พ่อแม่ไม่ส่งลูกเข้าเรียนโรงเรียนอาชีวะ คนเรียนจบอาชีวะว่างงานต่ำกว่าปริญญาตรี มีรายได้พอๆกัน แต่พออายุมากขึ้นก็จะว่างงานมากขึ้น ทุก Dealer รถมีปัญหา ทำอย่างไรให้บุคลากรอาชีวะมีรายได้สูงกว่าปริญญาตรีเมื่อมีอายุ 40 ปี ประชากรเปลี่ยนแปลง ยุคหน้าเป็น Baby Bonus มีลูกมาก มีโบนัสจากรัฐบาล ธุรกิจยานยนต์ Supply ขาด ต้องตีโจทย์ให้แตก Supply ไปให้เขา ธุรกิจยานยนต์มีรายเล็กคืออู่ซ่อมรถหรือช่างทำสี ทำอย่างไรให้เขาเข้ามาสู่ระบบนี้ นักเรียนอาชีวะไม่ยอมเข้าบริษัทใหญ่ๆเพราะมีอิสระ ผมพร้อมจะเป็นคนกลางให้ธุรกิจยานยนต์ ถ้าเรามีความโปร่งใส ก็ทำได้แน่นอน ทำอย่างไรให้เขาใช้มูลนิธิเรา แต่ละค่ายรถไม่เชื่อใจกันว่าข้อมูลจะหายไป เราต้องทำงานบนความไม่ไว้ใจของเขา แต่มีผลประโยชน์ร่วมกัน ธุรกิจยานยนต์มีศักยภาพพอ

สำหรับประเด็นนี้ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ประธานกรรมการมูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์กล่าวว่า ถ้าเรื่องยานยนต์มีประโยชน์ก็อาจตั้งศูนย์เล็กๆ มาศึกษาได้ ต้องมีเป้าหมายไปเปลี่ยนแปลงทุนมนุษย์ไทยและต่างประเทศในอาเซียนด้วย ถ้าวางตำแหน่งทางการตลาดสูง ก็จะดึงความเป็นเลิศออกมา

3.3.4. ดร.อนุชา เล็กสกุลดิลก รองประธานกรรมการ กล่าวว่า เราแลกเปลี่ยนกันมา ค่อนข้างจะชัดที่สุด สิ่งที่คุณธวัชชัย แสงห้าวนำเสนอเป็นยุทธศาสตร์ 3-4 ข้อ เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ใครมาเป็นสมาชิกก็เป็นเครือข่ายแม่และเครือข่ายผู้ร่วมกิจกรรมทั้งด้านผู้ให้และผู้รับ นอกจากนี้ควรมีเครือข่ายที่ไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิกศบม.เช่นเครือข่าย Resource Person ถ้าจะพัฒนาคนให้ไปเสริมธุรกิจยานยนต์ในประเทศไทย ให้เขาเป็นวิทยากร เราอาจทำเป็น Resource Short list ของเราได้ ส่วนเรื่องเงินทุน ก็สามารถบอกได้ว่าจะเลือกใคร ภารกิจที่เราควรจะทำได้ในอนาคตคือวิจัย มีกิจกรรมการกุศลบางอย่างที่ไม่แน่ใจว่าพร้อมจะทำหรือไม่คือการจัดกอล์ฟการกุศล โบว์ลิ่งการกุศล เป็นการหาเงินและประชาสัมพันธ์ ควรทำแผนระยะ 5 ปี ทำกิจกรรมไตรมาสละครั้งตลอดปีแรกๆน่าจะพอไปได้ สำหรับเรื่อง Product นั้น เรามีมาก แต่ต้องสร้างความแตกต่างจากที่อื่น เรามีเครือข่ายมากแต่อาจเป็นแบบหลวมๆ  มูลนิธิเราเริ่มต้นจากคนในแวดวงการท่องเที่ยวและทำได้ไม่กี่ปี ก็มีคนในแวดวงไอทีเข้ามา เราพยายามจะทำในช่องว่าง 2 อันนั้น ต่อมาเรามีคนหลากหลายมากขึ้น แต่สิ่งที่เป็นจุดยืนและจุดร่วมกันอยู่คือเรากำลังพูดถึงมนุษย์ที่จะพัฒนามนุษย์ ให้อยู่ดีมีสุข มีคุณภาพ  ควรทำในสิ่งที่มี Impact เราจะพยายามหาคนเก่งมาทั้งหมด แต่มันเป็นเรื่องยากเพราะแต่ละคนไม่มีเวลา  พอเราจะไปปิดช่องว่าง ก็ไม่สามารถทำได้ พวกที่อยู่ใน Resource Person Short list ต้องมาระดมสมองกับเรา เราเชิญเขามาเป็นวิทยากรแล้วอาจให้ค่าวิทยากรลดลง ส่วนที่เกินมาก็ยกให้สังคม ควรเริ่มจากการกำหนดโจทย์ตอนแรก 1-20 โจทย์ แล้วตั้งทีมเล็กๆ 2-3 คนไปสืบค้นกันมา หาช่องว่างแล้วจัดกิจกรรมร่วมกัน อาจจะนำคน 2-3 คนมาทำวิจัยเล็กๆเรื่องการเติบโตของธุรกิจยานยนต์ จะหาวิทยากรจากที่ไหน อาจจัดการตลาดในกำลังงบประมาณที่เรามีอยู่ไตรมาสละเรื่อง ปีนี้อาจทำ 2 เรื่อง ทำให้เขาเห็นว่าเป็นศบม. ที่สามารถเข้าไปแทรกอยู่ในเข็มทิศของเขา แล้วมันจะขยายและพัฒนาขึ้น

3.3.5. นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ กรรมการ กล่าวว่า ในการกำหนดแผนการดำเนินงาน ควร Focus เชิงลึกเป็น Sector หรือ Issues บางทีโอกาสรออยู่ แต่เราไปปิดมัน ทุกกระทรวงมีปัญหา  ขาดบุคลากรที่มีคุณภาพ กพ.ไม่ได้พัฒนาคน คนเกษียณออกมามาก หาคนไปทำงานแทนไม่ได้ ถ้าเรามองกระทรวงแรงงาน ไม่มีใครดูบริบทอาเซียนอย่างถ่องแท้ แต่เราฟังจากโทรทัศน์และวิทยุ คนที่ไปพูดในเวทีอาเซียนไม่ได้รู้เรื่องอย่างถ่องแท้ ปี 2558 จะมีการเคลื่อนย้ายแรงงาน แต่คนไทยยังไม่เข้าใจเรื่องนี้ สื่อนำข้อมูลจากรัฐไปเผยแพร่น้อยมาก อยากให้มองเชิงลึกแล้วเปิดช่องให้ภาครัฐและเอกชน

3.3..  น.สพ.สมชัย วิเศษมงคลชัย  รองประธานกรรมการ กล่าวว่า ประเด็นสำคัญคือ ทำอย่างไรให้ศบม.รู้จักตนเอง มูลนิธิในประเทศไทยมีมาก จากประสบการณ์การทำงานมูลนิธิ พบว่า มูลนิธิในประเทศไทยเกิดจากคนที่มีทุนแล้วมารวมตัวกัน หรือเกิดจากคนที่หวังใช้มูลนิธิมาทำโครงการเพื่อเอื้อต่อสาธารณประโยชน์ หรือเป็นองค์กรที่จะมาแก้ไขจุดอ่อนของตนเอง การได้มาของทุนแต่ละมูลนิธิมีความต่างกัน มูลนิธิต่างประเทศที่มาประเทศไทยส่วนใหญ่โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับสัตว์ป่า องค์การที่เกี่ยวกับสัตว์ทั้งหมดทำเกี่ยวกับ Educational Trip และมาในรูปแบบของ Volunteering Trip เช่นWorldwide Animal Rescue Charity Fund มีรายได้หลักจาก Volunteering Trip ได้เงิน 5 หมื่นบาทต่อคน มีเงินซื้อที่ดินไม่น้อย มูลนิธิมีหลากหลายมาในรูป Documentary จนกระทั่งเข้าสู่ Networking ในเรื่องการศึกษา ต้องอธิบายให้เห็นว่าทำไมต้องใช้มูลนิธิเรา ในแง่วิชาชีพ มันมีความเป็นวิชาชีพ ประกาศนียบัตรสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ตนเองได้ ผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมจากมูลนิธินี้ก็จะต้องได้รับการรับรองหน่วยกิตและได้ประกาศนียบัตรเป็นที่ยอมรับ ผ่านการอบรมแล้วได้เงินเดือนขึ้น เราค้นหาตนเองได้จาก Project, Product และ Service มีค่าที่เป็นจริง ทำให้เขารู้สึกว่าใช้มูลนิธิแล้ว ได้คำตอบที่ตรงตามความต้องการ และคือการสร้างมูลค่าเพิ่มในแง่การท่องเที่ยว สิ่งที่ททท.ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้คือคุณภาพของแหล่งท่องเที่ยว บริษัทนำเที่ยวและคนที่เป็นผู้ประกอบการทุกระดับ ต้องทำให้มีคุณภาพอย่างยั่งยืน อีกปัญหาคือ นักท่องเที่ยวมาเที่ยวในช่วงวันมาฆบูชาสั้นลง นักท่องเที่ยวที่มาคุณภาพต่ำลง มีการแข่งขันการด้านราคา ถ้ามูลนิธิสามารถให้คำตอบด้านการท่องเที่ยวแก่ททท.และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็มาหาเรา ถ้าเราคิดตรงนี้ออก นี่คือ Product และ Project แล้วมันจะเป็นเงิน เราต้องเอาจุดแข็งคือชื่อมูลนิธิ (Integrated) บูรณาการทำให้เป็น One-stop Service Thai Research Education Center

3.3.7. นายวรวุฒิ โตมอญ ที่ปรึกษามูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ กล่าวว่า ค่อนข้างจะเห็นด้วยกับหลายๆท่าน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ อัญมณีและเครื่องประดับ การออกแบบของที่ระลึก ยังต้องการการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อีกมาก ในอีก 2 ปีข้างหน้า อาจจะทำ Big Bang นำความรู้หลายๆ ด้านมา Integrate for favorite sector เช่น การพัฒนาบุคคลากรภาคบริการสุขภาพ การตรวจคนเข้าเมือง เพื่อรองรับการรวมตัวของอาเซียน น่าจะทำได้เบื้องต้น มีห้องฝึกอบรมที่มีการจำลองสถานการณ์จริงมาฝึกปฏิบัติและพัฒนาด้านแนวคิดก่อน ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ถ้ามีทุนก็อาจลงลึกไปในด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ เช่น การขาดแคลนช่างอ๊อกมีฝีมือจำนวนมาก โดยเฉพาะช่างอ๊อกใต้น้ำที่ยังไม่มีใครสอน เป็นต้น

3.3.8. นายสยาม เศรษฐบุตร กรรมการ กล่าวว่า มูลนิธิที่เราตั้งขึ้นมา ต้องหางานเข้ามา ต้องการให้ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ช่วยมูลนิธิมากหน่อยโดยเฉพาะเป็นผู้นำในการหาทุน

3.3.9. นางโสทรินทร์ โชคคติวัฒน์ กรรมการ กล่าวว่าได้ทำงานกับม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุทมาระยะหนึ่ง โดยได้ประชุมตอนเป็นศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ก่อนที่จะเป็นมูลนิธิ และทราบว่า ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท มีความมุ่งมั่นตั้งใจทำงานและมีชื่อเสียง ท่านประธานก็เป็นคนที่เครดิตดี อย่างน้อยก็มีกำลังใจที่จะทำงานร่วมกันต่อไปได้ การพัฒนาด้านภาษาสำหรับมัคคุเทศก์สำคัญมาก ต้องมีการสร้างมาตรฐานผู้ประกอบการ เราก็ตั้งมาตรฐานมัคคุเทศก์ทำให้ได้ 100-200 คนต่อปี ศบม.น่าจะร่วมมือกับกรมท่องเที่ยวพัฒนาคุณภาพมัคคุเทศก์

3.3.10. ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท กรรมการและเลขาธิการกล่าวว่า สิ่งที่เดินมาถึงวันนี้เป็นไปตามแผนที่ผมกำหนดไว้ตั้งแต่เริ่มต้นจัดตั้งคณะบุคคลศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ตั้งแต่ปี 2511 ช่วงปี 2513-2514 ดูเหมือนการขับเคลื่อน ศบม หยุดชะงักไป แต่ความจริงผมและคณะกรรมการหลายๆท่านยังขับเคลื่อนอยู่ แต่เป็นการขับเคลื่อนภายในกลุ่มย่อยๆ เน้นที่การสร้างเครือข่ายและดำเนินการจดทะเบียน ศบม ให้เป็นนิติบุคคล บัดนี้ ศบม เป็นมูลนิธิเรียบร้อยแล้ว การขับเคลื่อนต่อไปจะทำได้ง่ายขึ้น ผมไปสร้างเครือข่ายไว้ทั่วประเทศเหลือแต่การนำมาต่อเข้าด้วยกัน ทุกคนต้องเข้ามาเป็นส่วนร่วมในการขับเคลื่อน เช่น ดร.วีรชัย วงศ์บุญสิน เป็นตัวอย่างที่ดี ที่เสนอเรื่องอุตสาหกรรมยานยนต์ ก็ต้องเป็นประธานคณะทำงานในโครงการที่เสนอ (ด้านอุตสาหกรรมยานยนต์) เพราะท่านเป็นผู้ที่อยู่วงในรู้ดีและเข้าใจความต้องการของภาคอุตสาหกรรมมากที่สุด ท่านเป็นผู้ที่สามารถตอบคำถามว่าทำไม่จะต้องมาให้มูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์เป็นผู้ดำเนินการ และเมื่อท่านเป็นประธานท่านก็เป็นผู้กำกับให้คณะทำงานทำให้ได้ตามความต้องการ  ท่านสามารถแต่งตั้งกรรมก

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

ท่านใด หรือองค์กรใดสนใจมีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็น บุคคล หรือองค์กร สามารถติดต่อ ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท e-mail  address : [email protected] โทร 089-1381950 หรือเข้าเยี่ยมชมเวปไซด์ของมูลนิธิได้ที่ www.thaiihdc.org  หรือ กด link iHDC-Profile Feb 06-2013.pptx