ด้วยปิติยินดีในปัจจุบันขณะ แต่กลางคืนกลับนอนฝันร้าย จนอกสั่นขวัญแขวน เหงื่อชุ่มในห้องปรับอากาศอันเย็นฉ่ำ...

  ... บางครั้งเราเหมือนจะสอนคนอื่นได้ ให้คำปรึกษาจนเขานำไปปฏิบัติได้ คำขอบคุณดูเหมือนจะเป็นเครื่องการันตี ว่าตัวเองปล่อยได้ วางเป็น

   คำเยินยอหลอกใจให้เพลิดเพลิน เริงร่าไปจนลืมตัวว่า แท้จริง คำนินทาว่าร้าย ก็อาจจะซุกซ่อนอยู่ในระหว่างคำหวานเหล่านั้น

  ... บางครั้ง เรากลับมานั่งทบทวนตัวเอง ว่ายังหลงทาง และคลำหาหนทางที่แท้จริงของตัวเองไม่เจอ...

   ...บางครั้งสรรสร้างความสุขใจ พยายามปั้นหน้าฝืนยิ้ม เพื่อให้กำลังใจผู้อื่นให้ก้าวเดินต่อไป ขณะตัวเอง จมอยู่กับกับความระทมทุกข์

   ท้อแท้...

   สิ้นหวัง...

   ...บางครั้ง ตัวตน ใจเรา ของเรา รับรู้ปล่อยวาง ท่วงทันทุกจังหวะก้าวของอารมณ์ ด้วยปิติยินดีในปัจจุบันขณะ แต่กลางคืนกลับนอนฝันร้าย จนอกสั่นขวัญแขวน เหงื่อชุ่มในห้องปรับอากาศอันเย็นฉ่ำ...

     ด้วยสุดแสนเสียดายสิ่งของ ตัวเรา ตัวเขา ในห้วงแห่งความฝันนั้น...

   ...หรือทุกสิ่งทุกอย่าง มันคือความว่างเปล่า ความหลอกลวง ไม่มีอะไรจริงแท้ แน่นอน อย่างนั้นจริงเทียวหรือ

   หรือความจริงคือ เพียงบางครั้ง เท่านั้นเอง...

.............................

ในวันที่สับสน

22 เมษายน 2556

พ.แจ่มจำรัส