วิเคราะห์ข้อมูลการขอสัญชาติไทยตามมาตรา 23 พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2551 ราย “นายวิษณุ บุญชา”

วิเคราะห์ข้อมูลการขอสัญชาติไทยตามมาตรา 23 พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2551 ราย "นายวิษณุ บุญชา"

จากบทความของคุณพวงรัตน์ ปฐมสิริรักษ์ "กรณีนายวิษณุ บุญชา" ผู้เขียนลองวิเคราะห์ต่อ [1]

ข้อมูลนายวิษณุ

นายวิษณุ บุญชา เกิดจากนางปัจจรา หรือปัญจรา หรือบุญมี (ไม่มีนามสกุล) และนายสอน (ไม่มีนามสกุล) (ที่ถูกต้องคือ นายเล็ก บุญชา) เมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2537 ณ โรงพยาบาลบ้านโป่ง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ปกติประเพณีของชาวมอญจะไม่มีนามสกุล

วันที่ 17 สิงหาคม 2553 นายวิษณุก็ได้รับการกำหนดเลขประจำตัวประชาชน (บุคคลเลข 0)คือ 0-1186-89000-xx-x และได้รับการออกบัตรประจำตัวบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน (ทต.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ)

ข้อมูลมารดานายวิษณุ

มารดาของนายวิษณุ คือนางปัจจรา หรือปัญจรา หรือบุญมี (ไม่มีนามสกุล) เกิดที่บ้านทุ่งก้างย่าง หมู่ที่ 3 ต.ไทรโยค อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ประเทศไทยเมื่อ พ.ศ. 2513

สำเนาทะเบียนบ้าน ท.ร.13 เลขประจำบ้าน 7108-0024xx-x (อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี) นางสาวปัจจรา ไม่มีชื่อสกุล (บุคคลเลข 6)เลขประจำตัว 6-7108-00039-xx-x สัญชาติพม่า

ประเด็นพิจารณาจากข้อมูลของมารดานายวิษณุ

โดยข้อเท็จจริงนางปัจจรา หรือปัญจรา หรือบุญมี เป็นผู้ทรงสิทธิในสัญชาติไทยโดยการเกิดโดยหลักดินแดน ตาม มาตรา 23 [2] แห่ง พรบ.สัญชาติ พ.ศ. 2508 แก้ไข (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 เพราะเกิดในประเทศไทยเมื่อ พ.ศ. 2513 แต่ถูกถอนสัญชาติไทยโดยประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 337 ก็ตาม แต่ก็ประสบปัญหาในการพิสูจน์สิทธิดังกล่าว ด้วยเหตุประการหนึ่งมาจากเรื่อง "เอกสารรับรองการเกิดในประเทศไทย (หนังสือรับรองการเกิด(ทร.20/1) ของนางปัจจรา เลขที่ 333/2553 ลงวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ.2553 ออกโดยสำนักทะเบียนอำเภอไทรโยค จ.กาญจนบุรี) และเอกสารทางทะเบียนราษฎรซึ่งยืนยันข้อเท็จจริงว่าอาศัยอยู่ในประเทศไทย ระบุชื่อบุคคลตามเอกสารแตกต่างกัน"

ข้อมูลบิดานายวิษณุ

บิดาของวิษณุชื่อ "นายเล็ก"(ไม่มีนามสกุล) (ปรากฏตามสำเนาแบบรับรองรายการทะเบียนประวัติบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร ท.ร.38ข ของนายวิษณุ บุญชา) หรือ "นายเล็ก บุญชา" โดยเกิดที่ประเทศพม่า ประมาณปี พ.ศ. 2510 (ปรากฏตามคำบอกเล่าของนายเล็ก) ได้อพยพเข้ามาจากเมืองทวายประเทศพม่าเมื่อประมาณ พ.ศ. 2522

ตาม ท.ร.38/1 (บุคคลเลข 00) ได้รับบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย และกำหนดเลขประจำตัว 13 หลัก คือ 001195 1022xxx เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2547 (ข้อมูลไม่ระบุว่าเป็นสำนักทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลใด ? จ.สมุทรปราการ)

สรุปข้อมูลการเกิด

นางปัจจรา มารดาวิษณุ เกิด ปี พ.ศ. 2513 บุคคลเลข 6 สัญชาติพม่า เกิดในประเทศไทย ตาม ท.ร.20/1 อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี

นายเล็ก บิดาวิษณุ เกิด ปี พ.ศ. 2510 บุคคลเลข 00 แรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่า เกิดประเทศพม่า ขึ้นทะเบียนสำนักทะเบียนท้องถิ่นเทศบาล? จ.สมุทรปราการ

วิษณุ เกิด เมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2537 บุคคลเลข 0 เกิด รพ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี

วิเคราะห์

นางปัจจรา (ไม่มีนามสกุล) เกิดในประเทศไทย พ.ศ. 2513 เกิดก่อนปว.337 นางปัจจรา จึงได้สัญชาติไทยโดยการเกิด ตามมาตรา 7 ทวิ (3) [3] แห่ง พรบ.สัญชาติ พ.ศ. 2508 นางปัจจรา ถูกถอนสัญชาติตาม ปว.337 ตั้งแต่ 14 ธันวาคม 2515 นางปัจจราจึงเป็นบุคคลที่จะได้สัญชาติไทย ตามมาตรา 23

นายวิษณุ เกิดในประเทศไทย 8 มีนาคม พ.ศ. 2537 เกิดหลัง พรบ.สัญชาติ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2535 (ใช้บังคับ 26 กุมภาพันธ์ 2535) ทำให้มารดาของนายวิษณุ ถูกถือว่าเป็นคนต่างด้าวที่เข้าประเทศไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 7 ทวิ วรรคหนึ่ง แต่เนื่องจากนางปัจจรา(มารดาวิษณุ) เป็นบุคคลที่จะได้สัญชาติไทยตามมาตรา 23 ฉะนั้น นายวิษณุ จึงเป็นบุคคลที่ได้รับผลกระทบจาก ปว.337 จึงได้สัญชาติไทย ตามมาตรา 23 ด้วย เป็นกลุ่มบุตรที่เกิดก่อนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2551 [4]

ข้อแนะนำ

นายวิษณุ ควรจะยื่นคำร้องขอตรวจสอบ DNA กับนางปัจจรา เพื่อยืนยันความสัมพันธ์ "มารดา-บุตร" เพราะหากบุคคลใด บุคคลหนึ่งรับอนุมัติให้ได้รับสัญชาติไทยก็จะมีผลให้อีกฝ่ายหนึ่งได้สัญชาติไทยไปด้วยประเด็นข้อสงสัยต่าง ๆ จากข้อมูลเอกสารที่สับสนไม่ถูกต้องตรงกัน ก็จะได้ข้อยุติลง


[1] พวงรัตน์ ปฐมสิริรักษ์, "กรณีนายวิษณุ บุญชา หลานชายของคนชาติพันธุ์มอญซึ่งเป็นอดีตคนหนีภัยความตายจากประเทศพม่า ปัจจุบันเป็นคนไร้สัญชาติซึ่งเกิดในประเทศไทย และอยู่ระหว่างรอการพิสูจน์ข้อเท็จจริงความเป็นผู้ทรงสิทธิในสัญชาติไทยโดยการเกิด ตามหลักดินแดน", 14 เมษายน 2556. http://www.gotoknow.org/posts/532887

& กิติวรญา รัตนมณี, "ด.ช.วิษณุ บุญชา (๓) : ควรได้รับการพัฒนาสถานะบุคคลตามกฎหมายไทยแค่ไหน เพียงใด ?", 25 มีนาคม 2552, https://www.gotoknow.org/posts/250903 & http://gotoknow.org/blog/kitiwaraya6/250903

[2] พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 มาตรา 23 "บรรดาบุคคลที่เคยมีสัญชาติไทยเพราะเกิดในราชอาณาจักรไทยแต่ถูกถอนสัญชาติไทยตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 ลงวันที่ 13 ธันวาคม พุทธศักราช 2515 ข้อ 1 และผู้ที่เกิดในราชอาณาจักรไทยแต่ไม่ได้สัญชาติไทยตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 ลงวันที่ 13 ธันวาคม พุทธศักราช 2515 ข้อ 2 รวมถึงบุตรของบุคคลดังกล่าว ที่เกิดในราชอาณาจักรไทยก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับและไม่ได้สัญชาติไทยตามมาตรา 7 ทวิ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 ซึ่งเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 ถ้าบุคคลผู้นั้นอาศัยอยู่จริงในราชอาณาจักรไทยติดต่อกันโดยมีหลักฐานทางทะเบียนราษฎร และเป็นผู้มีความประพฤติดี หรือทำคุณประโยชน์ให้แก่สังคมหรือประเทศไทย ให้ได้สัญชาติไทยตั้งแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เว้นแต่ผู้ซึ่งรัฐมนตรีมีคำสั่งอันมีผลให้เป็นผู้มีสัญชาติไทยแล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

เมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ผู้มีคุณสมบัติตามวรรคหนึ่งยื่นคำขอลงรายการสัญชาติในเอกสารการทะเบียนราษฎรต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรแห่งท้องที่ที่ผู้นั้นมีภูมิลำเนาในปัจจุบัน"

[3] มาตรา 7 ทวิ ผู้เกิดในราชอาณาจักรไทย โดยบิดาและมารดาเป็นคนต่างด้าว ย่อมไม่ได้รับสัญชาติไทย ถ้าในขณะที่เกิดบิดาตามกฎหมายหรือบิดาซึ่งมิได้มีการสมรสกับมารดาหรือมารดาของผู้นั้นเป็น

(1) ผู้ที่ได้รับการผ่อนผันให้พักอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทยเป็นกรณีพิเศษเฉพาะราย

(2) ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าอยู่ในราชอาณาจักรไทยเพียงชั่วคราว หรือ

(3) ผู้ที่เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง

"ในกรณีที่เห็นสมควร รัฐมนตรีจะพิจารณาและสั่งเฉพาะรายหรือเป็นการทั่วไปให้บุคคลตามวรรคหนึ่งได้สัญชาติไทยก็ได้ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด

ผู้เกิดในราชอาณาจักรไทยซึ่งไม่ได้สัญชาติไทยตามวรรคหนึ่งจะอยู่ในราชอาณาจักรไทยในฐานะใด ภายใต้เงื่อนไขใด ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรและสิทธิมนุษยชนประกอบกัน ในระหว่างที่ยังไม่มีกฎกระทรวงดังกล่าว ให้ถือว่าผู้นั้นเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง" **

** มาตรา 7 ทวิ วรรคสอง วรรคสาม แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 มาตรา 7

[4] หนังสือกรมการปกครอง ที่ มท 0309.1/ว 5527 ลง 30 มีนาคม 2552เรื่อง การขอลงรายการสัญชาติไทยตามมาตรา 23 แห่ง พรบ.สัญชาติ ฉบับที่ 4 พ.ศ.2551, http://118.174.31.136/STR/data_pdf/mt03091_v5527.pdf