ความเห็นล่าสุด


ตอบคุณ sr รวมที่วัดด้วย (ที่วัดมิใช่ที่ดินของรัฐ แต่เป็นของวัดที่เป็นนิติบุคคล) ที่โบราณสถาน ที่น้ำ (หนองน้ำ,แม่น้ำ,ทะเล ฯลฯ) ที่ว่าง(ที่ดินไม่มีเจ้าของ) ที่ดินมือเปล่าที่มีการครอบครอง สรุป รวมที่ดินทุกประเภทที่มีการครอบครอง ทุกประเภท ไว้ในระบบแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สิน ที่ดินของรัฐไม่ต้องเสียภาษี ยกเว้นที่ดินของรัฐที่นำไปใช้เพื่อประโยชน์ทางธุรกิจ เช่น ที่ดินราชพัสดุ แต่ก็มีที่ดินเอกชนหลายประเภท “อาจได้รับการยกเว้น หรือลดหย่อนภาษีที่ดินฯ” ปัจจุบันใช้ระบบคอมพิวเตอร์ แต่ต้องมีเจ้าหน้าที่ป้อนบันทึกจัดเก็บข้อมูล

ตัวอย่างระบบแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สินของ กทม. จะละเอียดมากกว่า ดีกว่า อปท. อื่นๆ เพราะ กทม.ทำมานาน และค่อนข้างเป็นระบบมากกว่า อปท. ที่หลายแห่ง อาจอยู่ในระหว่างดำเนินการแก้ไข หรือบันทึกข้อมูล หรือกำลังสำรวจ ลงรายการที่ดินกันอยู่ ซึ่งข้อมูลที่ดินจะมีมาสมทบในทุกๆ เดือนที่มีการเปลี่ยนแปลงรายการการถือครอง/การใช้ประโยชน์ในที่ดิน ซึ่งในแต่ละเดือนเจ้าหน้าที่ต้องคอยมา “ปรับปรุงฐานข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน” (update)

ปัจจุบันมี พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ.2562 (รมว.คลัง และรมว.มท. ผู้รักษาการตาม พ.ร.บ.) และ พ.ร.บ.ภาษีการรับมรดก พ.ศ.2558 (รมว.คลัง ผู้รักษาการตาม พ.ร.บ.) มาสมทบ แต่ขีดความสามารถของ อปท.มีจำกัดดูhttp://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2562/A/030/T_0021.PDF &https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/kormor/newlaw/deathduty.pdf

เรียนคุณ sr แผนที่ภาษี ก็คือ แผนที่รายการที่ดินทุกแปลงที่มี รวมทั้ง โฉนด นส.3 นสล.(ที่สาธารณะหรือที่หลวง) ที่ราชพัสดุ รวมหมด แต่ไม่แน่ใจว่า ตอนนี้เอาที่ สปก.มาลงหรือยัง เพราะ สปก.คือที่ดินป่าไม้เสื่อมโทรม ที่กรมป่าไม้มอบให้ชาวบ้านทำกิน ซื้อขายเปลี่ยนมือไม่ได้ฉะนั้น อปท. ทุกแห่งจะมีรายการที่ดินทุกแปลง และทุกเดือน กรมที่ดินจะส่งมอบแผนที่ระวางที่ดิน (รว.9) ให้แก่ ทุก อปท. (รวม กทม.ด้วย) ในพื้นที่ได้บันทึกจัดเก็บข้อมูลแผนที่ที่ดินที่มีการเปลี่ยนแปลง เช่น รังวัดใหม่ ซื้อขาย โอนมรดก ฯลฯ เป็นต้น เพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษี แต่ที่สาธารณะ ที่ราชพัสดุอาจไม่ต้องเสียภาษีที่ดิน แต่อาจมีภาษีหรือค่าธรรมเนียมอื่น เช่น “ค่าธรรมเนียมการประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ” ต่างๆ เป็นต้น

(1) ตกลงอาเป็นคนไทยใช่ไหม หากอาเป็นคนไทย ให้ยื่นคำร้องขอเพิ่มชื่อคนไทย ตามหลักฐาน DNA ที่ตรวจ โดยได้เลขประจำตัว 13 หลักใหม่ขึ้นต้นด้วยเลข 5 ตามระเบียบข้อ 94 เลขเก่าใช้ไม่ได้ เพราะ เป็นของคนอื่น(2) สาเหตุที่ตำรวจไม่ดำเนินคดีอาญา อาจเพราะ คดีขาดอายุความ หรือ เพราะ อาขาดเจตนา ไม่ครบองค์ประกอบความผิด(3) หากอาเป็นคนไทยจริง หลักฐานตำรวจที่ไม่ฟ้องคดี ไม่ต้องใช้ สำนักทะเบียนอำเภอก็ทำหน้าที่เพิ่มชื่อบุคคลสัญชาติไทยตามหลักฐาน DNA ตามระเบียบข้อ 94 ได้ ไม่เกี่ยวกับคดีอาญา หากคดีขาดอายุความ หรือ ตำรวจไม่สั่งฟ้อง และ อัยการสั่งไม่ฟ้อง (4) มีปัญหา ลองโทรปรึกษาสายด่วนการทะเบียนกรมการปกครอง โทร 1548

I see. I think Thailand is the land of double standard, the land of compromise, but not really democracy just they say the eating democracy (the Edible Democracy=ประชาธิปไตยกินได้).

ตอบ 0938174442ไม่เข้าใจคำถาม หมายความว่า อาถูกคนอื่นใช้ชื่อ (สวมแทนตัวอา) แล้วตำรวจจะไม่ฟ้องคนสวมชื่อใช่ไหม แล้วยังจะมาเรียกเอาเงินจากเราอีก ใช่ไหม

ให้รับสารภาพต่อนายทะเบียนที่เรามีชื่ออยู่ โดยต้องขอให้ยกเลิกรายการทะเบียนบ้านเดิม โดยการขอตรวจ DNA กับญาติใกล้ชิด แล้วขอเพิ่มชื่อใหม่ ส่วนคดีอาญา ขาดอายุความแล้ว พนักงานสอบสวน และพนักงานอัยการจะไม่ฟ้องคดี

3 พฤษภาคม 2564 #ข้อสังเกตที่แปลกประหลาดที่อาจเกินกว่าจะคาดคิด อาจเกิดผลประหลาดในทางกฎหมายได้ หากตีความไม่ดี(1) คำว่า “รักษาราชการแทน” บัญญัติอยู่ในหมวด 6 มาตรา 41-50 แห่ง พรบ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 หมายถึง กรณีไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งใดหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ซึ่งคำว่า “ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้” หมายความรวมถึง “ไม่อยู่ด้วย”(2) พรบ.สภาตำบลและอบต.พ.ศ.2537 มาตรา 60 ใช้คำว่า ในกรณีที่นายก “ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้”พรบ.อบจ.พ.ศ.2540 มาตรา 39/1 ใช้คำว่า “หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้”(3) แต่แปลก พรบ.เทศบาล พ.ศ.2496 มาตรา 48 วีสติ ใช้คำว่า … หรือมีนายก “แต่ไม่สามารถปฏิบัติราชการได้” (ไม่ใช่ “แต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้”)(4) ที่เป็นเช่นนี้เพราะ พรบ.เทศบาลเป็นกฎหมายเก่าโบราณใช้คำเก่า (พ.ศ.2496) จะพบว่ามีคำเก่าๆ มากมายที่ต้องแก้ไข เพราะมิเช่นนั้น อาจทำให้ตีความหรือแปลความสับสนได้ เช่น พรบ.เทศบาล แต่เดิม มาตรา 71 ใช้คำว่า ผวจ. มีอำนาจ “ควบคุมดูแล” แต่เพิ่งแก้ไขเป็น “กำกับดูแล” ให้เหมือนกับ อบจ. และ อบต. ตาม พรบ.เทศบาล (ฉบับที่ 14) พ.ศ. 2562 นี่เอง(5) ฉะนั้น คำว่า “ไม่สามารถปฏิบัติราชการได้” จึงหมายรวมว่า “แต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้” (เทียบตาม พรบ.อบจ.และ พรบ.สภาตำบลและอบต.) หรือ “ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้” (ตาม พรบ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน) ซึ่งหมายความรวมถึง “ไม่อยู่ด้วย” เท่านั้น(6) การที่มีผู้พยายามตีความขยายความว่า กรณีที่ตัวผู้ดำรงตำแหน่ง “ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้” ซึ่งโดยปกติจะหมายความรวมถึง “ไม่อยู่ด้วย” เท่านั้น แต่มีการตีความขยายความหมายรวมถึงในทุกๆ กรณีที่ผู้ดำรงตำแหน่ง “ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้” เช่น ยังไม่ว่าง ยังไม่พร้อม ณ เวลานั้นตัวไม่ได้อยู่ในสำนักงาน เข้าห้องน้ำ พักเที่ยงนาน ยังติดพันราชการอื่นอยู่ ฯลฯ เป็นต้น และรวมถึง กรณีที่อ้างว่า นายกยังไม่ได้ไม่แถลงนโยบายต่อสภานี้ด้วย (เสมือนว่ายังไม่ปฏิญาณตนต่อสภาเช่นกรณีของนายกรัฐมนตรี) หรืออื่นใดก็ตาม คหสต. เห็นว่าเป็นการตีความที่อาจเกินขอบความหมายตามเจตนารมณ์ของคำว่า “ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้” หรือ “ไม่สามารถปฏิบัติราชการได้”(7) ย้อนไปดู ประกาศ ก.จังหวัด เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลในกรณีที่ “ไม่มีปลัด อปท.”กรณีเทศบาล ข้อ 269 “ในกรณีที่ไม่มีปลัดเทศบาล หรือมีแต่ไม่สามารถปฏิบัติราชการได้ …”กรณี อบต. ข้อ 244 “ในกรณีที่ไม่มีปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล หรือมีแต่ไม่สามารถปฏิบัติราชการได้…” เพราะล้อมาจากกรณีของเทศบาลกรณี อบจ. ข้อ 246 “ในกรณีที่ไม่มีปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือมีแต่ไม่สามารถปฏิบัติราชการได้…” เขียนเหมือนกับเทศบาลกล่าวคือ มิได้ใช้คำว่า “มีแต่ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้” แต่อย่างใด ถึงแม้จะตีความว่า “หน้าที่” = “ราชการ” ก็ตาม แต่โดยนัยยะแล้ว เป็นคำภาษาไทยคนละคำกัน การจะใช้แทนกันได้หมดหรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องหาคำตอบ

ได้ แต่เรียกว่า “ขอสถานะถิ่นที่อยู่ถาวรของคนต่างด้าว” จะได้เลข 8 (คนต่างด้าว) มีชื่อในทะเบียนบ้าน (ทร.14) ลองไปหาอ่านระเบียบฯ หลักเกณฑ์ หากเป็นชนกลุ่มน้อย กลุ่มที่ 1 (คนกลุ่มน้อยที่ได้รับการสำรวจมาก่อนแล้ว 19 ชาติพันธุ์) ก็จะทำได้ง่ายกว่ากลุ่มอื่น

ข้อสังเกตที่แปลกประหลาดที่อาจเกินกว่าจะคาดคิด อาจเกิดผลประหลาดในทางกฎหมายได้ หากตีความไม่ดี : 3 พฤษภาคม 2564,

https://www.facebook.com/groups/1458406430986068/permalink/2231168890376481/

ตอบคุณ aem25371994@gmail.com(1) ไม่ได้แจ้งการเกิด หากมีพยานหลักฐานการเกิด เช่น หากเกิด รพ. จะมีหนังสือรับรองการเกิด (ทร.1/1) หรือ หากเกิดที่บ้าน ก็ต้องมีพยานรู้เห็นการเกิด(2) หากมีหลักฐานตาม (1) ก็สามารถขอแจ้งเกิดเกินกำหนดเวลาได้ (3) หากกรณีไม่แจ้งการเกิด ก็สามารถขอหนังสือรับรองการเกิดจากนายทะเบียนท้องที่ที่เกิด หรือ ท้องที่ที่มีชื่ออยู่ (มีทะเบียนบ้าน หรือทะเบียนประวัติ)(4) ในกรณีที่ยังไม่มีเอกสารหลักฐานใด ๆ ประจำตัวเลย คือ ยังไม่มีเลข 13 หลัก ก็ให้ไปติดต่อสำนักทะเบียนที่เราอยู่ เพื่อขอเพิ่มชื่อ “บุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน” หรือ บุคคลเลข 0

คหสต. “ภาระหน้าที่” คำนี้ขอบข่ายใช้ในองค์กรประเภทใด เช่น องค์กรราชการ หรือ องค์กรเอกชน หรือ องค์กร NGO หรือองค์กรอิสระ หรือ ศาล หรือ รัฐบาล เพราะ ตอนนี้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ใช้คำใหม่ว่า “หน้าที่และอำนาจ” แทนคำเดิม ๆ “อำนาจหน้าที่” ที่ใช้เขียนเป็นบทบัญญัติในกฎหมายต่าง ๆ ในภาษาอังกฤษหากเป็นหน้าที่และอำนาจของราชการ จะใช้คำว่า “Authority” (มีอำนาจตามกฎหมาย : Power) แต่หากเป็นบทบาทขององค์กร (ในนามของตัวองค์กร) อาจใช้คำว่า Task หากเป็นตัวบุคคล (ปัจเจกชน) อาจใช้คำว่า Duty & Responsibility งานเอกชน ใช้คำว่า Jobมันมีนัยยะความหมายที่น่าสนใจ

หนังสือพิมพ์สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ ปีที่ 66 ฉบับที่ 42 วันเสาร์ที่ 6 - วันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคม 2562, บทความพิเศษ หน้า 9

ตอบคุณ ruthaasor@gmail.comให้น้องย้อนไปดูคุณสมบัติของตนเองว่า เกิดประเทศไทยหรือไม่ และมีคุณสมบัติ “ขอลงรายการสัญชาติไทย” ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2548 หรือไม่อย่างไร … ป่วยการที่น้องจะมานั่งบ่น และท้อว่า ไม่มีสัญชาติไทย เพราะ ตาม มติ ครม. เปิดโอกาสให้ บุตรต่างด้าว (หมายถึงผู้ที่มีพ่อแม่เป็นคนต่างด้าว) ที่เกิดในประเทศไทย สามารถขอลงรายการสัญชาติไทยได้ และ นอกจากนี้ หากเกิดต่างประเทศ ก็ยังขอ “มีถิ่นที่อยู่ถาวร” (ต่างด้าวบุคคลเลข 8) ได้ หรือ หาก ไม่ปรากฏสถานที่เกิด เช่น เป็นบยุคคลไร้รากเหง้า หรือ ไม่สามารถพิสูจน์สถาที่เกิดได้ว่า “เกิดในประเทศไทย” ก็ยังมีช่องทางในการขอลงรายการสัญชาติไทยได้ ตามกฎหมายใหม่… ลองไปศึกษาด่วน … ให้โทรปรึกษาสายด่วนการทะเบียน สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง โทร 1548 ได้ หรือ ว่าง ๆ ให้เข้าไปศึกษาได้ใน เฟซบุ๊ค กลุ่มนี้ โดยต้องสมัครสมาชิกเข้ากลุ่มก่อน เพราะเป็นกลุ่มปิด… ตามนี้…https://www.facebook.com/groups/326473924224367/?ref=bookmarks

ตอบคุณ maykea2557@gmail.comน้องสาวสวมชื่อคนอื่นเมื่ออายุ 15 ปี พ.ศ. 2544 แสดงว่าน้องสาวเกิดประมาณปี พ.ศ. 2529 มีคำถามว่า

(1) เหตุใดน้องสาวจึงไปใช้ชื่อคนอื่น

(2) รายการชื่อที่แท้จริงของน้องสาวปัจจุบัน คือรายการใด มีเลขประจำตัวประชาชนเลขตัวแรก คือเลขใด เช่น เลข 1 หรือ เลข 2 หรือ เลข 5 หรือเลข 8

(3) ปัจจุบันน้องสาวมีรายการชื่อที่แท้จริงของตนเองหรือยัง หรือยังใช้ชื่อคนอื่นอยู่ หากไม่ใช้ชื่อคนอื่นแล้ว น้องสาวเลิกใช้ชื่อคนอื่นตั้งแต่เมื่อใด

(4) ปัจจุบันน้องสาวมีรายการเอกสารราชการอื่นในชื่อของคนอื่น (ชื่อไปสวม) หรือไม่ อย่างไร เช่น ใบประกาศนียบัตรวุฒิการศึกษา (เช่น ป.6, ม. 3, ม.6 ฯลฯ) หรือใบขับขี่รถฯ หรือ ไประบุชื่อไว้ที่อื่นแต่เป็นชื่อที่ไปสวม เช่น บัตรประกันสังคม หรือ แม้แต่ ชื่อในมารดาของบุตร (กรณีที่บุตร และบุตรมีสูติบัตร)… ให้ตรวจสอบให้หมด…

คำแนะนำแนวทางแก้ไขเบื้องต้น(1) ไปพบเจ้าหน้าที่ ที่สำนักทะเบียนที่น้องสาวไปทำบัตรสวมชื่อคนอื่นโดยด่วนที่สุด อย่าช้า

(2) เมื่อไปพบเจ้าหน้าที่ตามข้อ (1) แล้ว ให้รับสารภาพผิดต่อเจ้าหน้าที่ฯ ว่า รู้เท่าไม่ถึงการณ์ เพราะแท้ที่จริงแล้ว น้องสาวเป็นคนไทย ที่ยังไม่มีชื่อในทะเบียนบ้าน… (แล้วให้เหตุผลแล้วแต่ความเป็นจริง อย่าโกหก) … และบอกความจริงทั้งหมด เช่น ทำไมต้องใช้ชื่อคนอื่น ใช้ชื่อคนอื่นไปทำอะไร มีใครไปรับรองทำบัตรให้ มีใครแนะนำ ฯลฯ เป็นต้น … เรื่องนี้ ควรปรึกษาผู้ใหญ่บ้าน และ ให้ผู้ใหญ่บ้านพาไปพบเจ้าหน้าที่จะดีกว่า … เพราะ ผู้ใหญ่บ้านจะทราบเรื่องราวในหมู่บ้านดีที่สุด

(3) และขอให้เจ้าหน้าที่สำนักทะเบียนจำหน่ายรูปใบหน้าของน้องสาวตามรายการบัตรฯ ออกจากรายการฐานข้อมูลบัตรประจำตัวประชาชน

(4) คดีนี้เป็นคดีอาญา เจ้าหน้าที่สำนักทะเบียนฯ จะดำเนินคดีอาญากับผู้เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดทั้งหมด … แต่ น้องสาวรับสารภาพไปแล้ว ความผิดก็จะเบาลง…

(5) แนะนำเบื้องต้นเท่านี้ก่อน ไปพบเจ้าหน้าที่ให้เร็วที่สุด ส่วนที่มีการเรียกเงิน 50,000 บาท น่าจะไม่มี เพราะคดีอย่างนี้เป็นคดีอาญา การเรียกเงินเพื่อให้ลบความผิดอาญาไม่ได้ ความผิดอาญาก็ยังอยู่ในอายุความ 20 ปี และ หากเป็นความผิดต่อเนื่อง ก็จะไม่มีอายุความ หมายความว่า จนกว่าน้องสาวจะตาย จึงจะพ้นผิด…ห้ามจ่ายเงิน หากจ่ายเงินไปแล้ว อย่าคิดว่าจะพ้นผิด เท่ากับไปเพิ่มโทษฐานความผิดให้หนักขึ้น … หากจ่ายเงินไปแล้ว ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจไปจับกุมได้ แต่ควรเดรียมหลักฐานว่าเราได้จ่ายเงินให้เขาไปแล้ว จ่ายให้ใคร จ่ายเมื่อใด จ่ายที่ไหน จำนวนเงินเท่าใด ซึ่งอาจมีภาพถ่าย คลิป หรือ พยานบุคคลอ้างอิงไว้ด้วย ….

… อ่านแค่นี้แล้ว อย่าเพิ่งท้อ และเหนื่อย ให้ไปรีบแก้ไขโดยด่วน เพราะ เป็นความผิดอาญา…

คู่มือการปฏิบัติงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น,

ศูนย์ช่วยเหลือขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, หน้า 110, 2561.https://drive.google.com/file/d/1GS5VoOJLpsCfLAKCwcJ5Th66zz2p5BSJ/view?fbclid=IwAR0iQOqwXG-LmRTGUQkEXhcolHpOLbLU0l_TCbSZsCyXufamnx6eS7gVp30

ตอบคุณ Kan1981@gmail.com#ปกติระยะเวลาขั้นตอนการบริการประชาชน หากไม่มีระเบียบกำหนดก็ไม่เกิน 90 วัน หรือ ไม่เกิน 3 เดือน นับแต่วันเกิดภัย ในกรณีวงเงินจังหวัด (เชิงบรรเทาความเดือดร้อน 20 ล้านบาทต่อทุกภัย)

หากเป็นการใช้งบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ต้องไปดูระเบียบกระบวนงานการบริการประชาชนในเรื่องการช่วยเหลือผู้ประสบภัยฯ ใน “คู่มือสำหรับประชาชน : การให้ความช่วยเหลือสาธารณภัย” ว่ากำหนดขั้นตอน ระยะเวลาไว้อย่างไร

งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อปท. ระยะเวลาดำเนินการให้ความช่วยเหลือ (อย่างเร่งด่วนที่สุด) กำหนดระยะเวลาให้ความช่วยเหลือทันทีใน 1 วัน 20 นาที/ราย หรือภายใน 7 วัน (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด)

อ้างอิง หลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2556

ดู http://www.tbl.go.th/UserFiles/File/การให้ความช่วยเหลือสาธารณภัย.docx

ยกตัวอย่างกระบวนงานเก่าของ อบต. แห่งหนึ่ง ปี พ.ศ. 2556 กำหนดระยะเวลาการให้บริการประชาชนไว้ ประมาณ 16 กระบวนงาน ตามประกาศลดขั้นตอนและระยะเวลาการปฏิบัติราชการ เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนฯ
ดังนี้

  1. การรับแจ้งเหตุเดือดร้อน/รับเรื่องราวร้องทุกข์ 7 วัน
  2. การให้ความช่วยเหลือบรรเทาสาธารณภัย 30 นาที
  3. สนับสนุนน้ำอุปโภค-บริโภค 1 วัน
  4. การขอหนังสือรับรอง 5 นาที
  5. การขึ้นทะเบียนผู้สูงอายุ 3 นาที
  6. การชำระค่าธรรมเนียมอื่นๆ 3 นาที
  7. การจัดเก็บภาษีบำรุงท้องที่ 7 นาที
  8. การจัดเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดิน 7 นาที
  9. การจัดเก็บภาษีป้าย 7 นาที
  10. การขออนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อ สุขภาพ(กรณีรายใหม่) 7 นาที
  11. การขออนุญาตจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสถานที่สะสมอาหาร(พื้นที่เกิน 200 ตร.ม.) 7 วัน
  12. การขออนุญาตกิจการค้าน้ำมัน 15 วัน
  13. ขอแบบบ้านเอื้ออาทร 5 นาที
  14. การขออนุญาตขุดดิน ถมดิน 3 วัน
  15. การขออนุญาตสิ่งปลูกสร้าง 3 วัน
  16. การขออนุญาตใช้น้ำประปา 3 วัน

หมายเหตุ ระยะเวลาการให้บริการนับเริ่มจากเอกสารครบถ้วนแล้วเท่านั้น

ต่อมามา พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการอนุญาตของทางราชการ พ.ศ.2558 ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม 2558 ทำให้ อปท. ทุกแห่งต้องกำหนด “คู่มือสำหรับประชาชน” ระบุขั้นตอนและระยะเวลาการบริการประชาชนใหม่ทั้งหมด ตามแนวทางที่ ก.พ.ร. กำหนด

‘เอ็นไซโคลปีเดีย บริตานิกา’เทิดพระเกียรติในหลวง ร.9 ทรงเป็นอภิมหาบุคคลแห่งประวัติศาสตร์มวลมนุษยชาติ

Bhumibol #EncyclopediaBritanica2017

12 feb 2019

http://thaitribune.org/contents/detail/305?content_id=34565&rand=1549864972&fbclid=IwAR3tiNmZE44ajdpNdjDwpsNxvfh67UwXcf96JeEaDE4ftbh6f98m9Rop5z0

หลักการ ข้อสอบ ศาสตรพระราชา การพัฒนาสู่ความยั่งยืน บิดาแห่งศาสตร์ 9 แขนง

ศาสตร์พระราชา

kuru beknowledge เผยแพร่เมื่อ 10 ก.พ. 2019

http://www.youtube.com/watch?v=7ERJzAIkbj8

ศาสตร์พระราชา

kuru beknowledge เผยแพร่เมื่อ 10 ก.พ. 2019http://www.youtube.com/watch?v=7ERJzAIkbj8

ตอบคุณ uraiwan.635@gmail.com “ประชาชน” คือ คนไทยทุกคนตามรัฐธรรมนูญที่เรียกว่า “ปวงชนชาวไทย” โดยเฉพาะที่สาธารณประโยชน์ประเภท “พลเมืองใช้ร่วมกัน” เช่น ถนน(ทางสาธารณะ) ที่ป่าช้า ที่ทำเลเลี้ยงสัตว์ ที่สาธารณประจำหมู่บ้าน ห้วย คลอง หนองน้ำ ฯลฯ

ตอบคุณ riwrosar@gmail.comกรณีเป็นบุคคที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (เลข 0 กลุ่ม 00) ที่เป็น “คนไร้รากเหง้า” ซึ่งไม่ปรากฏบุพการี (พ่อแม่) หรือ ไม่สามารถติดตามหรือติดต่อบุพการีได้ ลองไปติดต่อที่ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) ณ จังหวัดที่ตนเองถือบัตร และสอบถามเพื่อขอรับความช่วยเหลือ … กรณีบัตรหมดอายุ ก็ไปทำบัตรใหม่ (ต่ออายุบัตร) ณ สำนักทะเบียนที่ออกบัตร

฿288.00 -51.74%
฿204.00 -52.94%
฿119.00 -81.51%
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี