ต่อจากบันทึกที่แล้ว  ผมเขียนบันทึกนี้วันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๕๖ ในที่ประชุมเดียวกัน  คือที่ประชุมเครือข่ายสร้างศักยภาพด้านนโยบายสาธารณสุข ที่คณะแพทยศาสตร์ มข.  ที่เราประชุมกันเป็นครั้งที่ ๕ แล้ว   และครั้งนี้เราค่อยๆ ก้าวเข้าสู่การส่งเสริมบทบาทของอาจารย์แพทย์ในโรงเรียนแพทย์ ต่อการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ

          เราได้เห็นตัวอย่าง ที่อาจารย์แพทย์ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญทางคลินิก  ทำงานวิจัยเพื่อพัฒนาระบบบริการของตน  และเชื่อมโยงออกไปภายนอกโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย  คือ รศ. นพ. สมศักดิ์ เทียมเก่า อาจารย์สาขาประสาทวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ ทำงานวิจัยเพื่อลดภาวะแทรกซ้อนจากการใช้ยากันชัก  โดยทำร่วมกับ IHPP  และวิจัยเพื่อหาแนวทางการใช้แอลบุมินให้เกิดประโยชน์สูงสุด  ฟังแล้วน่าประทับใจมาก  น่าชื่นชมที่เรามีอาจารย์แพทย์ที่มีจิตใจดีงาม  มุ่งทำงานสร้างสรรค์วิชาการเพื่อประโยชน์ของสังคมเช่นนี้

          แต่ อ. หมอสมศักดิ์ท่านไม่รู้ว่านี่คือการวิจัยเพื่อพัฒนาระบบสุขภาพ  ไม่เข้าใจว่านี่คือการวิจัย Health Intervention Assessment  คือท่านเข้าใจแต่วิชาการเชิงคลินิก  ไม่เคยสัมผัสกับวิชาการเชิงระบบ 

          ผมจึงได้โอกาสเสนอต่อที่ประชุม  ให้ใช้เครื่องมือ KM เชื่อมระหว่าง วิชาการสายคลินิก กับวิชาการสายระบบสุขภาพ  โดยให้มีหน่วยงาน/กลไก ค้นหา SS (Success Story) ในการวิจัยคลินิก ที่มีคุณค่าต่อการพัฒนาระบบริการสุขภาพ  เอามาจัดเวที ลปรร. (SSS – Success Story Sharing)  และยกระดับความหมาย   ด้วยเครื่องมือ AI (Appreciative Inquiry)  โยงสู่โจทย์วิจัยเพื่อยกระดับคุณภาพ/ประสิทธิผล/ประสิทธิภาพ/ความทั่วถึง/ความเป็นธรรม/ฯลฯ ของระบบสุขภาพ 

          ผมบอกที่ประชุมว่า ตอนที่ศิริราชพัฒนา R2R เมื่อ ๘ ปีที่แล้ว  ก็ได้ใช้ KM จัดการความรู้ที่มีอยู่แล้วใน SS ของการวิจัยจากโจทย์ของงานประจำ  เอามาทำ SSS ตีความด้วยเกณฑ์คุณค่าชุด R2R  เกิดกระแสและวิธีการ R2R  กลายเป็นนวัตกรรมของการจัดการงานวิจัยจากงานประจำ เพื่อพัฒนางานประจำ  และมีผลพัฒนาคน ให้เป็นนักพัฒนางานต่อเนื่อง



วิจารณ์ พานิช

๑ มี.ค. ๕๖