มี ข่าวดีๆมาฝากค่ะ พอดีเปิดไปอ่านเจอข่าวเกี่ยวกับวัคซีนเข็มเล็กที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ป้องกันไข้หวัดใหญ่ในผู้สูงอายุ ซึ่งเข็มตัวนี้เป็นนวัตกรรมใหม่ฉีดเข้าผิวหนังแทนการฉีดเข้ากล่ามเนื้อ ใครมีปู่ย่าตานานที่เข้าข่ายเป็นไข้หวัดใหญ่ก็พาท่านไปฉีดป้องกันได้นะค่ะ ส่วนเรากะว่าจะพาคุณยายไปฉีดเหมือนกัน ลองศึกษาดูนะค่ะ

ทางเลือกใหม่ของการป้องกันไข้หวัดใหญ่
วัคซีนชนิดฉีดเข้าในผิวหนัง หรือนวัตกรรมวัคซีนเข็มเล็ก
 กระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดีกว่ามีประสิทธิภาพสูงขึ้นในผู้สูงอายุ 1 พร้อมรายงานสถานการณ์และแนวโน้มของโรคไข้หวัดใหญ่ในประเทศไทย โดยมูลนิธิส่งเสริมการศึกษาไข้หวัดใหญ่


 

  • พบผู้ป่วยในไทยติดเชื้อไข้หวัดใหญ่แล้ว 13,677 ราย เชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 กลายเป็นเชื้อตามฤดูกาลแต่ยังสามารถแพร่กระจายได้ง่าย

 

  • นวัตกรรมของการป้องกันไข้หวัดใหญ่ – ด้วยวัคซีนชนิดฉีดเข้าในผิวหนัง ซึ่งเป็น วัคซีนชนิดเข็มเล็ก

  • จาก การศึกษาวัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดฉีดเข้าในผิวหนังตีพิมพ์ในวารสาร วัคซีนเมื่อปี 2552-2553 พบว่าการฉีดวัคซีนเข้าในผิวหนังจะกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดีกว่า และให้ประสิทธิภาพในการป้องกันไข้หวัดใหญ่ดีเทียบเท่าวัคซีนป้องกันไข้หวัด ใหญ่แบบเดิม2 หรือมีประสิทธิภาพมากขึ้นในผู้สูงอายุ1 เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้ป้องกันไข้หวัดใหญ่ในผู้สูงอายุ

  • ข้อดีของการฉีดเข้าในผิวหนัง:  ฉีดได้ง่ายสะดวก เป็นทางเลือกสำหรับผู้กลัวเข็ม หรือ กลัวการฉีดยา3

กรุงเทพฯ, 10 กรกฎาคม 2555 –บริษัท ซาโนฟี่ ปาสเตอร์ จำกัด ร่วมกับประธานมูลนิธิส่งเสริมการศึกษาไข้หวัดใหญ่ ในวันนี้ได้แถลงข่าว “ทางเลือกใหม่ของการป้องกันไข้หวัดใหญ่ ด้วยวัคซีนชนิดฉีดเข้าในผิวหนัง ซึ่งเป็น วัคซีนชนิดเข็มเล็ก” พร้อม ให้ข้อมูลสถานการณ์และแนวโน้มของไข้หวัดใหญ่ในประเทศไทย โดยศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ประเสริฐ ทองเจริญ ประธานมูลนิธิส่งเสริมการศึกษาไข้หวัดใหญ่ และแพทย์หญิงสุเนตร ชื่นกิจมงคล ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ บริษัท ซาโนฟี่ ปาสเตอร์ จำกัด
“สถานการณ์การ ระบาดของไข้หวัดใหญ่ภาพรวมในปีนี้ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน จากข้อมูลเฝ้าระวังโรคของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรคพบผู้ป่วยในไทยแล้ว 13,677 ราย โดยกลุ่มคนที่พบการติดเชื้อมากที่สุด คือกลุ่มคนวัยทำงาน อายุ 25-34 ปี ซึ่งอาจจะเป็นได้ว่า คนเหล่านี้ทำงานอยู่ในที่เดียวกันก็อาจจะส่งผลให้เกิดการแพร่สู่เพื่อนร่วม งานได้โดยง่าย สำหรับเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่ตรวจพบได้มากที่สุด คือ ไข้หวัดใหญ่ สายพันธ์ เอ เอ็ช 3 เอ็น 2 ส่วนไข้หวัดใหญ่ 2009 นั้นพบประปรายในช่วงต้นปี”  ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ประเสริฐ ทองเจริญ ประธานมูลนิธิส่งเสริมการศึกษาไข้หวัดใหญ่ กล่าว “ปัจจุบันเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 ได้
 
 
กลายเป็นเชื้อไข้หวัดใหญ่ ตามฤดูกาล ไม่ได้ทำให้เกิดอาการรุนแรงมากเหมือนในปีแรกๆ แต่เนื่องจากคนส่วนหนึ่งอาจจะยังไม่มีภูมิคุ้มกัน เมื่อมีการติดเชื้อขึ้นก็อาจจะทำให้เกิดการระบาดได้ง่าย และสิ่งที่ควรต้องระวังก็คือ หากมีการแพร่เชื้อต่อไปยังคนที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ผู้สูงอายุ คนที่มีโรคประจำตัว หรือเด็กเล็ก ก็อาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนเช่น ปอดบวม กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ หรือสมองอักเสบ โรคประจำตัวอาจกำเริบจนถึงขั้นต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล หรืออาจรุนแรงมากจนถึงขั้นเสียชีวิต“
“ไข้หวัดใหญ่นอกจากจะอาจส่งผลให้ เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงแล้ว ยังอาจส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงาน หรือการใช้ชีวิตประจำวันได้ ผู้ป่วยอาจไม่สบายต้องลาหยุดงาน หรืออาจต้องนอนพักฟื้นนานถึง 2 สัปดาห์ ดังนั้นการป้องกันจึงเป็นสิ่งสำคัญ ปัจจุบันองค์การอนามัยโลกได้แนะนำ ให้คนทุกคนสามารถฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ได้ตั้งแต่อายุ 6 เดือนเป็นต้นไป” ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ประเสริฐ ทองเจริญ กล่าวเสริม
“วิธีการป้องกันไข้หวัดใหญ่ที่ดีวิธีหนึ่งคือการฉีดวัคซีน เป็นประจำทุกปี ที่ผ่านมาวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ที่ใช้กันอยู่จะเป็น ชนิดฉีดเข้ากล้ามเนื้อ (intramuscular) ซึ่งปกติจะฉีดเข้าที่ต้นแขน แต่ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่จากแบบเดิมนี้มาเป็น ชนิดฉีดเข้าในผิวหนัง (intradermal) ด้วยการใช้นวัตกรรมของเข็มที่มีขนาดเล็กมาก (Micro Injection System) หรือ อาจเรียกได้ว่า “วัคซีนเข็มเล็ก” ซึ่งจากผลการศึกษาตีพิมพ์ในวารสารวัคซีนเมื่อปี 2552 – 2553 ในผู้ใหญ่อายุ 18 – 60 ปี และผู้สูงอายุมากกว่า 60 ปี จำนวนกว่า 7,000 คนในทวีปยุโรป  ผลภูมิคุ้มกันต่อไข้หวัดใหญ่ของผู้สูงอายุที่ได้รับวัคซีนชนิดฉีดเข้าในผิว หนังพบว่าภูมิคุ้มกันสูงกว่าการฉีดเข้ากล้ามตามปกติ1 และสามาถสร้างภูมิได้เทียบเท่าวัคซีนแบบเดิมในผู้ใหญ่อายุ 18-60 ปี 2 นอกจากนี้ได้มีการศึกษาเรื่องการยอมรับใช้วัคซีนเข็มเล็ก ในผู้ใหญ่อายุ 18 – 60 ปี พบว่า 98% พึงพอใจอย่างมากต่อวัคซีนเข็มเล็ก 3  ดังนั้นการฉีดเข้าในผิวหนังจะช่วยให้การฉีดวัคซีนทำได้ง่ายขึ้น เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่กลัวเข็มหรือกลัวการฉีดยา  แพทย์หญิง สุเนตร ชื่นกิจมงคล ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ บริษัท ซาโนฟี่ ปาสเตอร์ จำกัด กล่าว
สำหรับ วัคซีนเข็มเล็ก เป็นนวัตกรรมการฉีดวัคซีนเข้าในผิวหนัง  ซึ่งบริเวณผิวหนังนั้นมีเซลล์รับระบบภูมิคุ้มกันอยู่มาก รวมทั้ง ยังมีหลอดเลือดฝอยและท่อน้ำเหลืองเชื่อมโยงอยู่หนาแน่นจึงทำให้ร่างกาย สามารถตอบสนองสร้างภูมิคุ้มกันได้สูงอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเมื่อเปรียบ เทียบกับการฉีดวัคซีนชนิดฉีดเข้ากล้ามเนื้อแบบเดิม 4 ทำให้สามารถใช้วัคซีนในปริมาณที่น้อยกว่าวัคซีนชนิดฉีดเข้ากล้ามเนื้อแบบ เดิม แต่สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดีเทียบเท่ากับวัคซีนแบบเดิม2 หรือสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้สูงขึ้นในคนบางกลุ่มเช่นผู้สูงอายุ 1เป็นต้น
ใน ผู้สูงอายุ ภูมิคุ้มกันของร่างกายจะอ่อนแอลงตามธรรมชาติ ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ได้ง่ายขึ้น และเสี่ยงต่อการมีอาการแทรกซ้อนรุนแรงได้มากขึ้น อีกทั้งการตอบสนองต่อการกระตุ้นภูมิคุ้มกันที่ได้จากการฉีดวัคซีนป้องกันไข้ หวัดใหญ่ยังลดลงอีกด้วย5 ดังนั้น ผู้สูงอายุจึงอาจจำเป็นต้องใช้วัคซีนในปริมาณที่สูง
 
 
กว่า คนวัยอื่นๆ แต่ด้วยการฉีดวัคซีนเข้าในผิวหนัง สามารถใช้ปริมาณวัคซีนเท่าเดิมกับที่ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ แต่กระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดีกว่า ดังนั้นวัคซีนเข็มเล็ก ชนิดฉีดเข้าในผิวหนังจึงเหมาะอย่างมากสำหรับการใช้ป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ใน ผู้สูงอายุ  
# # #
เกี่ยวกับมูลนิธิส่งเสริมการศึกษาไข้หวัดใหญ่
มูลนิธิ ส่งเสริมการศึกษาไข้หวัดใหญ่ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางประสานงาน และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับไข้หวัดใหญ่ แก่บุคลากรทางการแพทย์และประชาชนทั่วไป และเพื่อร่วมมือกับองค์กรอื่นทั้งภาครัฐและเอกชนในการแจ้งเตือนและป้องกัน โรค ไข้หวัดใหญ่ เพื่อดำเนินการ หรือร่วมมือกับองค์กรการกุศลอื่น ๆ เพื่อสาธารณประโยชน์อันจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและสังคมโดยรวม โดยไม่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับการเมืองแต่ประการใด
เกี่ยวกับบริษัท  ซาโนฟี่  ปาสเตอร์
บริษัท  ซาโนฟี่  ปาสเตอร์  จำกัด หน่วยงานด้านวัคซีนของ ซาโนฟี่  โดยวัคซีนที่ผลิตกว่าพันล้านโด๊สที่ผลิตขึ้นในแต่ละปีสามารถสร้างภูมิคุ้ม กันให้กับผู้คนทั่วโลกได้เป็นจำนวนมากกว่า 500 ล้านคน   ซาโนฟี่ ปาสเตอร์ คือผู้นำในด้านการผลิตวัคซีนระดับโลก โดยสามารถผลิตวัคซีนชนิดต่างๆ จำนวนมาก ที่ใช้ป้องกันโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัสประมาณ 20 ชนิด เพื่อปกป้องชีวิต ในแต่ละปีบริษัทฯ ใช้งบประมาณกว่า 1 ล้านเหรียญยูโร ในการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาวัคซีน

1. การศึกษา การใช้วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ในผู้สูงอายุ : การศึกษาแบบสุ่มตัวอย่าง (Intradermal influenza vaccine for older adults: A randomized controlled multicenter phaseIII study)
 
ตีพิมพ์ในวารสาร วัคซีน ฉบับที่ 27 ปี 2009
 
ความเป็นมา: เนื่องจากที่ผ่านมาโรคไข้หวัดใหญ่เป็นสาเหตุหลักของการติดเชื้อทางเดินหายใจ ในผู้สูงอายุ และมักก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง แต่เนื่องจากผู้สูงอายุจะมีการตอบสนองต่อวัคซีนได้ลดลง โดยจะเห็นได้ว่า ภูมิคุ้มกันของผู้สูงอายุที่มีต่อวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่นั้นลดลง 2-4 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับคนวัยหนุ่มสาว และเป็นที่ยอมรับทางการแพทย์ว่าการการฉีดวัคซีนเข้าในผิวหนัง อย่างเช่น วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่, วัคซีนพิษสุนัขบ้า หรือวัคซีนตับอักเสบเอ สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้สูงขึ้น
 
วัตถุประสงค์: ต้องการศึกษาเปรียบเทียบภูมิคุ้มกัน และความปลอดภัยของวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ชนิดฉีดเข้ากล้ามเนื้อ (Intramuscular) ขนาด 15 ไมโครกรัม เปรียบเทียบกับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ชนิดฉีดเข้าผิวหนัง (Intradermal) ขนาด  15 ไมโครกรัมในผู้สูงอายุ
 
ลักษณะการศึกษา: ศึกษาในผู้สูงอายุอายุมากกว่า 60 ปี จำนวน 3,707 คน โดยแบ่งคนไข้ออกเป็น 2 กลุ่ม แบบสุ่มตัวอย่าง ในช่วงเดือนกันยายน – ตุลาคม 2009 โดยแบ่งกลุ่มดังนี้

  • ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ชนิดฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ความแรง 15 ไมโครกรัม จำนวน 1,089 คน

  • ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ชนิดฉีดเข้าทางผิวหนัง ความแรง 15 ไมโครกรัม จำนวน2,618 คน

 
ผลการศึกษา: พบ ว่าวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ชนิดฉีดเข้าทาง ผิวหนัง (Intradermal) สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไข้หวัดใหญ่ทั้ง 3 สายพันธ์ คือ ชนิด A(H1N1), A(H3N2) และ ชนิด B ได้สูงกว่าวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ชนิดฉีดเข้าทางกล้ามเนื้อ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และวัคซีนทั้ง 2 ชนิดมีความปลอดภัยใกล้เคียงกัน