เรื่อง รายงานการพัฒนาแบบฝึกทักษะพื้นฐานกีฬาแฮนด์บอล กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนนามลวิทยาคาร ปีการศึกษา 2554
ผู้ศึกษา นายวิทยา ถิตย์รัศมี
ปีที่ศึกษา ปีการศึกษา 2554
บทคัดย่อ
รายงานการพัฒนาแบบฝึกทักษะพื้นฐานกีฬาแฮนด์บอล กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนนามลวิทยาคาร ปีการศึกษา 2554 การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ของศึกษาค้นคว้า 1) เพื่อพัฒนาแบบฝึกทักษะพื้นฐานกีฬาแฮนด์บอลให้มีประสิทธิภาพ 80/80 2) เพื่อหาค่าดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกทักษะพื้นฐานกีฬาแฮนด์บอล 3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่ได้รับการสอนด้วยแบบฝึกทักษะพื้นฐานกีฬาแฮนด์บอลก่อนเรียนและหลังเรียน 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการสอนด้วยแบบฝึกทักษะพื้นฐานกีฬาแฮนด์บอล กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาในครั้งนี้ คือ นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนนามลวิทยาคาร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 1 ปีการศึกษา 2554 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 18 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษามี 3 ชนิด คือ แบบฝึกทักษะพื้นฐานกีฬาแฮนด์บอลชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 30 ข้อ แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อวิธีสอนด้วยแบบฝึกทักษะพื้นฐานกีฬาแฮนด์บอล ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 10 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ สถิติพื้นฐานและสถิติที่ใช้ในการทดสอบสมมติฐานคือ t-test (Dependent Sample)
ผลการศึกษาปรากฏดังนี้
1. แบบฝึกทักษะพื้นฐานกีฬาแฮนด์บอลที่มีประสิทธิภาพ เท่ากับ84.63/86.67 ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้
2. ค่าดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกทักษะพื้นฐานกีฬาแฮนด์บอล เท่ากับ 0.7631แสดงว่านักเรียนมีความก้าวหน้าทางการเรียนคิดเป็นร้อยละ 76.31
3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจากการเรียนโดยแบบฝึกทักษะพื้นฐานกีฬาแฮนด์บอล ของนักเรียนกลุ่มทดลองหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
4. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกทักษะพื้นฐานกีฬาวอลเลย์บอลมีค่ารวมเฉลี่ยเท่ากับ 4.52 ซึ่งอยู่ในระดับที่เหมาะสมมากที่สุด
โดยสรุป การพัฒนาแบบฝึกทักษะพื้นฐานกีฬาแฮนด์บอล ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนนามลวิทยาคาร ปีการศึกษา 2554 ที่พัฒนาขึ้น เป็นนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลตามเกณฑ์ให้มีผลสัมฤทธิ์สูงกว่าก่อนการฝึก สมควรนำไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนบรรลุวัตถุประสงค์ของหลักสูตรต่อไป