PathoOTOP2-สุนทรียสนทนา มาถึงบทส่งท้ายแล้วค่ะ หลังจากที่ได้เล่าความในใจจนครบทุกคนแล้ว คุณอำนวย โอ๋-อโณ ได้โยนคำถามให้กับวงสนทนาว่า เวที ลปรร แบบนี้ดีมั๊ย ? มีความคิดเห็นหลายแบบดังนี้
.
ดี.....(ไม่มีแต่)
- ดีแล้ว ได้ประโยชน์จากการฟัง แนวคิดบางประการนำไปปรับใช้ได้
- ได้ประโยชน์ทุกครั้งที่ฟัง ได้พูดในสิ่งที่อยากพูด ได้ฝึกพูดต่อหน้ากลุ่มคน
- ได้ฟังแนวคิดที่หลากหลาย (อาจมีเหมือนมีต่าง) และได้ฝึกพูด ก่อนขึ้นเวทีจริง
- บรรยากาศดี มีทั้งพูด ทั้งฟัง ทำให้ไม่ง่วง
- แต่ละคนพูดมาจากใจ บรรยากาศเป็นกันเองดี ไม่เครียด
- รู้สึกดี ที่พูดแล้วมีคนฟัง
ดี.....แต่มีข้อเสนอ
- ดีแล้ว...แต่บางทีฟังไม่รู้เรื่อง เพราะไม่เข้าใจงานคนอื่น ใช้เวลามากไป (2 ชม.) ต้องทิ้งงานมา และต้องฝากงานให้ผู้อื่นทำ (เกรงใจ)
- แรกๆ น่าฟัง แต่พอฟังๆ ไป พูดหัวข้อเดียวกัน ทำให้น่าเบื่อ อยากให้มีหัวข้อที่แตกต่างกันไปหลายๆ แบบ และน่าจะมีคนคอยกระตุ้น เพื่อให้บรรยากาศสนุกและกระชับกว่านี้
- รูปแบบโดยรวมดี แต่น่าจะจัดกลุ่มที่ทำโครงการเกี่ยวข้องกัน จะได้ฟังรู้เรื่อง และแสดงความคิดเห็นได้
ดี....และมีคำตอบ
- เรื่องเสียเวลางานต้องมีบ้าง และการฝากงานให้เพื่อนร่วมงานทำแทน เป็นการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ครั้งนี้เรามาทำกิจกรรม เขาทำงานแทน คราวหน้าก็แลกกัน เป็นการได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย
- การ ลปรร. ไม่มีผิด ไม่มีถูก แม้ว่าหัวข้อที่พูดจะเหมือนกัน แต่แนวคิดของแต่ละคนไม่เหมือนกัน (นานาจิตตัง)
- สิ่งที่แต่ละคนพูดถ้าตั้งใจฟัง จะเห็นว่า "มีประเด็น" ซึ่งเราอาจนำไปปรับใช้ได้ (ต้องตั้งใจฟังและจับประเด็น)
ปิดท้ายด้วย คุณอำนวยทั้งสองท่านบอกว่า การสนทนาแบบนี้เป็นกระบวนการที่ใช้ในการประเมินผลการปฏิบัติงาน ว่าทำแล้วได้อะไร เพื่อนำข้อคิดเห็นไปปรับปรุงงานต่อไป ที่จัดแบบนี้เพราะอยากฟังแนวคิดและความรู้สึก มากกว่าเนื้อหารายละเอียดของโครงการ( เพราะเนื้อหา หาได้จากที่อื่น เช่นตอนที่เสนอโครงการ และในวารสารสายใยพยาธิ) กระบวนการแบบนี้สามารถนำไปปรับใช้ในหน่วยงานได้ .
..............................." ฝึกฟัง และพูดจากใจ" ..............................


คุณเอื้ออำนวย in concert

คุณลิขิต...ติดบันทึก
หลายๆ ครั้งในการประชุม เราจะบอกว่า ผู้บริหารเกณฑ์ไปฟัง เพราะเล่นพูดอยู่คนเดียว ไม่ยอมฟัง
ในเหตุการณ์เดียวกัน ถ้าลงท้ายว่า มีใครมีความคิดเห็นว่าอย่างไร ....แล้วก็พบว่า สิ่งที่ได้ยิน คือความเงียบ
เมื่อออกจากห้องประชุม มักจะระคนไปด้วยความคิดเห็นต่างๆนานา ที่มีคุณค่า น่ารับฟัง และเป็นประโยชน์น่าพิจารณา
เอ! เรากำลังทำอะไรผิดขั้นตอนกันหรือเปล่า
ผมเห็นด้วยว่าเราเริ่มกลับทิศการกระทำบ้างก็ดี เริ่มจากกำหนด scope ของเรื่องว่า เราจะคุยเรื่องอะไรกันดี หลังจากนั้น แต่ละคนมีความคิดเห็นว่าอย่างไร แล้วผู้บริหารค่อยเสริมในตอนสุดท้ายว่า ลองทำแบบนี้ดีไหม
เผื่อว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง อย่างน้อยก็น่าจะได้ยินอะไรบ้างที่นอกเหนือจากความเงียบ
ขอบคุณคุณ nidnoi มากค่ะ ที่ช่วยเป็นคุณลิขิตให้
เป็นคุณลิขิต ที่เก็บรายละเอียด สรุปประเด็น และ ถ่ายทอดออกมาได้อย่างครบถ้วนและน่าติดตามยิ่ง สงสัย อาจจะต้องมีบันทึกต่อจากนี้ เกี่ยวกับเคล็ดลับในการเป็นคุณลิขิต!
สนับสนุนและรออ่าน “บันทึกเคล็ดลับการเป็นคุณลิขิต” ด้วยคน