หลังเทศกาลตรวจรับรองคุณภาพโรงพยาบาลผ่านไป ก็ถึงเวลาที่พวกเราชาวโรงพยาบาลจะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ดิฉันเชื่อว่าโรงพยาบาลไหนๆ ก็เถอะ จะมีความพร้อมมากอย่างไรก็อดจะลุกขึ้นมาตรวจสอบระบบ เช็คความพร้อมอีกครั้ง.. และอีกครั้ง ก่อน สรพ.จะมาตรวจเยี่ยมไม่ได้
ใครจะพักบ้างก็ไม่ยากลำบากเหมือนแพทย์ เพราะมีผลกระทบตลอดเส้นทางการให้บริการรักษาพยาบาล ระยะหลังนี้รู้สึกได้ว่าคุณหมอหลายท่านจะคึกคักน้อยลง ไม่ค่อยมาเยี่ยมเยียนแผนกผู้ป่วยในเหมือนเคย ภาพที่เห็นจนชินตาในช่วงนี้คือ ตอนเช้าๆ น้องพยาบาลหอผู้ป่วยรับใหม่จะหอบแฟ้มประวัติผู้ป่วยออกไปรายงานแพทย์ที่แผนกผู้ป่วยนอกทุกวัน สายๆ หน่อยถึงช่วงบ่ายจะได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังเป็นระยะ เป็นเสียงของพยาบาลหอผู้ป่วยต่างๆ โทรศัพท์เช็คกันว่ามีแพทย์เข้าตรวจเยี่ยมผู้ป่วยที่ไหนแล้วบ้าง นานวันเข้าก็เกิดเครือข่ายสายสัมพันธ์อันเหนียวแน่นระหว่างพยาบาลหอผู้ป่วยใน ดังคำรายงานของน้องพยาบาลว่า
"ตึก.. เขาถามว่าหมอมาหรือยัง เขาก็ตามหาอยู่เหมือนกัน" "หนูเลยบอกเขาว่า ถ้าใครหาตัว (แพทย์) ได้ก่อนอย่าลืมบอกกันหน่อยเด้อ" "ใครเจอก่อนชนะ!"
น่าเห็นใจพยาบาลเขานะ เขาอยู่กับผู้ป่วย 24 ชั่วโมง ก็ต้อง 'อุกอั่ง' เป็นธรรมดา เมื่อคุณหมอไม่มานานเข้าพยาบาลก็ไม่พอใจ โกรธ ปฏิเสธ และอาจซึมเศร้าได้ในที่สุด !!
คุณหมอหายไปไหน?
1 ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก (จากธันวาคม 50 ข้ามไปกุมภาพันธ์ 51) บ่ายๆ วันหนึ่งประมาณต้นเดือนกุมภา ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังกริ๊งๆ ยกโทรศัพท์ขึ้นมาก็ได้ยินเสียงคุณหมอหนุ่มวัยพอเหมาะกับขันหมากแว่วมาตามสาย
"หมอ..นะครับ มี case active ของหมอไหม"
หลายคนรีบบอกว่าไม่เข้าใจสับแสง อยากให้คุณหมออธิบาย.. รู้ทันนะ ปกติเสียงคุณหมอท่านนี้นุ่มนวลไพเราะอยู่แล้ว เมื่อมาได้ยินในบรรยากาศโหยหาแบบนี้จึงรู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งนัก หลังจากรายงานว่ามี case active ของคุณหมอ และนัดแนะเวลามาพบผู้ป่วยเรียบร้อยแล้ว จึงเล่าให้น้องพยาบาลฟัง หลายคนร้องกรี๊ด! ถูกใจ
"เอาแบบนี้อีก ได้ไหมคะ พี่"
เอ้า! อย่าคิดไปไกล ถ้าเป็นพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยใน ที่รับผู้ป่วยไว้รักษาจะเข้าใจความรู้สึกนี้ ดิฉันมักจะนำกรณีนี้เป็นตัวอย่างอธิบายเรื่อง "Value Chain" หรือ "โซ่ร้อยค่านิยม" ให้น้องๆ ฟังว่า ถ้าเราอยู่ในกระบวนการก่อนหน้า ต้องส่งมอบผลงานที่มีคุณค่าให้แก่กระบวนการถัดไป เหมือนกรณีคุณหมอ ถ้าไม่มาตรวจเยี่ยมผู้ป่วย กระบวนการถัดไปที่ได้รับผลกระทบ คือ การพยาบาลผู้ป่วยใน ไม่แปลกที่พยาบาลจะรู้สึก 'อุกอั่ง' และอุกอั่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่เป็นผลดีต่อผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกับคุณภาพการให้บริการ
เมื่อน้องพยาบาลเจอตัวอย่างจี้ถูกจุดตรงใจได้ความรู้สึกแบบนี้ จึงเข้าใจได้ง่ายว่าคุณค่าของการร้อยเรียงผลงานที่มีคุณค่า ตั้งแต่กระบวนการแรกถึงกระบวนการสุดท้ายมันดีอย่างไร
ก่อนจบเรื่องจะขอเกริ่นถึงคุณหมอ 2 ท่าน ซึ่งจะเชื่อมโยงกับพฤติกรรมบริการที่จะเล่าในครั้งต่อไป ท่านที่หนึ่ง นัดจะมาเย็บแผลผู้ป่วยให้เวลา 8.30 น.กำชับพยาบาลว่าให้จัดเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมเพราะต้องไปให้การรักษาอีกที่หนึ่งต่อ พยาบาลรีบรับ-ส่งเวรให้เร็วขึ้น ลงทุนงดรายการ pre-post conference และการทบทวนประเด็นสำคัญของเช้าวันนั้นทั้งหมดเพื่ออำนวยความสะดวกให้คุณหมอ แต่ด้วยปัจจัยบางอย่างทำให้คุณหมอมาเวลา 9.30 น. เย็บแผลเสร็จกำลังล้างมือ เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงดังวี๊ดๆ เจ้าของโทรศัพท์แสดงอาการหงุดหงิด บ่นไม่หยุดปากว่า "จะตามอะไรกันนักกันหนา" ฟังแล้วรู้สึกว่าเออ..ชีวิตเราดีกว่านี้นะ (เริ่มจะอุกอั่งน้อยลง)
มาที่คุณหมออีกท่าน เรามีผู้ป่วย case active ของคุณหมอท่านนี้ 1 ราย บอกพยาบาลว่าเช้านี้จะมาประเมินผู้ป่วยให้ โดยวางแผนร่วมกันว่าถ้าอาการไม่ดีขึ้นจะรักษาด้วยไฟฟ้า (Electroconvulsive therapy: ECT) พยาบาลเวรดึกก็ดีใจหาย พอประเมินว่าผู้ป่วยอาการไม่ดีขึ้นก็งดน้ำงดอาหารไว้รอ เผื่อแพทย์จะสั่งการรักษา จึงต้องเชิญคุณหมอมาประเมินผู้ป่วยให้ทันทำการรักษาที่จะเริ่มเวลา 9.00 น.
คุณรู้จัก 'เวิร์คอินตามหมอ' ไหม? เป็นแนวทางในการรายงานแพทย์ แจกแจงวิธีพิจารณาว่ากรณีใดจะรายงานแพทย์ท่านใด และจะตามแพทย์ท่านใดด้วยวิธีการใด สำหรับพยาบาลแล้วแค่นี้ไม่ยากหรอก สั่งมาได้เลยทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาพยาบาลที่ดี
แต่เราตามจนหมดทุกวิธีแล้วก็ยังไม่พบตัวคุณหมอ
อ้อ! ยังไม่ได้โทรศัพท์เข้าหมายเลขส่วนตัวของคุณหมอ เนื่องจากเราเคารพความเป็นส่วนตัวของบุคคลอื่น จึงไม่ตามโดยวิธีนี้ ถ้าไม่จำเป็น!
แต่คราวนี้มันจำเป็นแล้วละ เพราะถึงเวลา 10.00 น.แล้วยังตามคุณหมอไม่ได้ จึงโทรศัพท์ไปประสานกับหน่วยบำบัดรักษาด้วยไฟฟ้าว่าอย่าเพิ่งสลายตัวก่อน แล้วบอกให้น้องพยาบาลต่อสายโทรศัพท์ไปที่หมายเลขส่วนตัวคุณหมอได้แล้ว น้องพยาบาลก็ปฏิบัติตามแบบไม่เต็มใจ
แต่ได้ผลแฮะ! หลังพูดคุยเชื้อเชิญคุณหมอเรียบร้อยแล้ว สีหน้าของน้องพยาบาลที่รายงานคุณหมอก็เปลี่ยนไปเป็นยิ้มแย้มยินดี ละล่ำละลักเล่าให้ฟังว่า
"พี่ คุณหมอบอกว่าเมื่อคืนอยู่เวร ตอนโทรศัพท์ไปคุณหมอยังไม่ตื่นเลยนะ เขาขอบคุณมากๆ ที่โทรฯ ไปปลุก"
คุณรู้ไหม ความรู้สึกอุกอั่งเมื่อครู่หายเป็นปลิดทิ้ง คำพูดนุ่มนวลน่าฟัง บอกเหตุผลตรงๆ อย่างจริงใจ ฟังแล้วอยากจะหอบแฟ้มไปให้คุณหมอเขียนคำสั่งรักษาถึงข้างเตียง แล้วกระซิบเบาๆ ว่า
"เอาแบบนี้อีกได้ไหมคะ คุณหมอ"
ที่มา : ปรับปรุงจากเรื่องเดิมชื่อเดียวกันโดยผู้เขียน เผยแพร่ในตลาดนัดความรู้ โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์ ปี 52