GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

บทที่ ๑ ใบไม้เพียงหยิบมือ เพื่อก้าวสู่ยุคแห่งสติปัญญา

วิกฤตต่างๆ ปัญหา ความขัดแย้ง ความแตกแยก และความทุกข์ต่างๆ ในใจของมนุษย์เรา เปรียบเสมือนโรคไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยยาของยุคปัจจุบัน ได้เนื่องด้วยข้อจำกัดต่างๆ พัฒนาการ กรอบความคิดและสติปัญญา ของยุคปัจจุบัน
หมายเหตุ : เนื่องจากขณะนี้ได้เกิดวิกฤตต่างๆ มากมาย เกิดปัญหา ความขัดแย้ง ความแตกแยก และความทุกข์ ในใจเราเอง ในครอบครัว ในสังคม ในชาติ(ของเราขณะนี้) ในโลก ในตอนนี้อาจจะเป็นเวลาที่ดีที่สุดในการตั้งหลัก ตั้งสติ เริ่มต้น สร้างใจเราเองและตัวเรา แล้วไปสู่ ครอบครัว สังคม และนำไปสู่การสร้างชาติไปสู่ยุคใหม่ แต่อย่างไรก็ตาม วิกฤตต่างๆ ปัญหา ความขัดแย้ง ความแตกแยก และความทุกข์ต่างๆ ในใจของมนุษย์เรา  เปรียบเสมือนโรค ไม่สามารถ รักษา ให้หายขาด ได้ด้วยยาของยุคปัจจุบัน ได้เนื่องด้วยข้อจำกัด ต่างๆ พัฒนาการ กรอบความคิดและสติปัญญา ข องยุคปัจจุบัน ซึ่งเป็นรากเง้าของปัญหาทั้งปวง การก้าวสู่ยุคแห่งสติปัญญา เป็นยารักษาโรคให้หายขาดและยั่งยืน ที่สำคัญ สติปัญญานี้ จะต้องเป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าใจได้ง่าย สามารถเข้าถึงได้ง่าย สามารถจดจำได้ง่าย เชื่อมโยงด้วยตัวเองได้ง่าย ถ่ายทอดด้วยตัวเองได้ง่าย ตรวจสอบความถูกต้องได้ง่าย นำไปประยุกต์ปฎิบัติในชีวิตจริงได้ง่าย ดุจใบไม้ในกำมือ ของเราเอง   ประวัติศาสตร์จากแรกเริ่ม ยุคแรกนั้น มนุษย์เราเริ่มล่าสัตว์เป็นอาหาร และรู้จักใช้ไฟเพื่อเอาชนะความกลัวจากความมืด  และอยู่รอดจากภัยธรรมชาติยุคสอง เริ่มเข้าสู่ยุคเกษตรกรรม เพื่อเตรียมปัจจัยสี่ (อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม  ยา) อันเป็นพื้นฐานในอยู่รอดจากภัยธรรมชาติยุคสาม เริ่มเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม เพื่อที่เอาชนะข้อจำกัด ข้อด้อย ด้านการเตรียมปัจจัยสี่และปัจจัยอื่นๆ ในยุคเกษตรกรรมยุคที่สี่ หรือยุคปัจจุบัน เป็นยุคสื่อสารและข้อมูล เพื่อเอาชนะข้อจำกัด ข้อด้อย ด้านปัจจัยการสื่อสารและข้อมูล ในยุคอุตฯ   มนุษย์เรานั้นพยายามเอาชนะธรรมชาติทางกายภาพมาตลอดในทุกยุค แต่เราก็ยังมีปัญหา ความขัดแย้ง ความทุกข์ในใจของเรามากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงจุดวิกฤต ในใจเรา ในครอบครัว ในสังคม ในชาติ ระหว่างชาติ  ไม่มีทางแก้หรือทางออกที่ยั่งยืน เนื่องจากข้อจำกัดและข้อด้อยของยุคปัจจุบัน   ดุจดัง ใบไม้เพียงหยิบมือของพระพุทธเจ้า อาจช่วยเราก้าวสู่ยุคต่อไป คือยุคแห่งสติปัญญาได้ ความรู้ต่างๆ มีมากมายดุจใบไม้ในป่าใหญ่ มีมากมายนับไม่ถ้วน กว้างใหญ่ ลึกล้ำ ไม่มีสิ้นสุด ดุจจักรวาลที่ไร้ขอบเขตความรู้ต่างๆ มีมากมายไม่สิ้นสุด จะมีความหมาย มีความสำคัญอันใด ถ้าใจเราหวาดกลัว หวาดหวั่น เป็นทุกข์อยู่ สมองและมือ ของเรา ต้องรู้จัก เลือกและหยิบ ใบไม้ที่มีความสำคัญ ให้ใจเรา หลุดพ้นจากหวาดกลัว หวาดหวั่น และเป็นทุกข์   ความกลัวซึ่งเป็นสัญชาตญานพื้นฐานที่สุดของมนุษย์ และความกล้าหาญย่อมเป็นอาวุธพื้นฐานที่สุดอันแรกของมนุษย์เรา ที่จะเอาชนะความกลัวได้ มนุษย์เราย่อมหวาดกลัว หวาดหวั่นใจ วิตกกังวล ต่างๆ นาๆ ในสิ่งที่รู้ไม่แจ้ง มองเห็นไม่ชัด และยังมาไม่ถึง เหมือนกับที่เรากลัวความมืด กลัวอนาคต หรือกลัวผี เวลาดูหนังผี แต่เมื่อผีปรากฎตัว เรากลับเบาใจ เพราะเรามองเห็นชัดแล้ว และไม่กลัวมากเท่าตอนแรก   ความซื่อตรงต่อตัวเองและผู้อื่น คือมหาสมุทรแห่งหลักความดีและความดีงามทั้งปวง ของมนุษย์ทุกหมู่เหล่า ความกล้าหาญย่อมเป็นอาวุธที่เข้มแข็งที่สุด เพื่อต่อสู้กับความกลัวอันลึกซึ้งภายในใจของมนุษย์เรา เมื่อมีความกลัว ใจมนุษย์เราย่อมอ่อนแอและคดงอได้ง่าย เพื่ออยู่รอดด้วยสัณชาตญาณสัตว์โลก แต่เมื่อเราเอาชนะความกลัวในใจได้ ย่อมเป็นชัยชนะที่เหนือกว่าชัยชนะอื่นใดทั้งปวง รางวัลอันสูงสุดที่ได้รับ ย่อมได้ความซื่อตรงภายในใจ นำไปสู่ความซื่อตรงต่อตนเองและผู้อื่น   ๔ สติปัญญาที่รู้แจ้ง เข้าใจแจ่มชัด และสามารถเชื่อมโยงสิ่งต่างๆ เข้าด้วยกันได้ โดยไม่แตกแยก เป็นที่สุดแห่งความสามารถทั้งปวง ทุกสิ่งย่อมมีอย่างน้อยสองด้าน มีกลางวัน มีกลางคืน มีมืด มีสว่าง มีเหนือ มีใต้ มีตะวันออกและมีตะวันตกทุกสิ่งย่อมมีข้อดีและข้อด้อยในตัวเอง หากสติปัญญามนุษย์เรา ไม่สามารถรู้แจ้ง เข้าใจแจ่มชัดและเชื่อมโยงข้อดี ข้อด้อยของสิ่งต่างๆได้ ย่อมเกิดปัญหา ความขัดแย้ง ความแตกแยก และความทุกข์ไม่มีสิ้นสุดในยุคของมนุษย์เรา

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 52177
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)