โอวาทธรรมในวันแสดงมุทิตาสักการะองค์พ่อแม่ครูอาจารย์


วันนี้เป็นวันพิเศษที่พระภิกษุสามเณรญาติโยมพุทธบริษัททั้งหลายทั้งภายในประเทศและต่างประเทศได้มาร่วมรวมกัน เนื่องจากเป็นวันครบรอบอายุ ๖๓ ปีของพ่อแม่ครูบาอาจารย์...


การเกิดเป็นมนุษย์ของทุก ๆ คน พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่าเป็นสิ่งที่ประเสริฐ  ทุกคนมีโอกาสที่จะสร้างความดีสร้างคุณธรรม... เป็นโอกาสที่สำคัญมาก ๆ ๆ ๆ 

คนส่วนมากยังมองไม่เห็นความสำคัญในการเกิดมาเป็นมนุษย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ประเสริฐสูงสุด 

การเกิดเป็นมนุษย์ของคนเรานี้มันสำคัญมากนะ ระบบสมอง สติปัญญา ความสามารถ ศักยภาพ เหมาะสมที่จะประพฤติปฏิบัติธรรม เพื่อบรรลุธรรม ตรัสรู้ธรรม อยู่ในภพภูมิที่เหมาะสม  สิ่งแวดล้อมเหมาะแก่การฝึกการหัดที่จะเกิดสมาธิ เกิดปัญญา  มีความเกิด มีความแก่ มีความเจ็บ มีความตาย ความพลัดพราก เป็นเครื่องหมายให้เรารู้จักรู้แจ้ง มองไปทางที่ไหน ๆ ก็ล้วนแต่เห็นคนแก่ คนเจ็บ คนตาย ความพลัดพราก ถ้าเราจะมองให้เกิดปัญญาก็ย่อมเกิดปัญญาได้ เปรียบเสมือนเทวทูตทั้ง ๔ คอยมาบอกมาสอนมาเตือนเรานะ 

ทรัพย์สมบัติที่ทุกคนจะได้รับพร้อมกับความเกิดน่ะ ได้แก่ ความเจ็บไข้ไม่สบาย  มีความเจ็บไข้ต่าง ๆ นานา มีความแก่ มีความชราไปตามอายุขัย แม้เราจะบริโภคอาหาร พักผ่อน  ความแก่เฒ่าชรามันก็แก้ไขไม่ได้ ความตายมีกับคนทุกคนที่เกิดมาไม่ว่าเค้าผู้นั้นจะเป็นใคร คนรวยคนจน เจ้าฟ้าพระมหากษัตริย์ นักธุรกิจ ชาวไร่ชาวนา ก็หลีกหนีไปไม่ได้            ตัวของเราทุก ๆ คนก็จะเป็นอย่างนั้นเหมือนกันนะ

สิ่งที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของเราได้แก่โลกธรรมทั้ง ๘ ประการ มีลาภ เสื่อมลาภ มียศ เสื่อมยศ สรรเสริญ นินทา สุข ทุกข์ เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเราตลอดเวลานะ ทุกคนจะหลีกเลี่ยงไปไม่พ้น ถ้าเราภาวนาพิจารณาให้จิตใจของเราเกิดปัญญา สิ่งนี้ก็จะเกิดคุณ ถ้าเราไม่ได้คิดพิจารณาจิตใจของเราก็จะมีแต่โทษ ถ้าเรารู้จักภาวนารู้จักพิจารณาสิ่งเหล่านี้มันจะนำศีล นำสมาธิ นำปัญญาเกิดขึ้นแก่ใจของเรานะ ทุกท่านทุกคนเกิดมาในโลกนี้จะหลีกหนีโลกธรรมนี้ไปไม่ได้ พระพุทธเจ้าท่านถึงให้เราหนีด้วยปัญญา ไม่ให้ไปแก้ภายนอก ให้มาแก้ที่จิตที่ใจของเรานะ  

การสร้างความดี การสร้างคุณธรรม พระพุทธเจ้าท่านให้เรามาแก้ที่ใจของเรา แก้ที่การกระทำของเรา เพราะปัญหาต่าง ๆ ทั้งหลายทั้งปวงที่มันเกิดขึ้นมันอยู่ที่ตัวของเราเองนะ ไม่มีใครมาดลบันดาลให้เรา เรื่องการประพฤติปฏิบัติมันเป็นเรื่องเฉพาะตน ไม่มีใครที่จะประพฤติปฏิบัติทดแทนกันได้  

เราจะเป็นคนบุญก็เพราะเราทำเอง เราจะเป็นคนบาปก็เพราะเราทำเอง จะเป็นคนจนทุกข์ยากลำบาก จะเป็นคนรวยก็เพราะการกระทำของเราเองนะ เราจะไม่ได้บรรลุธรรมก็เพราะเราทำเอง เราจะได้บรรลุธรรมก็เพราะเราทำเอง ทุกอย่างมันจะเป็นไปตามกฎแห่งกรรม


พระพุทธเจ้าที่เกิดมาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าท่านก็ต้องสร้างบารมีของความที่จะเป็นพระพุทธเจ้า พระอรหันต์สาวกท่านก็มาสร้างบารมีของท่านที่จะเป็นพระอรหันต์สาวก ไม่มีใครมาปฏิบัติให้ท่านนะ      

มีความเห็นมีความเข้าใจ เชื่อว่าทำดีได้ดี พูดดีได้ดี คิดดีได้ดี นี้เป็นโอวาทพระปาฏิโมกข์ของพระพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ ไม่ว่าองค์ไหนจะมาตรัสรู้คำพูดคำสอนนี้ก็ตรงกันหมด คือ “การไม่ทำบาปทั้งปวง การทำกุศลให้ถึงพร้อม การชำระจิตใจให้ขาวรอบ”

ถ้าทุกคนทำตามโอวาทของพระพุทธเจ้า การไม่ทำบาป ทำแต่ความดี ชีวิตนี้จะมีแต่ความเจริญไม่มีคำว่าตกต่ำ มันจะตกต่ำไปไม่ได้ การประพฤติการปฏิบัตินี้ไม่มีการเลือกชั้นวรรณะ ไม่มีคำว่าผู้หญิงผู้ชาย เด็ก ๆ คนหนุ่มคนสาว คนชรา ทุกคนปฏิบัติได้เหมือนกันหมด เพราะหัวใจของทุก ๆคน มันไม่มีความแก่ มันไม่มีคนหนุ่มคนสาว มันไม่มีผู้หญิงผู้ชาย              มันเป็นหัวใจที่ว่างเปล่าแต่มนุษย์เราคนเราน่ะมาเอาร่างกายมาเป็นตัวเรามันเลยมีปัญหา การประพฤติการปฏิบัติถึงไม่ได้เลือกชั้นวรรณะ ไม่ได้เลือกกาลเลือกเวลา อยู่ที่ไหนก็ประพฤติปฏิบัติได้หมด พระพุทธเจ้าท่านให้เรามาปฏิบัติที่จิตที่ใจ เพราะการกระทำต่าง ๆ ที่เราทำไปมันออกจากจิตจากใจ กายมันไม่รู้เรื่องอะไรหรอก สั่งให้เค้าทำอะไรมันก็ทำอย่างนั้นใจเป็นนายกายเป็นบ่าว 

พระพุทธเจ้าท่านมีเมตตาต่อเรา วางหลักวางเกณฑ์ในการดำรงชีวิตอันประเสริฐ ท่านไม่ให้พวกเราทั้งหลายพากันทำตามใจตัวเองนะ ความชอบใจก็อย่าทำถ้ามันไม่ถูกต้อง ความไม่ชอบใจก็ต้องทำถ้าสิ่งเหล่านั้นมันถูกต้อง ถ้าเราไม่ได้ปฏิบัติตามธรรม ถ้าเราฝืนทำลงไปสิ่งเหล่านั้นต้องก่อความเดือดร้อนแก่เราแน่นอน มันไม่ถึงแก่เราอย่างเดียว                  มันยังต้องเดือนร้อนถึงคนอื่นอีกนะ

พระพุทธเจ้าตรัสรู้ธรรมท่านให้เลิกทาส ไม่ถือชั้นวรรณะ ไม่ถือชาติถือตระกูล เพราะความดีนั้นเป็นสิ่งที่ปฏิบัติแล้วนำทุกคนเข้าถึงความสุขดับทุกข์ได้อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นคนจนหรือรวย ถ้าเราทุก ๆ คนปฏิบัติตามพระพุทธเจ้าท่านทรงสั่งสอนทุกคนได้ดีหมด ท่านให้เชื่อมั่นในความดี ตั้งมั่นในความดี ก้าวไปด้วยความดี ทำความดียังไม่ให้ติดดีอีก              

คำว่าติดหมายถึงว่าไปไม่ได้ ถ้าไปไม่ได้มันก็อยู่ที่เก่า ที่เก่าก็หมายถึงอดีต ชีวิตคนเรามันเปลี่ยนไปทุกวัน มันจะอยู่กับอดีตไม่ได้ คนเราถ้าจิตใจมันวกวนอยู่กับเรื่องอดีตไม่กี่วันกี่เดือนก็เป็นโรคประสาท ไม่ว่าจะเป็นใครมันไม่เลือกหน้านะ ทำดีก็เพื่อจะเสียสละ เพื่อจะปล่อยเพื่อจะวาง  


สิ่งที่ผ่านมาแล้ว ๆ น่ะ มันจะดีหรือชั่ว พระพุทธเจ้าก็ตรัสว่ามันแก้ไขมันไม่ได้ ให้เราเป็นคนฉลาด ถ้าอันไหนมันทำให้เราทุกข์ ทำให้เรามีปัญหา เราเจ็บแล้วเราต้องจำ เพื่อจะเอาอดีตที่ผ่านมา เอามาฝึกตัวเองพัฒนาตัวเอง วันนี้ต้องดีกว่าเมื่อวาน เป็นกระบวนการของที่เดินหน้าอย่างเดียวไม่ถอยหลังเค้าเรียกว่า “ตกกระแสพระนิพพาน”

เรามาแก้ไขจิตใจของเรา กายวาจาของเราในปัจจุบันให้มันเต็มที่ ด้วยความตั้งอกตั้งใจตั้งอยู่ในความไม่ประมาท มีความสุขมีความพอใจในการกระทำในการประพฤติปฏิบัติ ไม่มองข้ามสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเรานะ เพราะสิ่งเหล่านี้มันเป็นสิ่งที่ประเสริฐ เป็นการกระทำที่สุดแห่งกองทุกข์ทั้งหลายทั้งปวง 

มนุษย์ทั้งหลายนี้ที่ยังไม่ได้ประพฤติปฏิบัติแก้จิตแก้ใจของตัวเองวิ่งตามความอยาก ถ้าไม่ต้องการก็ไม่ทำ พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่าสิ่งเหล่านี้แหละมันทำให้เรามีปัญหา เกิดปัญหา ท่านให้เราพากันมาเน้นที่จิตที่ใจ เพื่อเป็นผู้เห็นภัยในวัฏฏะสงสาร

พระพุทธเจ้าท่านตรัสบอกทุกคนว่าชีวิตนี้เป็นชีวิตที่ประเสริฐนะ เกิดมาเพื่อกระทำแต่ความดี เพื่อเสียสละ ไม่พากันมาติดสุขติดสบายซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่จีรังยั่งยืน เปรียบเสมือนที่เราบริโภคอาหาร บริโภคตอนเช้าถึงตอนเที่ยงตอนบ่ายถ้าเราไม่บริโภคอีกมันก็เหนื่อยมันก็หิวอีก มันไม่จีรังยั่งยืนนะ 

พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่าร่างกายนี้ไม่ใช่ของเรา เป็นวัตถุอย่างหนึ่ง ประกอบด้วย ดิน น้ำ ลม ไฟ อากาศธาตุ เป็นวัตถุที่เราเอามาใช้งานเท่านั้น 

คนเรามีอายุไขส่วนใหญ่ไม่เกิน ๑๐๐ ปี ทุกคนก็ต้องจากร่างกายนี้ไป ถึงแม้ไม่อยากจากก็ต้องจาก ถ้าเรามาติดในร่างกายนี้ก็ชื่อว่าเราเป็นคนหลงวัตถุ หลงบ้าน หลงลูก หลงหลาน หลงทรัพย์ หลงสมบัติ สิ่งต่าง ๆ ล้วนแต่มันไม่จีรังยั่งยืน สิ่งเหล่านี้มันมีความจำเป็นที่จะให้เราทั้งหลายแสวงหาเพราะมีความจำเป็นต่อพวกเราที่จะได้สร้างความดี สร้างบารมี สร้างคุณธรรม


ทุกคนถือว่าเป็นภาระเป็นหน้าที่ที่เราจะต้องแสวงหาเพราะเรามีร่างกายที่จะต้องรับภาระต้องบริหาร แต่พระพุทธเจ้าท่านไม่ให้เราติดในความสุขเพียงแค่นี้ ให้เอาร่างกายนี้  มารักษาศีล เอาร่างกายนี้มาทำสมาธิ ปฏิบัติธรรม เพื่อจะได้พัฒนาจิตใจของเรา เพราะใจของเรานี้ยังไม่ได้เดินทางสายกลาง เดี๋ยวไปซ้าย เดี๋ยวไปขวา  

พระพุทธเจ้าท่านให้เราทุกคนตั้งอยู่ในความไม่ประมาท อย่าได้มองข้ามปฏิปทาของตนเองในชีวิตประจำวัน ถ้าเราคิดผิดนิดหน่อยก็บาปนิดหน่อย ถ้าคิดผิดมากก็บาปมาก 

สำหรับญาติโยมพระพุทธเจ้าท่านก็ให้เราพากันรักษาศีล ๕ วันพระให้พากันรักษาศีล ๘ ศีลอุโบสถ

การรักษาศีลก็คือการรักษาพระพุทธเจ้า เพราะพระพุทธเจ้าก็คือศีล ศีลก็คือพระพุทธเจ้า ถ้าเราไม่ชอบศีล ก็คือไม่ชอบพระพุทธเจ้า ถ้าใจของเรามันกลัว การรักษาศีลแสดงว่าใจของเรามีเปรต มีผี มีอสุรกาย อยู่ในใจของเรา 

ศีลเป็นสิ่งที่ประเสริฐนะ... 

คนที่คิดว่าการรักษาศีลนั้นมันขัดต่อการทำมาหากิน เพราะเราต้องเกี่ยวข้องกับบุคคลอื่น ถ้าเรารักษาศีลแล้วเราจะทำมาหากินได้อย่างไร มันเป็นการลิดรอนสิทธิในการดำรงชีพในการทำมาหากิน ไม่สะดวก ไม่สบายในการทำงาน ความคิดอย่างนี้มันเป็นความคิดที่เข้าใจผิดนะ ถ้าเราเป็นคนรักษาศีล ตัวเราเป็นศีล ตัวเราก็เป็นพระ เรทติ้งของความเป็นมนุษย์ของเราก็สูงขึ้น ทุกคนก็รักเคารพนับถือ การทำมาหากินของเรามันก็สะดวกมันก็ง่ายสบายขึ้น เรายังไม่เข้าใจเอง 

การเกิดมาเป็นมนุษย์เป็นสิ่งที่สำคัญมากในการไม่ทำตามใจตัวเอง ตามอารมณ์ตัวเอง เอาธรรมเป็นใหญ่ เอาธรรมเป็นประธาน 

พระพุทธเจ้าท่านไม่ปฏิบัติตามจิตใจตัวเองถึงเรียกว่าตรัสรู้นะ เมื่อตรัสรู้แล้วท่านถึงมีความสุข เสวยวิมุติสุขตั้งแต่วันเพ็ญวิสาขะเดือน ๖ ตลอดถึงดับขันธปรินิพพาน ไม่มีความทุกข์อะไรอีกเลย เราปฏิบัติเดินตามรอยของพระพุทธเจ้าเราก็ต้องเอาอย่างท่าน  

พระพุทธเจ้าท่านปฏิบัติเป็นตัวอย่างให้แก่เรา มีบริขาร ดำรงชีวิต ผ้านุ่งผ้าห่ม สังฆาฏิ บาตร ๑ ใบ รองเท้าก็ไม่ทรงใช้ ร่มก็ไม่มี ตั้งแต่ออกบวชจนถึงเสด็จดับขันธ์สู่ปรินิพพาน อาหารเสวยวันหนึ่งเพียงหนเดียว ไม่มีบ้านที่นอนเหมือนกับเรา เอาพื้นดินเอาป่าเป็นที่บรรทม ท่านไม่ทำตามใจ ไม่เอาความสุขจากวัตถุ ใจก็สงบ ใจก็เย็น ปล่อยวางทุกสิ่งทุกอย่างหมด พระพุทธเจ้าท่านเป็นผู้เสียสละไม่ติดสุข ขี้เกียจไม่เป็น ถ้าขี้เกียจเป็นก็ไม่ใช่พระพุทธเจ้า


พวกเราทั้งหลายน่ะยังพากันขี้เกียจ ติดสุขติดสบาย ติดขี้เกียจ 

เราทุกคนมาคำนวณชีวิตของตัวเอง ถ้าหากเราไม่ได้สร้างความดีสร้างบารมี สร้างคุณธรรม ชีวิตที่เกิดมาก็เสียชาติเกิด การประพฤติการปฏิบัติธรรมมันไม่เกี่ยวกับเป็นคนรวยเป็นคนจน การปฏิบัติธรรมก็คือการปฏิบัติธรรม ทุกคนปฏิบัติได้เหมือนกันหมด ทำดีมันทำได้ทุก ๆ คน ถ้าเราเป็นคนดีถึงจะรวยจะจนทุกคนก็รักเคารพนับถือทั้งนั้น ดูตัวอย่างพระมหากษัตริย์ที่เป็นใหญ่ในแผ่นดินยังต้องเคารพในพระพุทธเจ้าในพระอรหันต์ผู้ไม่มีอะไรเลย เพียงแต่เป็นเพียงคนขอทานคนหนึ่งธรรมดาแต่ว่ามันไม่ใช่ธรรมดา เพราะว่าเป็นการทำที่สุดแห่งกองทุกข์ สมมติว่าเรารวยเป็นมหาเศรษฐี หรือว่าจบปริญญาเอกหลาย ๆ ใบมันก็ยังดับทุกข์ไม่ได้ยังแก้ปัญหาตัวเองไม่ได้เท่ากับการที่เรามาแก้ที่จิตที่ใจ          มาปฏิบัติที่จิตที่ใจ เดินตามรอยบาตรของพระพุทธเจ้าที่ได้มีเมตตาสั่งสอน 

คนเรานี้นะ แปลกดี เกิดมามีแต่จะเอา  รักษาศีลก็ถามว่าเราจะได้อะไรในการรักษาศีล เราทำวัตรสวดมนต์เราจะได้อะไรจากการทำวัตรสวดมนต์ ไม่รู้จักคำว่าเสียสละเลย 

พระพุทธเจ้าท่านให้เรารักษาศีลเพื่อเสียสละ ละตัวละตน เพราะเรานี้มันมีปัญหา เราต้องมาแก้ปัญหาด้วยการละตัวละตน 


ความอยากความต้องการนี้มันเผาชีวิตจิตใจของทุก ๆ คนยิ่งกว่ากองเพลิงที่ใหญ่ ที่เราเห็นมันไหม้ ที่เรารู้เราเห็น เรายังไม่ตายมันก็ถูกเผาแล้ว 

ใจของเรามันวิ่งอยู่ตลอดเวลา ไม่หยุด ไม่เป็นตัวของตัวเอง ถูกความอยากครอบงำ สติสัมปชัญญะไม่สมบูรณ์ เพราะใจไม่หยุดไม่เย็น 

พระพุทธเจ้าท่านให้เราทุกคนคิดว่า ถ้าเรารวยเป็นมหาเศรษฐี ใจเราไม่สงบเต็มไปด้วยความอยาก ความโลภ จะมีความสุขไหม มันไม่มีความสุขมันมีแต่ความเร่าร้อน

ถ้าจะพูดตรง ๆ ก็คือ ชีวิตของเรากำลัง “บ้า” ตั้งอยู่ในความหลง ถ้าเราตั้งอยู่ในศีลธรรม แม้แต่เศรษฐกิจจะพอเพียงชีวิตของเราก็จะมีความสุขได้

พระพุทธเจ้าท่านไม่ให้เราหลงวัตถุ ถ้าเราไปมองวัตถุว่าคนนั้นรวย คนนั้นอย่างนั้นอย่างนี้ มันไม่ถูก 


การสร้างคุณธรรมเป็นสิ่งที่สำคัญกว่าทางวัตถุ...


ทุกท่านทุกคนพระพุทธเจ้าให้พึ่งการกระทำของตน พึ่งความดีของตัวเองชื่อว่าพึ่งพระรัตนตรัย ไม่ต้องขอ ไม่ต้องอ้อนวอน เพราะเราไม่ใช่ลูกหลานชูชก (อีตาพราหมณ์ท้องใหญ่ ๆ)เข้าหาธรรมะภาคปฏิบัติ (กินข้าวไม่ต้องขอเดี๋ยวมันต้องอิ่มอยู่แล้ว)  ปีนี้เรามองดูหน้าตาคนอื่นแก่เฒ่าถ้าเรามองอีกปีหน้าก็ยิ่งแก่ขึ้นอีก บางคนก็อาจจะตายก็ได้ 

พระพุทธเจ้าท่านเมตตาเราไม่ให้เราตั้งอยู่ในความประมาท พัฒนาจิตใจของเราให้หลุดจากพันธนาการให้ได้

ขออนุโมทนากับพระภิกษุสามเณร ญาติโยมผู้มีเกียรติทั้งหลาย ทุกคนได้มองเห็นสิ่งที่ประเสริฐที่พ่อแม่ครูบาอาจารย์เดินตามรอยพระพุทธเจ้า เห็นว่าชีวิตท่านมีคุณค่าต่อโลกจึงพากันมาจากทิศทั้ง ๔ ทั้งจากต่างประเทศในประเทศ

ด้วยอำนาจคุณพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์ ขอให้สุขภาพแข็งแรง การงานงอกงาม มีจิตใจเข้าถึงความดี ถึงคุณธรรม บรรลุธรรม เข้าถึงพระนิพพานด้วยกันทุกท่านทุกคนเทอญ...



พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า 

ที่องค์พ่อแม่ครูอาจารย์เมตตาให้นำมาบรรยาย

เช้าวันอังคารที่ ๕ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๖


หมายเลขบันทึก: 521444เขียนเมื่อ 5 มีนาคม 2013 16:40 น. ()แก้ไขเมื่อ 5 มีนาคม 2013 16:45 น. ()สัญญาอนุญาต: ไม่สงวนสิทธิ์ใดๆ


ความเห็น (1)

สุข สงบจังครับ เมื่อได้อ่าน...อาจารย์สบายดีนะครับ

ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี