หัวอกแม่ (หมา)

poradok
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
“หัวอกแม่” เวลาที่ถูกพรากลูกไปนั้น ไม่ว่าคนหรือหมา ก็ปวดร้าวไม่ต่างกัน

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2556

 เสียงร้องโหยหวนที่ดังแว่วมาพร้อมๆ กับความเย็นยะเยือกของสายลมปลายฤดูหนาวในค่ำคืนนี้ทำให้ฉันไม่อาจห้ามใจเดินออกไปด้านหลังตึกผู้ป่วยได้ แม้ว่าฟ้าจะมืดแล้ว ฉันก็ยังอยากรู้ว่า เจ้าของเสียงร้องโหยหวนที่บาดลึกลงไปในใจฉันนั้น “เธอเป็นอยู่อย่างไร” 

หลายวันก่อน ได้ข่าวว่าเธอทำอันตรายต่อผู้คนที่อยู่ที่นี่และสัตว์เลี้ยงของพวกเขา ดังนั้นพวกเขาจึงจำเป็นต้อง “ทำอะไรบางอย่าง” กับเธอและลูกๆ นัยว่าเป็นการจัดการความเสี่ยง (Risk management) แก้ไข อุบัติการณ์ (Incident) 

ภาพที่ฉันเห็นท่ามกลางความมืดนั้น มันทำให้ก้อนอะไรบางอย่างแล่นขึ้นมาจุกแน่นที่ลำคอ สุนัขเร่ร่อนแม่ลูกอ่อน สีขาว (ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ“อีขาว” ที่พวกเราเรียกกัน ) กำลังมุดเข้าไปใต้ตึกผู้ป่วย ซึ่งเป็นที่ที่เธอและลูกๆ ของเธอ “เคยอยู่” เมื่อก่อนเธออาจไม่ต้องขุด แต่วันนี้หลังจากที่พวกเขาได้นำลูกๆของเธอออกไปแล้ว เขาก็นำสิ่งกีดขวางมากั้นช่องทางทำให้เธอเข้าไม่ได้ แม้ดินข้างล่างแนวกั้นจะมีแต่เศษหิน เศษคอนกรีต แต่เธอก็ขุดมันเป็นรูขนาดใหญ่พอที่จะลอดตัวเข้าไปได้ 

เธอขุดและมุดเข้าไปหาลูกในช่องนี้



ฉันไม่อาจคาดเดาว่าเธอจะรู้สึกยังไง เมื่อเข้าไปแล้วไม่เจอลูกๆ เพราะทีมจัดการความเสี่ยงได้นำลูกๆ ทั้ง 6 ตัวของเธอออกไปแล้ว 

เธอได้แต่ส่งเสียงร้องโหยหวน เธออาจกำลังเรียกหาลูก อยากให้นมลูก คิดถึงลูก หัวอกเธอคงปวดร้าว เธออาจจะอยากบอกว่า..............

ไม่รู้สิ...ไม่ว่าเธอจะรู้สึกยังไงก็ตาม แต่ฉันสัมผัสรับรู้ได้ว่า หัวอกแม่” เวลาที่ถูกพรากลูกไปนั้น ไม่ว่าคนหรือหมา ก็ปวดร้าวไม่ต่างกัน


บ่ายวันถัดมา "อีขาว" ก็ยังคงเดินตามหาลูก ด้วยหัวใจอันปวดร้าว แววตาของเธอคล้ายจะถามผู้คนที่นี่ว่า "ลูกๆของฉันอยู่ไหน"


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สา-ระ-พัน-วัน-ทำ-งาน



ความเห็น (0)