ธรรมทั้งชั่วดี มียิ่งหย่อน

ณัฐรดา
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

คำว่า ยิ่ง และ หย่อน ในภาษาไทยนั้น คนเราใช้กันในความหมายเปรียบเทียบจนเป็นที่รู้จักกันดี

คำสองคำนี้ มีในพุทธศาสนาเช่นกัน ตามที่พระพุทธองค์ได้ตรัสตอบปุณณกมานพในโสฬสปัญหาไว้ว่า

ความทะเยอทะยานอยากอันเป็นเหตุให้ดิ้นรนในโลกไหนๆของใครไม่มี เพราะรู้ธรรมที่ยิ่งและหย่อนในโลก เรากล่าวว่าผู้นั้นเป็นผู้สงบระงับแล้ว ไม่มีทุจริตคือความประพฤติชั่ว อันทำให้เศร้าหมองเหมือนอย่างควันไฟที่จับเป็นเขม่า ไม่มีกิเลสเป็นเครื่องกระทบใจ ไม่มีความหวังทะเยอทะยานอยากได้อะไร ข้ามชาติและชราได้

การนำธรรมในพุทธศาสนามาปฏิบัตินั้น สิ่งหนึ่งที่ควรนำมาคำนึงและรู้เห็นตามที่เป็นจริง คือ ความ ยิ่ง และความ หย่อน ของธรรมเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดจากองค์ธรรมมาใช้ในการพัฒนาชีวิต เนื่องจากทุกธรรมล้วนมีความยิ่งหย่อนต่างๆกันออกไป โดยสิ่งที่ชั่วเรียกว่าหย่อน สิ่งที่ดีเรียกว่ายิ่ง และในสิ่งที่ทั้งยิ่งและหย่อนก็ยังมีความยิ่งหย่อนต่างกันอยู่อีก

เช่น ในธรรมชั่วอันเป็นธรรมหย่อน ชั่วมากเรียกยิ่ง ชั่วน้อยเรียกหย่อน

ดีมากเรียกยิ่ง ดีน้อยเรียกหย่อน

กระทั่งในอริยสัจจ์ 4 ก็ยังมีที่ยิ่งและหย่อนต่างกันไปเช่นกัน

ทุกข์และทุกขสมุทัย เหตุให้เกิดทุกข์ก็เป็นสิ่งที่หย่อน นิโรธ คือ ความดับทุกข์ มรรคคือทางปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ ก็เป็นสิ่งที่ยิ่ง และแม้ในสายทุกข์เองพร้อมทั้งสมุทัยก็ยังมีที่ยิ่งหย่อนต่างกัน สมุทัยมากทุกข์มากก็ยิ่ง สมุทัยน้อยทุกข์น้อยก็หย่อน แม้ในสายนิโรธคือความดับทุกข์พร้อมทั้งมรรคก็เช่นเดียวกัน ก็ยังมียิ่งหย่อนต่างกัน ปฏิบัติในมรรคได้น้อยพบความดับทุกข์น้อยก็เป็นหย่อน ปฏิบัติในมรรคได้มากพบความดับทุกข์ได้มากก็เป็นยิ่ง

สมเด็จพระสังฆราช (เจริญ สุวฑฺฒโน) โสฬสปัญหา หน้า 78

ตัวอย่างของธรรมยิ่งหย่อนในธรรมยิ่ง เช่น

นิรามิสสุข

ในความหมายกว้างๆ หมายถึงความสุขที่ไม่ขึ้นต่อสิ่งเสพบริโภค หรือ ความสุขที่ไม่ต้องมีเหยื่อล่อ (สามิสสุข) เช่น สุขที่ได้อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ, สุขที่ได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน, สุขจากการค้นคว้า แสวงหาความรู้ในธรรม, สุขจากภาวะจิตกุศล ที่เป็นผลสืบเนื่องมาจากการกระทำที่ดี (เช่น อยากเห็นธรรมชาติคงความงามตามธรรมชาติอยู่ จึงชวนกันทำงานบางอย่าง เมื่อทำสำเร็จ ก็เกิดความสุข ), สุขในฌาน และ นิพพานสุข

จะเห็นว่าในความหมายกว้างๆนี้ รวมนิพพานเข้าไว้ด้วย แต่หากแยกเป็นความยิ่งหย่อนแล้ว ในความหมายที่เคร่งครัด ท่านกลับไม่รวมนิพพานสุขไว้ เนื่องจากนิพพานเป็นที่สุดของธรรมยิ่ง

นิรามิสสุข ในความหมายที่เคร่งครัด ท่านหมายถึงความสุขที่แม้จะไม่อิงอามิส แต่ยังเป็นสุขเวทนา จึงไม่รวมถึงนิพพานสุข แต่ในการอธิบายแบบกว้างๆ คลุมๆ ท่านรวมสุขที่ไม่อิงอามิสหมดสิ้น คือ รวมนิพพานด้วย...

พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต สุขภาวองค์รวมแนวพุทธ หน้า 116)

สันโดษ

ในความหมายกว้างๆ หมายถึง ความยินดี, ความพอใจ, ยินดีด้วยปัจจัย ๔ คือ ผ้านุ่งผ้าห่ม อาหารที่นอนที่นั่ง และยา ตามมีตามได้, ยินดีในของของตน, การมีความสุขความพอใจด้วยเครื่องเลี้ยงชีพที่หามาได้ ด้วยความเพียรพยายามอันชอบธรรมของตน ไม่โลภ ไม่ริษยาใคร ประกอบด้วย ๓ ลักษณะ คือ

๑. ยถาลาภสันโดษ ยินดีตามที่ได้ คือ ได้สิ่งใดมาด้วยความเพียรของตน ก็พอใจกับสิ่งนั้น ไม่เดือดร้อนเพราะของที่ตนไม่ได้

๒. ยถาพลสันโดษ ยินดีตามกำลัง คือ พอใจเพียงแค่พอแก่กำลังร่างกาย สุขภาพ และ ขอบเขตการใช้สอยของตน ของที่เกินกำลังก็ไม่หวงแหนเสียดายหรือเก็บไว้ให้เสียหาย หรือฝืนใช้ให้เป็นโทษแก่ร่างกาย

๓. ยถาสารูปปสันโดษ ยินดีตามสมควร คือ พอใจตามสมควรแก่ฐานะ แนวทางชีวิต และจุดหมายแห่งการบำเพ็ญกิจของตน

แต่ส่วนในขั้นที่ยิ่งคือ ขั้นเต็มความหวัง ตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ว่า เพราะการหวังผลในอนาคต จัดเป็นตัณหา เนื่องจากธรรมชาติของตัณหานั้น เมื่อไม่ได้ ก็ไขว่คว้า เมื่อได้มา ก็ต้องการให้ได้มากขึ้น เลิศขึ้น ดังนั้น ความประสงค์จึงไม่มีโอกาสได้เต็ม ดังนั้น ถ้าจะให้เต็มความประสงค์ ก็ต้องละความหวัง หรือความประสงค์นั้นเสีย

ปฏิบัติดับตัณหา เพื่อความเป็นผู้สันโดษเต็มความประสงค์

เพราะฉะนั้น สันโดษในพุทธศาสนาจึงเป็นสันโดษที่ถูกต้อง และก็มีระดับของสันโดษตั้งแต่ระดับต่ำจนถึงระดับสูง ก็คือเต็มความประสงค์ แต่ว่าความประสงค์ที่จะได้ความเต็มความประสงค์นั้น ในเมื่อยังมีความประสงค์อยู่ก็ยังไม่เต็ม เพราะฉะนั้น จึงต้องละความประสงค์ เมื่อปราศจากความประสงค์เสียได้นั่นแหละจึงจะเต็ม ก็คือ ปฏิบัติดับตัณหาความดิ้นรนทะยานอยาก และเมื่อยังมีตัณหาความดิ้นรนทะยานอยากอยู่ นอกจากไม่เต็มความประสงค์แล้ว ยังมีความหวั่นไหวไปต่างๆ อันปรากฏเป็นความทะเยอทะยานดิ้นรนไปต่างๆบ้าง ปรากฏเป็นความกระสับกระส่าย หวั่นไหวไป หวาดระแวงไปต่างๆบ้าง

สมเด็จพระญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน) โสฬสปัญหา หน้า ๖๑

การทำความดี

ความหมายกว้างๆ ได้รวมการไม่กระทำความชั่วเอาไว้ด้วย เพราะเมื่อไม่ทำความชั่ว ก็คือการยกระดับจิตของตนขึ้น ตนก็เกิดความสุข แล้วแผ่ความดีไปสู่ผู้อื่น อันทำให้ผู้อื่นพลอยได้รับสุขไปด้วย

เว้นจากการถือเอาของที่เจ้าของเขาไม่ให้ ไม่ทำคนให้เป็นคนเลว ไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนแล้ว ทำความดี คือ เผื่อแผ่เฉลี่ยเจือจานแก่ผู้อื่น ด้วยกำลังกายบ้าง กำลังความคิดบ้าง กำลังทรัพย์บ้าง กำลังความรู้บ้าง ตนเองก็เป็นคนดีขึ้นกว่าพื้นเพเดิม ผู้อื่นซึ่งได้รับการให้ของเราก็ได้รับความสุข

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ คำสอนของพระพุทธเจ้า พิมพ์ครั้งที่ 3 หน้า 37

หากในความหมายยิ่ง คือการทำความดีที่มีจิตที่ประกอบด้วยกุศลเป็นพื้นฐาน

เช่น เด็กคนหนึ่งเก็บกระเป๋าสตางค์ได้ รีบนำส่งคุณครูเพื่อประกาศหาเจ้าของทันที ไม่คิดจะเก็บเงินในกระเป๋าที่มีจำนวนมากนั้นไว้เอง เพราะคิดด้วยเมตตาว่า เจ้าของกระเป๋าจะเดือดร้อน และเงินในกระเป๋าไม่ใช่ของของตน การเก็บไว้เองเท่ากับเป็นการถือเอาของที่เขาไม่ให้ หากยินดีในการเก็บไว้จะโน้มจิตของตนให้ต่ำลง คือ ยินดีที่จะทำในสิ่งที่ผิดได้มากขึ้นเรื่อยๆ

กับเด็กอีกคน เก็บกระเป๋าสตางค์ได้ เมื่อเห็นเงินเป็นจำนวนมาก ก็เกิดอยากได้ คิดว่าจะเอาไปซื้อสิ่งของตามความต้องการ แต่ต่อมาคิดทบทวนดูแล้วจึงเห็นว่า หากเจ้าของกระเป๋าแจ้งของหายก็ต้องมีการติดตาม หากตนไม่นำไปคืนและมีผู้รู้ในภายหลัง ตนก็จะเดือดร้อน เสียชื่อเสียงว่าอยากได้ของผู้อื่น จะขาดความไว้เนื้อเชื่อใจจากเพื่อนๆตามมา จึงตัดสินใจนำไปส่งคุณครู

เด็กทั้งสองทำในธรรมยิ่งเหมือนกัน แต่เด็กคนที่สองกระทำในธรรมหย่อน หากการกระทำของเขา ทำให้เขากั้นอกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งนอกจากจะไม่ทำตามจิตที่เป็นอกุศลแล้ว ยังทำให้ผู้อื่นมีสุข เช่นเจ้าของกระเป๋ามีความสุขที่ได้ของคืน คุณครูมีความสุขที่เห็นลูกศิษย์ประพฤติตนเป็นคนดี บิดามารดามีความสุขที่ลูกตั้งอยู่ในธรรม เขาเองก็มีความสุขที่นอกจากจะสามารถบรรเทาละความคิดอันเป็นอกุศลนั้นได้แล้ว รวมไปถึงได้รับการยกย่องสรรเสริญอีกด้วย (สรรเสริญแม้จะเป็นหนึ่งในโลกธรรม 8 ที่เราควรรู้เท่าทัน ไม่ไหวตามจนนำทุกข์มาให้ แต่สำหรับผู้ที่ยังประพฤติหย่อนในธรรมยิ่ง นับว่ายังมีความสำคัญอยู่)

การกระทำอันหย่อนในธรรมยิ่งของเขา จึงเป็นการเพิ่มพูนคุณธรรม เป็นการยกระดับจิต

จึงช่วยพัฒนาชีวิต และสังคม ให้ดียิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ศิลป์ - ธรรม



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

ภาพวาดหมดสต็อค ขอเอาภาพที่ลูกสาววาดไว้หลายปีแล้ว มาเบรคสายตาแทนค่ะ

เขียนเมื่อ 

ได้เรียน อีกแง่มุมหนึ่ง ของธรรมที่ยิ่งและหย่อน  :):)

ขอบพระคุณครับ..พี่ณัฐรดา