“ประเทศไทยในทศวรรษหน้า”.                                 

ในวันพฤหัสบดีที่ 24 มกราคม 2556 ที่ผ่านมา นับเป็นความโชคดีอย่างมากของดิฉัน ที่ได้รับความกรุณาจากศาสตราจารย์ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์  คณบดีวิทยาลัยบริหารรัฐกิจและรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ให้โอกาสเข้าร่วมการประชุมThink Tank ครั้งที่ 9 ณ ห้องจามจุรี โรงแรมปทุมวันปริ้นเซส เรื่อง ประเทศไทยในทศวรรษหน้า (พ.ศ.2556-2565) ซึ่งจัดโดยสถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ วิทยาลัยบริหารรัฐกิจและรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิตซึงเปรียบเสมือนการชุมนุมของเหล่านักปราชญ์ในศาสตร์ต่างๆเพื่อหาแนวทางในการนำประเทศไทยฝ่าวิกฤตสู่ทศวรรษหน้า จึงใคร่ขอกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์มา ณ ที่นี้ค่ะ 

ในช่วงแรกเป็นปาฐกถาพิเศษ เรื่อง "สังคมและท้องถิ่นไทยในทศวรรษหน้า" โดยศาสตราจารย์นพ.ประเวศ วะสี
ท่านได้กล่าวถึงประเทศไทยว่าจะดำเนินต่อไปอย่างไร ท่ามกลางวิกฤตโลก อันได้แก่ สภาวะโลกร้อน ภัยพิบัติการขาดแคลนอาหาร ปัญหาความขัดแย้ง ความเลื่อมล้ำ และปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นวิกฤตวิถีคิดตะวันตกเหล่านี้
ท่านมีความเห็นว่าสิ่งที่คนไทยเราต้องมีคือ สำนึกใหม่ ที่ต้องเปลี่ยนการพัฒนาประเทศจากความด้อย ให้เป็นการพัฒนาจากจุดแข็งที่เรามี ได้แก่
1.
จุดแข็งด้านอาหาร เนื่องจากข้อได้เปรียบที่เราเป็นประเทศเกษตรกรรม ที่สามารถผลิตอาหารได้อย่างหลากหลาย สดคุณภาพดี มีราคาถูก รสชาติของอาหารไทยก็อร่อยเป็นที่นิยมติดอันดับ 1/5 ของโลกและเป็นอาหารสุขภาพ                                                                                                                                                                        2.จุดแข็งด้านที่ตั้งของประเทศ ที่เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคนี้ สามารถเดินทางติดต่อกับประเทศต่างๆ
3. จุดแข็งด้านวัฒนธรรมที่ดีงาม ความอ่อนโยน ความเป็นมิตรของคนไทย ที่เป็นเหตุผลให้คนทั่วโลกอยากมาประเทศไทย ไม่ว่าเพื่อการท่องเที่ยวที่ครบวงจร การให้การดูแลรักษาพยาบาล การจัดการประชุมด้านวิชาการ
การที่เรามีทักษะในการเจรจา เพื่อทำให้เกิดสันติภาพในโลก และทุนทางศาสนธรรม เพื่อเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืน 
    
  สิ่งที่ท่านได้ให้ความสำคัญ คือ ความเข้มแข็งของสังคมและท้องถิ่น ดังที่กล่าวว่าต้องสร้างพระเจดีย์จากฐานราก
โดยท่านเปรียบฐานพระเจดีย์คือชุมชนท้องถิ่น ส่วนกลางพระเจดีย์คือระบบต่างๆ ทั้งด้านการศึกษา เศรษฐกิจ การเมือง โดยระบบต้องมีการเชื่อมโยงอย่างแน่นแฟ้นกับฐานราก และส่วนยอดคือความเป็นธรรมที่ไม่ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในสังคม 
มีการกระจายอำนาจการปกครอง ที่เรียกว่า "เทศาภิวัฒน์" ซึ่งให้ชุมชน ท้องถิ่น และจังหวัดให้จัดการตนเอง ทั้งด้านพัฒนาการนโยบาย และเป็นการพัฒนาอย่างบูรณาการ  
โดย ศ.น.พ ประเวศ วะสี ได้เสนอกระบวนการชุมชนที่ประกอบด้วย. 1. สภาผู้นำชุมชน -->> 2. สำรวจข้อมูลชุมชน -->> 3.ทำแผนชุมชน -->> 4. สภาชุมชน -->>5.คนทั้งชุมชนขับเคลื่อนแผนชุมชน  --->>>มีการพัฒนาอย่างบูรณาการ(ทั้งด้านเศรษฐกิจ จิตใจ สังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม สุขภาพ การศึกษา ประชาธิปไตย และนำไปสู่ --->>> สังคมศานติสุข ในที่สุด
และพลังแห่งบูรณภาพ 5ประการ (เบญจพละ) จะเป็นพลังที่นำให้ประเทศไทยผ่านวิกฤตต่างๆไปได้ ได้แก่ 
1.
พลังทางสังคม-สามัคคีธรรม
2.
พลังทางปัญญา
3.
พลังทางการจัดการ
4.
พลังของความถูกต้อง
5.
พลังแห่งสันติวิธี

และจากการปาฐกถาของ ดร. สุรเกียรติ์ เสถียรไทย เกี่ยวกับเรื่อง การต่างประเทศของไทยในทศวรรษหน้า

โดยกล่าวว่าทิศทางของโลก(Mega Trend) มีผลทำให้มีการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและสังคมอย่างมาก ซึ่งมีดังนี้

1.
Aging Society จำนวนผู้สูงอายุในสังคมมากขึ้น นำไปสู่ความสำคัญของ การประกันชีวิต กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เป็นโอกาสแก่ ธุรกิจด้านการส่งเสริมสุขภาพ การบริการ ด้านการรักษาพยาบาลการดูแลผู้สูงอายุ จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงด้านการวางแผนธุรกิจและสังคม ให้ทันต่อทิศทางดังกล่าว
2.
มีการเติบโตของชนชั้นกลาง มีการเรียกร้องประชาธิปไตยของขนขั้นกลาง เกิดการปฏืวัติของประชาชนแต่หลายแห่งเมื่อปฏิวัติแล้ว ไม่สามารถบริหารจัดการได้ต่อไป เช่นที่เกิดขึ้นใน ประเทศแอฟริกา มองโกลเลีย เวียดนามและในเอเชียกลาง
3.
การเกิดวิถีของเมืองขึ้น (Urbanization)ในประเทศต่างๆ เช่นในอินเดีย แอฟริกา เอเชีย เช่นการเกิด 7 elevenแทนร้านค้าโชห่วยแบบเก่า  การใช้การสื่อสารแบบเสมือนไม่ว่าจะเป็น face book ,Line มากขึ้น ทำให้วิถีชีวิตเชิงสังคม เศรษฐกิจเปลี่ยนแปลง ความเจริญด้านการคมนาคม เกิดถนนเชื่อมเมือง และถนนเชื่อมระหว่างเมืองในต่างประเทศ  เทคโนโลยีการสื่อสาร ฯลฯ ทำให้เกิดความต้องการด้านพลังงาน  มากขึ้น
4.
ภาวะการขาดอาหารและพลังงาน ซึ่งต้องมียุทธศาสตร์ด้านพลังงาน  สร้าง Politics of Oil ,Politics of Food
5.
การเกิด Easternization เป็นความเจริญของโลกตะวันออกขึ้น ได้แก่ จีน อินเดีย เอเชียตะวันออก มีการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในกลุ่มต่างๆไม่ว่าจะเป็น AEC ,AEC+3,AEC+6, ความสัมพันธ์ของประเทศในกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง เป็นต้น 
6.
การเกิดเอเชียผงาด- ตะวันตกอ่อนแอ การต่างประเทศจึงต้องรู้เขารู้เรา โดยเป็นความร่วมมือกันทุกส่วน รู้เรื่องMega Trend  มียุทธศาสตร์ และไม่เปลี่ยนแปลงตามการเมือง มียุทธศาสตร์ทั้งต่อประเทศเพื่อนบ้านและมหาอำนาจ

 

สิ่งที่ท่านให้ความสำคัญคือ

-
ได้เน้นการใช้นโยบายเศรษฐกิจพอเพียง มาใช้ในการเปิดเสรีกับประเทศต่างๆ ต้องมีความพอเพียง
-
มุ่งเน้นการสร้างสันติภาพ
-
การต่างประเทศที่เน้นความร่วมมือของชุมชน ต้องมีความมั่นคงทั้งด้านการเมือง  เศรษฐกิจและวัฒนธรรม
-
การต่างประเทศต้องสร้างความเชื่อมโยงระหว่างชุมชนของไทยกับชุมชนของต่างประเทศ มีการใช้เชื้อชาติเดียวกันมาเชื่อมโยงคนเข้าด้วยกัน มากกว่าการใช้พื้นที่ การนำคน คุณธรรม วัฒนธรรมของชุมชนเป็นตัวตั้งจะช่วยแก้ปัญหาระหว่างชาติได้

และในตอนท้ายท่านกล่าวว่า ประชาชนจะเข้มแข็งไม่ได้เลย ถ้าไม่มี “Sense of Community”