กลัวการเปลี่ยนแปลง
การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่ทุกคนกลัว เนื่องจากความไม่รู้ว่า สิ่งที่เปลี่ยนไปนั้นจะทำให้ชีวิตเราดีขึ้นหรือไม่หรือต่ำลงอย่างไรนั่นเอง เหตุที่เรากลัว เพราะเราติดกับอดีต ที่ผ่านไปทุกวันๆ ที่ทำซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเกิดความเคยชิน จนสมองจดจำไว้ ว่า อนาคตฉันก็จะทำแบบนี้ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่มิได้ คาดการณ์ ไว้ล่วงหน้า จึงทำให้ใครหลายคนเสียหลักในช่วงนี้เกิดความรู้สึกไม่มั่นคงในชีวิต ส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆ นาๆ
ซึ่งแท้จริงแล้วการเปลี่ยนแปลงนั้น เป็นสัจธรรมที่เราทุกคนควรท่องจำให้ขึ้นใจด้วยซ้ำ แต่เราก็ยังกลัวการเปลี่ยนแปลงอยู่ดี จริงๆแล้วเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงในชีวิตเกิดขึ้น เราน่าจะร้องอ๋อ! ด้วยซ้ำว่า “มาถึงแล้วหรือ อืมมม์ เร็วกว่าที่คาดไว้” ถึงจะถูก มิใช่มานั่งวิตกกังวลกับการเปลี่ยนแปลงนั้น
วันนี้ที่หยิบยกประเด็นการเปลี่ยนแปลงมาบันทึกเพราะ คนใกล้ตัว คือ คุณป๊า จะต้องเปลี่ยนแปลงชีวิต ครั้งสำคัญ คือ การลาออกจากงาน ที่ทำปัจจุบัน นั่นหมายถึง ทุกสิ่งอย่างในครอบครัวที่เคยปฏิบัติต้องเปลี่ยนแปลงทั้งหมด สาเหตุที่ลาออกเนื่องจากต้องไปช่วยกิจการของครอบครัวพี่สาวที่เข้ารับการผ่าตัด และลูกจ้างที่ร้านก็ออก ไม่มีใครช่วยกิจการจึงต้องให้คุณป๊า ไปเป็นกำลังสำคัญ จึงทำให้คุณป๊า เกิดความเครียดในครั้งนี้ กังวลว่าต้องไปอยู่ต่างอำเภอ ลูกที่ยังเล็ก และภรรยาที่ป่วยไม่แข็งแรงจะทำอย่างไร ใครจะดูแล ดูห่วงไปทุกอย่าง คุณป๊าไม่ได้พูดอะไร แต่ แสดงออกทางสีหน้า ให้เห็นว่ากังวล และนั่งเหม่อ บางครั้ง
วันนี้เช่นกัน สีหน้าวิตกกังวลนั้นเห็นได้ชัด ชลัญจึงต้อง พูดบางสิ่งอย่างที่คิดว่า จะทำให้คุณป๊าลดความกังวลลงได้ ชลัญจึงเข้าไปใกล้ๆจับมือคุณป๊า แล้วบอกว่า
“เฮีย ... เราต้องกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง ไม่ต้องกลัวและกังวลอะไรอีก เพราะแท้จริงการเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดขึ้นตลอดเวลาอยู่แล้ว อย่างน้อยๆก็เวลาที่เดินไปเรื่อยๆ นี่แหล่ะคือการเปลี่ยนแปลง หากจะห่วงว่า ต้องจากลูกภรรยานั้นอย่าได้กังวล เราไม่จากกันวันนี้ วันหน้าก็จาก ไม่ต้องย้ายจากก็ต้องตายจาก น้อยคนนักที่จะได้อยู่ด้วยกันตลอดช่วงชีวิต เราต้องเรียนรู้ที่จะอยู่โดยไม่มีกัน หมวยน้อยก็ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ แบบไม่มีป๊าหรือแม่คอยดูแล ตัวชลัญเองถึงจะป่วย ก็ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่แบบไม่มีคุณป๊า คอยดูแล วันนี้เราเพียงห่างเท่านั้น ไม่ได้จากกันชั่วชีวิตสักหน่อย อย่ากังวลไปเลย การเปลี่ยนแปลงมันเป็นโอกาสที่ทำให้เรามี พัฒนาการ และการเรียนรู้เสมอ”
คุณป๊ายิ้มออก บอก
“ขอบคุณโจ้ ใช่เราต้องกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง”
............................................................................................................
การเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งอย่างที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะดีหรือร้าย ก็ตาม เรามักได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงนั้นเสมอ ประโยชน์ที่ว่านั้นก็คือ โอกาสการพัฒนาในด้านด้านต่างๆ ซึ่งจะทำให้เราสามารถที่จะปรับตัวอยู่บนโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลานี้ได้ นั่นเอง
ชลัญธร
Change is inevitable (for Buddhists).
Learning to respond to change is a life skill.
Meditating on change is different from fear of and worrying about change.
Chin up and smile :-)
เอาใจช่วยครับ
จากคนที่อยู่ในภาวะการเปลี่ยนแปลงมานับครั้งไม่ถ้วน และไร้ตัวช่วยด้วยนะ
ให้กำลังใจด้วยความเชื่อมั่นว่า " จะต้องผ่านมันไปได้ ... และด้วยดีค่ะ"
อยู่กับลมหายใจ..หายใจเป็น..มีสติ..รู้ระลึก..รู้ปัจจุบัน..รู้การเปลี่ยนแปลง..Happy Ba""เจ้าค่ะ""...ยายธี
แต่ผมไม่กลัวการเปลี่ยนแปลง ครับ อิอิอิ
101 อ่าน "การเปลี่ยนแปลง" อ. หมอ อมรา มลิลา จบยังครับ.......:):)
ขออนุญาตลัดคิดวตอบสหาย .99 ก่อน
อ่านแล้วถึงยอมรับการเปลี่ยนแปลงไง แต่คุณป๊าน่าจะสาหัส
สวัสดีค่ะ
มาชื่นชม
และ
มาสวัสดีปีใหม่ด้วยค่ะ (คงไม่สายไปนะคะ)
ขอบคุณท่าน SR ค่ะที่มาให้กำลังใจ แหม!มาเมื่อไรคำคม 555 แต่ชลัญแปลไม่ออก อิ อิ
ขอบคุณคนบ้านไกลค่ะ ชลัญไม่คุ้นกับรูปนี้ดูเหมือนดุไงไม่รู้ค่ะ
ขอบคุณพี่อรมากค่ะ เวลาที่มีการเปลี่ยนแปลงทีนี่ มันเหมือนกับชีวิตโหวงๆ ไม่มีหลักยึดยังไงก็ไม่รู้ ขนาดว่าทำใจได้ แต่พอใกล้วันกับใจหายแว๊บๆ
จินตนาการว่าตอนพูดคงเข้มข้นเหมือนปลุกใจไฮปาร์ก
คุณชลัญซะอย่าง...คุณป๊ายิ้มออกเลย
น้องโจ้ยอดเยี่ยมค่ะ คู่คิดกันเวลาคนหนึ่งอ่อนแออีกคนก็ต้องเข้มแข็งถึงจะพากันเดินหน้าได้นะคะ ความเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องปกติจริงๆ สิ่งที่ต้องทำให้ได้คือ"ทำใจ"อย่างที่น้องโจ้ทำได้และช่วยให้คุณป๊าทำด้วยนี่แหละ เอาใจช่วยทั้งครอบครัวเลยนะคะ แล้วมันก็จะผ่านไปอีกหนึ่งเรื่อง...ในชีวิต
คิดดี..ทำดี..มีกุศลผลบุญส่งให้บังเกิดการเปลี่ยนที่ดี..ขอให้กำลังใจนะคะ..