รถยนต์เขมร...เห็นแล้วทึ่ง....
ในขณะที่ นรม. ยิ่งลัก แห่งตายแลนด์ มีนโยบายให้คนไทยซื้อรถคันแรก (ทำให้บริษัทต่างชาติรวยไปตามๆกัน ส่วนคนไทยเป็นหนี้) เขมรเขาก็มีนโยบาย "รถคันแรก" เหมือนกัน เพียงแ่ต่ของเขาผลิตเอง ด้วยการออกแบบ การผลิต ของคนสัญชาิติเขมร โดยพึ่งเทคโนต่างชาติแต่เพียงน้อย
แม้ผมจะวิจารณ์เขมรมามาก ในเรื่องเขาพระวิหารและนครวัด แต่ก็ว่าไปตามหลักวิชาการบริสุทธิ์นะครับ ไม่ได้มีอคติต่อคนเขมรแต่อย่างใด มาวันนี้ ผมขอปรบมือสนั่นให้คนเขมร และขอเป็นกำลังใจให้ประสบผลสำเร็จในการพัฒนาอุตสาหกรรมรถยนต์ ให้แซงหน้าไทยให้ได้ (วันนี้ ว่าไปแล้วก็แซงไปแล้วแหละ ดีใจด้วยนะพี่เหมน...ยกให้เป็นพี่ไปเลยเอ้า)
ลองดูที่ลิงค์นี้นะครับ
วาว...รูปโฉมสุดสวย ยิ่งกว่ารถอีโคคาร์ญี่ปุ่น แถมนวัตกรรมประตูที่ใช้พื้นที่น้อย ดูปุ๊บก็รู้ว่า เขาออกแบบมาให้เป็นรถในเมืองที่รถติดหนัก มีพื้นที่ออกจอดน้อย เช่น กทม. ............ปรบมือให้ดังๆ ๆๆๆๆๆ
ส่วนไทยเรามีตลาดรถใหญ่โตมากกว่าเขมร ร้อยเท่า แต่คิดได้เพียงแบบขี้ข้า คือ คิดได้แต่ให้ต่างชาติมาลงทุน เพื่อเพิ่มจีดีพี (หาเสียงกันจังโดยพวกนักการเมืองง่าวทั้งหลาย...รวมทั้งทักษิณที่คุยโวว่าฉลาดหนักหนา) โดยเอาแรงงานถูกๆ ไทยไปเป็นขี้ข้าเขา ....... อย่างเก่งก็ได้แค่ต่อตัวถัง เช่น ไทยรุ่ง เชิดชัย และอู่เล็กอู่น้อยทั่วประเทศ เช่น บ้านโป่ง ราชบุรี (แต่รัฐบาลมันง่าวไม่ส่งเสริมต่อยอดให้ผลิตเครื่องยนต์ และ แอร์ ระบบควบคุม แบบครบวงจร)
เมื่อประมาณพศ. ๒๕๔๓ ผมได้มีโอกาสไปแถลงการณ์ของบวิจัยพัฒนาเครื่องยนต์นวัตกรรมกลางที่ประชุมบอร์ดบริหาร MTEC มันเป็นเครื่องยนต์ที่เล็ก เบา กว่าปกติ สิบเท่า ....ตอนท้ายพอเสนอเสร็จผมเลยฉวยโอกาสหักดิบกลางที่ประชุม ออกนอกเรื่อง โดยเสนอว่า MTEC น่าจะประกาศเป้าหมายว่าภายใน ๑๐ ปีจากนี้ไปประเทศไทยต้องผลิตเครื่องยนต์สี่สูบ ๑๖๐๐ ซีซี ให้ได้ โดยออกแบบเอง และผลิตชิ้นส่วนทุกชิ้นเองภายในประเทศ
โดยผมกระตุกด้วยว่า มันน่าอนาจใจที่ประเทศไทยเรามีคน ๖๐ ล้านคน มีเศรษฐกิจดี มี ดร. วิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ มากพอๆ กับนายพลทหาร แต่ทำไมป่านนี้ยังผลิตแม้เครื่องยนต์รถตัดหญ้าไม่ได้เลย ซึ่งสำหรับผม การผลิตเครื่องยนต์ได้ด้วยตนเองคือตัวชี้วัดที่สำคัญที่สุดของการเป็นอารยประเทศในด้านเทคโนโลยี (ส่วนอายะด้านจิตวิญญาณก็อีกเรื่อง ก็คงต้องพัฒนาคู่กันไป)
อย่าว่าแต่เครื่องยนต์สี่สูบ วันนี้ปลั๊กไฟโง่ๆ ไทยเรายังผลิตให้ดีไม่ได้เลยครับ เสียบหลุด โยกคลอนไปมา เกิดประกายไฟหวาดเสียว ไฟดับแม้เพียงจิ้งจกเดินผ่านเพราะปลั๊กมันโยก หาปลั๊กแน่นๆแบบอารยประเทศไม่ได้เลย ไม่ว่าจะพลิกแผ่นดินหาอย่างไรก็ตาม ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมเวลาไฟไหม้ตำรวจมักสรุปว่า เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรเสมอ
ส่วนก๊อกน้ำก็รั่ว และหมุนบิดไปมาเวลาเปิดปิด ลูกบิดประตูก็หลวมง่อกแง่ก สวิทซ์ไฟก็กระโดกกระเดก ฝักบัวอาบน้ำก็หันหน้ากำหนดทิศทางไม่ได้ เพราะช่องเสียบมันหลวม (นี่ขนาดแบรนด์เนมดังๆนะ ) ปากกาลูกลื่นก็ไม่ลื่นและหมึกแห้งก่อนหมด ไม้บรรทัดก็สีลอกมองเสกลไม่เห็น
มูลเหตุคือ ผมว่า เพราะวิศวกรเก่งๆ ดีๆ ไปเป็นขี้ข้าบริษัทต่างชาติหมดแล้ว เพราะพวกนี้เขาให้เงินเดือนดีพอควร (ทั้งที่ถูกกว่าแรงงานบ้านเขา 5 เท่า) จึงเหลือแต่พวกหางแถว ตกสำรวจ มาเป็นวิศวกรผลิตปลั๊กไฟฟ้ามาตรฐาน มอก. ไทย
ปกติผมเป็นคนรักชาติ (ที่ไม่คลั่งชาติ) มาแต่เด็กจนแก่ ยังจำได้ว่า ตอนจบมศ. ๓ จากรร.อำนวยศิลป์ (เทียบ ม. ๔สมัยนี้) ผมทำสมุดเฟรนชิพ ยังไปซื้อสมุดไทยมาทำ (ในขณะที่เพื่อนทุกคนใช้สมุดฝรั่งหมด เพราะรวยๆกันทุกคน เนื่องจากเป็นคุณหนู เด็กห้องคิง) ผมเขียนคำนำทำนองว่า “แม้สมุดเฟรนด์ชิพนี้จะเมดอินไทยแลนด์ ราคาถูก แต่ความรักของเราสูงล้ำยืนยงเสมอ” (แน่ะ สำบัดสำนวน เสียดสีนั้นมีมาแต่เด็กเลยนะเรา)
ผมนิยมใช้แต่สินค้าไทย เช่น รองเท้า (อุดมเอก) โทรทัศน์ (ไดสตาร์) กกน. เสื้อกล้าม (ลูกไก่) ยาสีฟัน (ผมใช้ไทยตลอดมายี่สิบปีแล้ว เช่น สุภาภรณ์ อรุณรุ่ง ทิพย์นิยม) ยาสระผม สบู่ ฟูกเตียงนอน ฯลฯ แม้กระดาษเช็ดก้น ก็ยังยอมเจ็บตรูดซื้อแต่ยี่ห้อไทย ที่กระดาษแข็งโป๊ก (เช่นยี่ห้อ รักไทย แต่หาซื้อได้ยากมาก ไม่ค่อยมีขาย) ...........แต่มีบางอย่างที่ผมจะยอมซื้อของต่างชาติที่ดี เช่น ปลั๊กไฟ (เพราะมันเกี่ยวกับอันตรายถึงชีวิต แต่หาซื้อไม่ได้อีกต่างหาก) อาหารสะอาด (ไม่ใส่ผง เติมสี เช่น ซุปกระป๋อง แคมป์เบล)
มาเลย์เขาผลิตรถ proton มานานแล้ว วันนี้คุณภาพดีมากๆ ผมเกือบซื้อไปแล้ว คือ รุ่นจิ๋ว Savvy แต่เสียดายเงินที่มันแพงไปหน่อย ตั้งสามแสน เลยไปซื้อรถเก่า สองแสนมาใช้ดีกว่า (ธ่อ ก็ดร.รากหญ้า จะมีเงินอะไรไปซื้อรถแพงๆมาขับกะเขา) ........วันนี้ดีใจแทนคนเขมร ที่มีการผลิตรถยนต์ออกมา แม้เทคโนส่วนใหญ่จะยังมาจากเมืองจีนก็ตาม แต่มันเป็นบันไดขั้นแรกที่สำคัญมากในการพัฒนาชาติ เพื่อไต่เต้าไปสู่การพึ่งตนเองในที่สุด ยังดีกว่าไทยที่จะเป็นขี้ข้าต่างชาติไปชั่วกัลปาวสาน
น่ามาทำตลาดในไทยนะ ทำตลาดดีๆ คงมีคนซื้อมากหลาย เพราะไร้มลพิษ (รถไฟฟ้า) เสียงเงียบ ประหยัดพื้นที่ แถมพอมีอาเซียนแล้ว ไม่มีภาษี ก็ขายได้ในราคาแสนถูก
ยี่ห้อ “อังกอร์” ก็ฟังดูดีมากๆ เพราะนอกจากจะเป็น “นคร(วัด)” แล้ว ยังเป็นคำกล่าวฝรั่งที่ยังแปลได้ว่า “ขออีก”
อีกหน่อยคงผลิตรถถัง เรือบินได้เอง ก่อนไทยเป็นแน่
...คนถางทาง (๑๕ มกราคม ๒๕๕๖)
เจ้าของกิจการ ไม่ใช่คนจบวิศวะ อะไรเลยคับ
เดิมเขาเป็นตัวแทนขายรถไถของจอนเดีย
ขายอะไรและชิ้นส่วน
คันนี้เป็นแบบรุ่นที่ 2 ครับ มีรุ่นแรกจะคล้ายๆ กับ proton ครับ