ในการจัดมหกรรมการจัดการความรู้ของ สสจ.ตากฯในครั้งนี้ ผมในฐานะคุณเอื้อ (CKO) และเป็นหัวหน้าทีมวิทยากร ได้จัดทำเอกสารเพื่อเป็นคู่มือให้แก่วิทยากรกลุ่มทุกคน ดังต่อไปนี้
คู่มือวิทยากรกลุ่ม มหกรรมการจัดการความรู้สู่คนไทยแข็งแรง เมืองไทยแข็งแรงและสุขภาพชายแดนสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตาก
ณ โรงแรมเวียงตากริเวอร์ไซต์
วันที่ 20-22 กันยายน 2549
บทบาทหน้าที่ของวิทยากรกลุ่ม
1. สร้างความเข้าใจให้สมาชิกกลุ่มในกิจกรรมที่จะทำร่วมกัน
2. สร้างความรู้สึกเป็นกันเอง ผ่อนคลายให้กับสมาชิกกลุ่ม
3. ทำให้สมาชิกกลุ่มได้รู้จักกัน สนิทสนม ไว้ใจกัน รักกัน เข้าใจกัน
4. กระตุ้นให้สมาชิกกลุ่ม ขุดเอาสิ่งดีๆที่ซ่อนอยู่ในตัวออกมาเล่า
5. มีความอดทนและความมุ่งมั่นสูง ไม่ขี้บ่น
6. จับประเด็น วิเคราะห์บรรยากาศทีมและองค์กร
กิจกรรมที่ดำเนินการในกลุ่ม
- ทำกิจกรรมทบทวนก่อนปฏิบัติ (Before Action Review: BAR) : ตอบคำถามที่ว่า ที่มาร่วมกลุ่มในครั้งนี้คาดหวังว่าจะได้อะไรหรืออยากจะได้อะไร
- กิจกรรมด้วยการค้นหาสิ่งดีรอบๆตัว (Appreciative Inquiry)
- ชี้แจงกิจกรรมต่างๆที่กลุ่มจะต้องปฏิบัติ กำหนดกติกาของกลุ่มในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แจ้งวิสัยทัศน์ความรู้ (Knowledge Vision) ที่กำหนดให้สมาชิกกลุ่มรับทราบ ซึ่งการแลกเปลี่ยนในครั้งนี้จะกำหนดประเด็นที่กว้างๆตามคุณสมบัติของสมาชิกกลุ่ม ใช้โมเดลปลาทูเป็นตัวแบบในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
- ทำกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ ให้สมาชิกกลุ่มได้รู้จัก รู้ใจ สนิทสนม คุ้นเคยกัน ไว้วางใจกัน เปิดใจเข้าหากัน
- ให้กลุ่มเลือกหัวหน้ากลุ่ม เลขานุการและคุณลิขิต (Note taker) ของกลุ่มตามสมัครใจและวิทยากรกลุ่มก็บันทึกขุมความรู้ที่ได้ไว้ด้วย
- กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมสุนทรียสนทนา (Dialogue) และเรื่องเล่าเร้าพลัง (Springboard story telling) ในการถอดความรู้ฝังลึก (Tacit Knowledge) ของสมาชิกในกลุ่ม เน้นให้ทุกคนได้พูดได้เล่าเรื่องในงานที่เขาภาคภูมิใจ ชื่นชมหรือประสบความสำเร็จ หากมีใครคนใดคนหนึ่งผูกขาดการพูดมากเกินไป ควรหาวิธีหยุดอย่างเหมาะสมโดยการโยนคำถามให้คนอื่นได้ตอบ อย่าทำให้ผู้พูดรู้สึกถูกขัดจังหวะหรือถูกเบรกหรือเสียหน้า หากกลุ่มไม่ค่อยพูด วิทยากรกลุ่มต้องช่วยกระตุ้น ตั้งคำถามอย่างเหมาะสม ไม่ทำให้สมาชิกกลุ่มรู้สึกเหมือนถูกบังคับให้ตอบ
- สรุปบทเรียนที่ได้จากการแลกเปลี่ยนของกลุ่มให้เป็นความรู้ชัดแจ้ง (Explicit knowledge) เป็นคลังความรู้
- ให้กลุ่มจัดทำแนวทางเพื่อเปรียบเทียบมาตรฐานปฏิบัติ (Benchmarking) กัน โดยใช้เครื่องมือชุดธารปัญญาด้วยการช่วยกันสร้างตารางอิสรภาพเพื่อจะได้ใช้ประเมินตนเอง (Self Assessment) เปรียบเทียบกัน ก่อนที่จะมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Knowledge sharing) ในครั้งต่อไป
- สรุปตารางอิสรภาพและเตรียมนำเสนอขุมทรัพย์ความรู้ (Knowledge Assets) ที่ได้จากการแลกเปลี่ยนและตารางอิสรภาพที่ได้จากกลุ่ม รวมทั้งแผนที่จะแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในครั้งต่อๆไป รวบรวมเป็นเอกสารให้วิทยากรกลุ่มจัดส่งให้ทีมผู้จัด
- ทำกิจกรรมทบทวนหลังปฏิบัติ (After action review: AAR) ของแต่ละกลุ่ม
- นำเสนอขุมทรัพย์ความรู้และตารางอิสรภาพกลุ่มละ 8 นาที ข้อเสนอแนะจากวิทยากรกลุ่มๆละ 2 นาที
ระยะเวลาในการทำกิจกรรม กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เริ่มตั้งแต่ 9.00 น. ในวันแรกจนถึง 14.00 น.ของวันที่สอง รวมทั้งสิ้น 8 ชั่วโมง โดยทุกกลุ่มพร้อมกันในห้องประชุมรวม 14.00 น. เพื่อนำเสนอผลงานกลุ่ม วิทยากรกลุ่มต้องบริหารเวลาให้สามารถดำเนินกิจกรรมกลุ่มได้ครบทั้ง 11 กิจกรรมข้างต้น
กิจกรรมทบทวนหลังปฏิบัติ ให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนได้เขียนตอบคำถาม 4 ข้อ และหากมีเวลาควรให้พูดด้วย ดังนี้
1. ได้ตามความคาดหวังหรือไม่ เพราะอะไร
2. ยังไม่ได้ตามความคาดหวังคืออะไร
3. เทคนิค เคล็ดลับดีๆ ของเพื่อนที่เราจะเอาไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ของเราได้
4. การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในครั้งต่อไป ควรจะมีรูปแบบอย่างไร ผู้เข้าร่วมควรเป็นใคร เรื่องอะไร ตั้งCoPได้ไหม
กิจกรรมเรื่องเล่าเร้าพลัง
สมาชิกกลุ่ม
1. แบ่งกลุ่มคละ เพื่อความหลากหลาย
2. เล่าความภาคภูมิใจ/เทคนิค/เคล็ดลับในการทำงานของตนเองที่เคยทำมาแล้ว ความภาคภูมิใจ/เคล็ดลับอะไร วิธีการ
3. กลุ่มช่วยกันสรุปว่าจากที่แต่ละคนเล่ามามีส่วน ที่เหมือนกัน ต่างกัน อะไรบ้าง
ผู้เล่า
1. เล่าให้น่าสนใจ น่าจดจำ
2. เล่าตามความเป็นจริง
3. เล่าความสำเร็จ ความภูมิใจ ทั้งเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายของกิจกรรม
4. เล่าให้เห็นตัวละคร เห็นพฤติกรรม การกระทำ บริบท
5. ไม่ตีความ
6. แสดงออกมาในหน้าตา แววตา ท่าทาง น้ำเสียง อุปมาอุปไมย
ผู้ฟัง
- เส้นทางสู่ความภาคภูมิใจ ทำอย่างไร
- ฟังอย่างตั้งใจ
- อย่าด่วนสรุป
- พยายามจับเนื้อหาสาระที่ผู้เล่าต้องการสื่อสาร
- ถามอย่างชื่นชม เพื่อเข้าใจมากขึ้น
กิจกรรมสุนทรียสนทนา
เป็นการเลื่อนไหลของความหมาย... ไปสู่อะไรบางอย่าง เราเองก็ยังไม่รู้... ว่ามันคืออะไร ถ้ารู้... ก็ไม่ใช่ dialogue สิ่งที่ทำได้... ก็คืออย่าไป “block” มันทั้งภายนอก (block คนอื่น) และภายใน (block ความคิดตนเอง)เพราะมันเป็นการสนทนาที่ต้องระลึกรู้อยู่ตลอดเวลา เป็นการฝึกฟังอย่างตั้งใจ (attentive listening)ฟังอย่างลึกซึ้ง (deep listening) ได้ยินเสียงที่พูดออกไป ได้ยินเสียงที่อยู่ภายใน
หลักง่ายๆที่ใช้ในการทำ Dialogue
- พูด ออกมาจากใจ ไม่ใช่จากการจำ ทำให้เป็นธรรมชาติ เป็นปัจจุบัน ไม่ต้องเสแสร้ง แกล้งทำให้ดูดี
- ฟัง อย่างตั้งใจ ไม่คิดหาคำตอบ ไม่ต้องตอบโต้ ไม่ตัดสินประเด็นความ ไม่ตัดสินผู้อื่น
- เคารพ ความแตกต่าง ให้ความเท่าเทียม ไม่เอาเรื่องคุณวุฒิวัยวุฒิ หรือตำแหน่งมาขวางกั้น
คุณลิขิต : จดอะไรบ้าง
• เรื่องเล่าย่อๆ ไม่ต้องจดทุกคำพูด แต่ก็ไม่ย่อจนสั้นเกินไป
• ชื่อ เบอร์โทร เจ้าของเรื่องเล่า
• ชื่อคน ที่มีการกล่าวถึงในเรื่องเล่า
• เคล็ดลับ/เทคนิค/ประเด็นสำคัญจากเรื่องเล่า
เครื่องมือชุดธารปัญญา
1. ตารางแห่งอิสรภาพ เป็นตารางที่แสดงขีดความสามารถหลักในด้านต่างๆและช่องคะแนนประเมินในระดับตั้งแต่ 1(พื้นฐาน)ถึง5(ดีเยี่ยม)
2. แผนภูมิแม่น้ำ(River diagram) นำตารางอิสรภาพของแต่ละองค์การที่มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้ประเมินขีดความสามารถไว้โดยนำค่าระดับจุดเป็นเส้นกราฟเพื่อสร้างเป็นแผนภูมิแม่น้ำ โดยให้แกนนอน(x)เป็นแกนที่ระบุขีดความสามารถหลัก แกนตั้ง(Y)เป็นแกนที่แสดงค่าระดับจาก 1-5
3. แผนภูมิขั้นบันได(Stair diagram)มีบทบาทต่อการจัดพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้มาก โดยแกนตั้งเป็นค่าระดับ 1-5 ส่วนแกนนอนเป็นตัวแสดงค่าช่องว่าง จะมีกลุ่มพร้อมให้และกลุ่มใฝ่รู้
4. ขุมความรู้(Knowledge assets) เก็บรวบรวมสิ่งที่ได้จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 3 ส่วนสำคัญคือประเด็นหลักๆ,เรื่องเล่า,ส่วนที่ให้รายละเอียดเพิ่มเติม
5. พื้นที่ประเทืองปัญญา เปิดเวทีให้ผู้สนใจได้เข้ามาศึกษาค้นคว้าแลกเปลี่ยนได้สะดวกขึ้นไม่ติดขัดทางด้านเวลาและระยะทาง
การกำหนดปัจจัยแห่งความสำเร็จในตารางอิสรภาพ
1. กำหนดจากขั้นตอนหรือกระบวนการในการทำงานหรือกิจกรรม(Process/Activities)
2. กำหนดจากปัจจัยนำเข้าที่ใช้ในการทำงาน(Input)
3. กำหนดจากผลลัพธ์ของความสำเร็จ(Results)
4. กำหนดจากขีดความสามารถที่จะปฏิบัติงานนั้นๆให้สำเร็จ(Competency)
ตัวอย่างเช่น
การให้บริการห้องสมุดอย่างมีคุณภาพ: Input
1. จำนวนบรรณารักษ์
2. คุณลักษณะของบรรณารักษ์
3. บริเวณหรือห้องให้บริการ
4. ประเภทและจำนวนของหนังสือและสื่อต่างๆ
5. งบประมาณที่ใช้ในการทำงาน
6. อุปกรณ์ที่ใช้ในการทำงานหรือเครื่องมือต่างๆ
การดูแลผู้ป่วยเบาหวาน: Process
1. การจัดทำบัตรและรับเข้าสู่บริการ
2. การตรวจประเมินเบื้องต้นก่อนพบแพทย์
3. การตรวจค่าน้ำตาลในเลือด
4. การรักษาและการจ่ายยา
5. การแนะนำเรื่องการรับประทานยาและการปฏิบัติตัว
6. การตรวจติดตามอย่างต่อเนื่อง
การดูแลผู้ป่วยเบาหวาน: Result
1. การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดในระดับปกติ
2. การเกิดภาวะแทรกซ้อนจากเบาหวาน
3. ความพึงพอใจของผู้ป่วยที่มาระบบริการ
4. ความร่วมมือในการรักษา
5. การปฏิบัติตัวหรือพฤติกรรมสุขภาพเหมาะสม
การดูแลผู้ป่วยเบาหวาน: Competency
1. การให้การวินิจฉัยโรค
2. การให้สุขศึกษาเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
3. การรักษาอย่างเหมาะสมกับโรคที่ผู้ป่วยเป็น
4. การสื่อสารกับผู้ป่วยและญาติ
5. พฤติกรรมบริการที่ดี
การกำหนดระดับคะแนนในการประเมินตามตารางอิสรภาพ
กำหนดได้ทั้งตัววัดเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ เช่น
- อัตราความพึงพอใจของผู้ใช้บริการใช้Resultและตัวชี้วัดเชิงปริมาณ
1 = อัตราความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ ร้อยละ 50หรือน้อยกว่า
2 = อัตราความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ ร้อยละ 60
3 = อัตราความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ ร้อยละ70
4 = อัตราความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ ร้อยละ 80
5 = อัตราความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ ร้อยละ 90หรือมากกว่า
2. การป้องกันและเฝ้าระวังการติดเชื้อในโรงพยาบาลใช้Activities และตัวชี้วัดเชิงคุณภาพ
1 =มีแนวทางการปฏิบัติเพื่อป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล มีระบบการเก็บข้อมูลการติดเชื้อในหน่วยงาน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">2 = มีกรรมการIC, มีICN, ระบบการเก็บรวบรวมข้อมูลที่เหมาะสมและเป็นไปในทางเดียวกัน มีมาตรการป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาลเดียวกัน</p><p>3 = มีการนำเอาข้อมูลที่รวบรวมได้มาวิเคราะห์หาสาเหตุและวางแผนแก้ไข และมีการปฏิบัติตามาตรการที่กำหนด </p><p>4 = มีการประเมินผลของประสิทธิภาพของการป้องกัน</p><p>5 = มีการเชื่อมโยงการป้องกันการติดเชื้อกับระบบอื่นๆในโรงพยาบาล </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> แนวทางการกำหนดระดับคะแนนอาจเริ่มที่สูงสุด(5)ก่อนแล้วลดลงมาเรื่อยๆจนถึง 1 หรือเริ่มจากต่ำสุด(1)ก่อนแล้วเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนถึง 5 หรืออาจเริ่มจากที่ระดับ 3 ซึ่งเป็นระดับที่ยอมรับได้เบื้องต้นหรือเป็นค่าเฉลี่ยหรือเป็นค่าปกติหรือเป็นค่ามาตรฐานที่ยอมรับกันหรือเป็นค่าเป้าหมายขั้นต่ำที่ผ่านเกณฑ์ แล้วค่อยเพิ่มขึ้นเป็น4-5และลดลงเป็น 2-1 </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>ชุมชนแนวปฏิบัติหรือก๊วนคุณกิจหรือCommunity of practice (CoP) <ol style="margin-top: 0cm">
</ol>
คุณหมอเก่งจังเลย
มีโอกาสจะเชิญมาเป็นวิทยากรนะคะ
เพราะว่าตอนนี้กำลังเขียนโครงการอยู่
ขอโทษค่ะ ลืมแนะนำตัว
พอดีทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ประสานงาน HA ของโรงพยาบาลทันตกรรม คณะทันตแพทยศษสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ค่ะ
ก็เลยต้องหาข้อมูล อ่านแล้วได้แนวคืดดีค่ะ
แล้วจะตามมาอ่านเรื่อยๆนะคะ