.......ไฟฟ้ามีคุณอนันต์แต่มีโทษมหันต์ถึงแก่ชีวิต  ถ้าใช้ไม่ถูกวิธี ........
       กระแสไฟฟ้าจะไหลผ่านได้ต้องอาศัยตัวนำทางไฟฟ้าโดยจะไหลจากจุดที่ศักดิ์สูงไปสู่จุดที่ศักดิ์ต่ำกว่าเสมอ
จุดอ้างอิงทางไฟฟ้าที่มีศักดิ์ต่ำสุดเป็น 0 คือพื้นโลก (Ground) ดังนั้นเมื่อมีเส้นทางที่จะเดินทางผ่านได้ กระแสไฟฟ้าจะเดินทางผ่านตัวนำสู่พื้นดินเสมอ ร่างกายของคนเราประกอบด้วย "น้ำ" เป็นส่วนใหญ่ จึงเป็นตัวนำทางไฟฟ้าอย่างหนึ่ง

         เพื่อป้องกันไม่ให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านร่างกายของเรา เราก็จะต้องสร้างเส้นทางให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านตัวนำอื่นที่มีความต้านต่ำกว่าความต้านของร่างกายเราแทน เส้นทางที่เราต่อเพิ่มเติมขึ้นมาใหม่เพื่อให้กระไฟฟ้าไหลลงดินแทนนี้คือ "ระบบสายดิน (Grounding System)" นั่นเอง

       "การต่อสายดิน" เป็นการต่อตัวนำระหว่างวงจรไฟฟ้ากับดิน เพื่อป้องกันอันตรายจากกระแสไฟฟ้ารั่วโดยมีสาเหตุมาจากการชำรุด หรือการเสื่อมสภาพของอุปกรณ์ไฟฟ้า ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาโดยที่ไม่สามารถทราบล่วงหน้าได้ เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายแก่ผู้ที่ใช้อาจจะเข้าไปสัมผัสและถูกกระแสไฟฟ้าดูด โดยกระแสไฟฟ้าที่รั่วจะไหลลงดินแทนการไหลผ่านร่างกายของผุ้ที่เข้าไปสัมผัส ซึ่งการต่อลงดินจะมีอยู่ 2 รูปแบบ คือ การต่อลงดินที่ระบบสายส่งไฟฟ้าและการต่อลงดินที่ตัวอุปกรณ์ 

 
  

             ดังนั้น เมื่อรู้วิธีการเพื่อความปลอดภัยของสมาชิกในบ้าน  หลังจากที่อ่านจบแล้วก็ควรจะนำเรื่องนี้ไป

ใช้ในชีวิตประจำวันด้วยนะค่ะ.......

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก :http://board.palungjit.com/f34