การจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์แบบเป็นทางการ

ตัวอย่างสถานการณ์การจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์แบบเป็นทางการ

    หลังจากที่เด็กได้รับประทานของว่างกลับมาถึงห้องแล้ว เด็ก ๆ จะพบว่าในห้องของตนนั้น คุณครูต้อย ได้แบ่งโต๊ะออกเป็น 5 โต๊ะหรือ 5 กลุ่ม แต่ละโต๊ะมีวัสดุอุปกรณ์วางอยู่เหมือน ๆ กันได้แก่ ถ้วยพลาสติก แก้วที่มีน้ำ ขวดสี ขวดวนิลา (อาจใช้น้ำดอกมะลิก็ได้) น้ำตาลผง ไม้พายขนาดเล็ก ข้าวพอง

  คุณครูแบ่งให้นักเรียนเข้าตามกลุ่ม ๆ ละ 4 คน และอธิบายให้เด็กฟังว่าให้ทุกคนนำเอาส่วนผสมต่าง ๆ ที่ครูเตรียมไว้ให้บนโต๊ะผสมในชามอ่าง   และเอาไม้พายคนให้เข้ากันและหลังจากนั้นให้ทาบลงบนหน้าข้าวพอง เพื่อเราจะได้รับประทานข้าวพองกัน เมื่ออธิบายเสร็จครูเปิดโอกาสให้นักเรียนทุกคนทำเอง โดยครูเดินดูอย่างใกล้ชิด

  เด็กทุกคนส่งเสียงสนุกสนานกับการทดลอง ขณะที่เด็กกำลังผสมส่วนต่าง ๆ ลงไปในชาม  ครูเดินดู  เด็กบางคนก็จะค่อย ๆ ใส่ส่วนผสมลงไปอย่างละนิดก่อน แล้วค่อย  ๆ เพิ่มลงไปอีก บางคนก็ใส่ลงไปพร้อมกันหมด บางคนก็ยังรีรอไม่กล้าใส่ส่วนผสมลงไป   ครูควรกระตุ้นให้เขาได้ตัดสินใจทำ

  หลังจากที่เด็กทุคนทำเสร็จแล้ว ครูอาจจะเรียกเด็กมานั่งที่มุมห้อง พร้อมทั้งเอาข้าวพองที่ทาหน้าไว้แล้วมาด้วย เพื่อที่เขาจะได้มาอภิปรายถึงสิ่งต่าง ๆ ที่เขาได้ค้นพบ ในขณะที่เขาทำการทดลอง โดยครูอาจจะเริ่มด้วยการถามเด็กว่า  “นักเรียนได้ค้นพบสิ่งใดบ้าง”   เด็กบางคนอาจะสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของสี  เด็กบางคนอาจจะพูดถึงรสชาติที่แปลกไป  เนื่องจากใส่วานิลลาและสีมากไป เด็กบางคนอาจจะพบว่า เมื่อเอาน้ำในแก้วทั้งหมดใส่ลงไป ทำให้น้ำตาลเหลวมาก เมื่อเอาน้ำในแก้วทั้งหมดใส่ลงไป ทำให้น้ำตาลเหลวมาก เมื่อเอาไปทาลงบนข้าวพอง ทำให้ไม่ติดบนหน้าข้าวพอง เด็กบางคน

อาจจะพบว่าเมื่อใส่น้ำตาลผงไปมาก และใส่น้ำไปนิดเดียว ก็จะทำให้น้ำตาลข้นมาก  เด็กบางคนอาจเสนอว่า ถ้ามันมากให้เติมน้ำลงไปอีกนิดหน่อยจะทำให้เหลวลงเด็กบางคนอาจเสนอว่า ถ้ามันเหลวมากไป  ก็ใส่น้ำตาลผงลงไปอีก   ก็จะทำให้ขึ้นมาได้ด้วย

เมื่อเด็กอภิปรายแล้วครูอาจจะตั้งคำถามถามเด็กเพื่อเป็นการสรุปบทเรียน เช่น ถามว่าถ้าอย่างนั้นนักเรียนก็หมายความว่า นักเรียนสามารถเปลี่ยนสภาพของของแข็งให้เป็นของเหลวโดยเติมของเหลวลงไปในของแข็ง  และเปลี่ยนของเหลวให้เป็นของแข็งโดยเติมของแข็งลงไปใช่ไหม  เด็กจะตอบว่าใช่

  จากตัวอย่างการจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นทางการจะเห็นได้ว่ากิจกรรมที่ครูจัดให้เด็กนั้นจะช่วยสร้างเสริมความคิดเกี่ยวกับเรื่องการเปลี่ยนสภาพของวัตถุ  นอกจากนั้นยังช่วยส่งเสริมให้เด็กมีโอกาสใช้ทักษะในกระบวนการการสังเกตและการจำแนกสิ่งของ

  การจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นทางการ สามารถแบ่งออกได้เป็น  2  ส่วน  คือ

1.  ส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องความจริงทางวิทยาศาสตร์  ซึ่งเราอาจใช้คำถามว่า  “อะไร” 

2.  ส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการคิดทางวิทยาศาสตร์  ซึ่งอาจใช้คำถามด้วยคำว่า  “อย่างไร”

เนื้อหาที่ควรมาจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์แบบเป็นทางการ

ในการพิจารณาเนื้อหาที่จะนำมาจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์แบบเป็นทางการ  ครู

ควรพิจารณาเกณฑ์  3  ข้อดังต่อไปนี้

1.  ความรู้ที่ได้รับจากเนื้อหาต่าง ๆ นั้นต้องมีประโยชน์ต่อเด็ก

2.  ความรู้ที่ได้รับจากเนื้อหาต่าง ๆ นั้นต้องเสริมสร้างมโนมติพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์

3.  ความรู้ที่ได้รับจากเนื้อหาต่าง ๆ  ต้องช่วยเสริมสร้างทักษะให้เป็นประโยชน์ต่อการเรียนวิทยาศาสตร์  และความรู้ที่จัดให้นั้นต้องให้เด็กค้นพบด้วยตนเอง