วิธีทวงคืนผืนป่าอีกสองวิธี (ตอน ๒)

ทวงคืนผืนป่าประเทศไทย (ตอน ๒)

อีกวิธีหนึ่งในการทวงคืนผืนป่าที่ผมได้เสนอไว้ในบทความในอดีต คือ  การส่งเสริมให้ผู้บุกรุกหันมาปลูกสวนป่าแทนทำนาไร่  โดยในระหว่างช่วงสิบปีแรกที่ยังไม่มีรายได้นั้นให้รัฐจ้างผู้บุกรุกนั่นแหละให้ปลูกและดูแลป่า ไร่ละ ๒๐๐๐ บาท  (ทำนาอีสานได้กำไรสุทธิเพียง ๑๕๐๐ บาท เท่านั้น)


สมมุติว่าถ้าทั้งหมดมีป่าถูกบุกรุก ๒๐  ล้านไร่  ก็จะเป็นเงินเพียง ๔ หมื่นล้านบาทต่อปีเท่านั้นเอง  เงินนี้ถ้าไม่กลัวเสียศักดิ์ศรีประเทศไปขอคาร์บอนเครดิทจาก อียู ก็ได้ (จะได้มากกว่านี้เสียอีกเพราะจะได้ประมาณไร่ละ ๖๐๐๐ บาท) 


น่าคิดว่าเงินสี่หมื่นล้านนี้น้อยกว่าเงินกำไรขายหุ้นของคนคนเดียว  น้อยกว่าเงินที่จะเอาไปจ่ายให้คนเห่อเหิมซื้อรถคันแรก  น้อยกว่าเงินที่เอาไปถมให้คนโกงการรับจำนำข้าวมากหลาย  น้อยกว่ารายได้ที่สูญหายไปจากการลดภาษีนิติบุคคลให้คนรวย  แล้วเราจะเอาเงินนี้ซื้อป่าคืนมาให้ลูกหลานเราไม่ได้เจียวหรือ  ..ทำให้ดีๆ จะมีกำไรในระยะยาวเสียอีก (จากอุตสาหกรรมป่าไม้


ในสิบปีแรกไม้ยังไม่โตก็ยังมีรายได้เสริมอีกมาก เช่น การปลูกพืชใต้ร่มเงา การปลูกมันให้พันต้นไม้  (มันบางชนิดสามารถให้ผลผลิตได้ปีละสามตันต่อไร่สบายๆ แถมกินอร่อย สารอาหารมากกว่าข้าว)


พอไม้โตแล้ว ให้ทำสัญญาว่าจะต้องตัดแบบสางเท่านั้น โดยให้ย้ายบ้านออกมาอยู่รวมกันเป็นหมู่บ้านใหญ่  ที่รัฐสร้างให้ที่สะดวกสบาย ใช้พื้นที่น้อย  แล้วทำอุตสาหกรรมป่าไม้จากป่าที่ตนเองปลูก พอมีรายได้ก็ผ่อนหนี้ใช้คืนหลวงแบบน้อยๆ ระยะยาว 

แบบนี้เราก็อยู่ร่วมกันได้ แต่มันเป็นการนิรโทษกรรมผู้บุกรุกกลายๆเหมือนกัน


เอ้า..เพื่อไม่ให้เสียเวลา...ต่อตอน ๓ ไปเลย

มาตรการ ๓ นี้คือ เราบีบคั้นทางอ้อม  สังเกตว่ารัฐไทยใจดีมาก  มีชุมชนบุกรุกป่า แต่รัฐกลับไปสร้างโรงเรียน อนามัย วัด ให้เฉย  (เช่น ที่วังน้ำเขียว  สามร้อยยอด น้ำหนาว)  เท่ากับไปอำนวยความสะดวก อีกทั้งเป็นการยอมรับโดยปริยาย  ...ผมว่าต้องสั่งรื้อสวัสดิการให้หมด อีกทั้งยังมีหมายศาลเรียกผู้บุกรุกไปให้ปากคำเป็นรายๆ เป็นระยะ เพื่อสร้างแรงกดดัน  (อย่าให้อยู่อย่างเป็นสุข) 


ในขณะเดียวกัน ก็ใช้มาตรการ ๑  ควบคู่กันไป คือสร้างงานริมป่าให้เขา เพื่อให้เป็นทางเลือกในการดำรงชีวิตที่ดีกว่า โดยไม่ต้องถูกกฎหมายรบกวน  ถ้ามีทางเลือกให้เขาแบบนี้ รับรองได้ว่า เขาเลิกแน่ 

รัฐก็จัดโซนอุตสาหกรรมพิเศษริมป่าเป้าหมายขึ้นมาสิ  ให้ boi เป็นสองเท่าอัตราปกติยังได้


...คนถางทาง (๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๕) 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สะกิดกวน...ชวนแหกค่าย----->สู่แดนใหม่...ไตเสรี



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

เป็นความคิดที่น่าเป็นไปได้..ร้อยเปอร์เซ็นต์(และดีสุดๆ)..สำหรับคนธรรมดา..แต่..คนที่ไม่ธรรมดา..น่ะ..เขาจะเห็นด้วยไหม...ยายธี

เขียนเมื่อ 

  • เห็นด้วยกับยายธีครับ
  • ที่เห็นด้วย ผมมีพรรคพวกคนหนึ่ง ..เข้าร่วมโครงการปลูกสักของหน่วยงานราชการหน่วยงานหนึ่ง เมื่อหลายปีนานมาแล้ว หลายร้อยไร่ ..พอสักโต ในฐานะเจ้าของ..(ลัก)ตัดสักของตนเอง ไปทำศาลา 6 เหลี่ยม พักร้อนหน้าบ้าน..โดยไม่ได้ขออนุญาต ..ปรากฎว่า โดนจับครับ ..เสียเงินไปเป็นแสน.เรื่องนี้..ยังไม่เสร็จสิ้นครับ
  • นี่แหละครับอาจารย์..ที่ผมเห็นด้วยกับยายธี