ชีวิตที่พอเพียง :๑๗๐๔. ควงสาวเที่ยวเชียงราย :ล่องแม่กก ขี่ช้าง แล้วเที่ยววัด ๓ วัด



          วันที่ ๑๗ พ. ย. ๕๕ เป็นวันตีกอล์ฟ หรือไปเที่ยว  สำหรับการประชุมแบบ retreat ปลายปี ของธนาคารไทยพาณิชย์ ที่ปีนี้ไปเชียงราย  และพักที่โรงแรม เลอ เมอริเดียน อันสวยงาม


          สาวน้อยกับผมเลือกเส้นทางธรรมชาติ คือล่องเรือแล้วไปที่ปางช้างหมู่บ้านกะเหรี่ยง  เดินชมหมู่บ้าน หรือจะนั่งช้างเที่ยวก็ได้ 


          ๘.๓๐ น. เรือหางยาวประมาณ ๑๐ ที่นั่งก็ออกจากท่าของโรงแรม ล่องลงใต้ มี  “นักท่องเที่ยว” ๓ คน คือ ดร. เอลเลน ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริหารความเสี่ยงด้านตลาดและการดำเนินงาน  สาวน้อย และผม  มีไกด์ ๑ คน คือคุณไก่ ผู้มีทั้งความรู้ดี และภาษาอังกฤษดี แถมพูดภาษากะเหรี่ยงได้ด้วย


          อากาศเย็นสบายประมาณ ๒๓ องศาเซลเซียส  แต่พอเรือแล่นฉิวก็รู้สึกเย็น แต่ผมรู้สึกสบาย  สาวน้อยหนาว ก็ได้เสื้อชูชีพช่วยกันหนาวได้ด้วย  เรือแล่นผ่านโรงแรมดุสิตไอร์แลนด์ที่ผมเคยมาพักหลายครั้ง และโรงแรมอื่นๆ  ผ่านวิวธรรมชาติที่ผมชอบ และวิวไร่ข้าวโพดที่กำลังออกดอกสล้าง  รวมทั้งมีต้นไม้ดอกสีเหลืองเป็นทิวให้ความสวยงาม


          ระหว่างทางเราได้เห็นเรือดูดทราย และเรือร่อนก้อนหินประดับ  เป็นอาชีพอย่างหนึ่ง คือเก็บก้อนหินประดับขาย  เป็นครั้งแรกที่ผมได้ยินอาชีพนี้


          เราใช้เวลา ๑ ช.ม. ตรงตามเวลาที่กำหนดก็ไปขึ้นบกที่บ้านรวมมิตร ต. แม่ยาว อ.เมือง  เราเดินผ่านตลาดขายสินค้าชาวเขา ที่ส่วนใหญ่ผลิตในเมือง  ชาวเขาเป็นผู้วางแผงจำหน่าย ณ จุดท่องเที่ยว 


          เวลา ๑ ช.ม. ยาวพอที่คนแก่ที่กินยาขับปัสสาวะต้องเข้าห้องน้ำ  เราจึงได้เห็นสภาพห้องน้ำชาวบ้านที่สะอาดใช้ได้  ที่เขาเตรียมไว้บริการนักท่องเที่ยว 


          เราได้เห็นสภาพความเป็นชุมชนของชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง ที่เขาเตรียมทำพิธีปล่อยปลา  และเตรียมทำพิธีทางศาสนา  โดยเขานับถือศาสนาคริสต์ 


          เราเดินไปตามถนนที่แล่นผ่านหมู่บ้าน  ด้านหนึ่งของถนนมีร้านค้าผลิตภัณฑ์ชาวเขา มีเด็กบ้าง คนแก่บ้างมาทอผ้าพันคอด้วยกี่เท้ายัน เป็นการสาธิต  อีกฝากถนนเป็นบ้านชาวเขาของจริงให้เห็น  เห็นแล้วผมอดคิดถึงชีวิตสมัยเด็กไม่ได้  เพราะมันไม่ต่างจากในหมู่บ้านที่ผมเติบโตมาเมื่อ ๖๐ ปีก่อน


          ในที่สุดเราก็ไปถึงปางช้างบ้านกระเหรี่ยงรวมมิตร ที่มีช้างมากถึง ๓๒ เชือก  และมีที่ขึ้นช้างอย่างดี  สาวน้อยยืนยันเด็ดขาดว่าไม่ขี่ช้าง ถ้าผมจะขี่ก็ให้ขี่คนเดียว  ในที่สุดผมก็ได้ขี่กับ ดร. เอลเลน ผู้เป็นนักขี่ม้า และเป็นหุ้นส่วนเจ้าของคอกม้าที่อังกฤษ  เราขอขี่รอบเล็กครึ่งชั่วโมง ไปเยี่ยมชมหมู่บ้าน   ราคา ๔๐๐ บาท  ช้างที่เราขี่เป็นช้างพลายหนุ่มอายุ ๒๐ ปี   ตัวไม่โตมาก  คุณเอลเลนชมว่าช้างที่นี่ได้รับการดูแลดี สุขภาพดี อ้วนท้วนสมบูรณ์ 


          ผมจึงได้รู้ว่าการขี่ช้างไม่สนุกเลย  เวลาช้างก้าวขาหน้าตัวเราก็จะโยกไปด้วย  พอขาหลังก้าวตาม เราก็โยกอีกแบบ  พอขาหน้าอีกข้างก้าว เราก็โยกอีกแบบ  รวมแล้วร่างกายของเราจะโยก ๔ แบบ  แล้วก็จะมีแบบย่อยๆ อีก คือแบบขึ้นเขา แบบลงเขา  รวมแล้วสรุปว่าขี่ช้างเหนื่อย  คงเพราะผมขี่ไม่เป็นผมจึงบอกตัวเองว่าเดินเองสบายกว่า  แต่นักท่องเที่ยวที่ขี่ช้างสวนกลับมาหลายคนให้ผู้หญิงขี่ที่คอช้าง  ซึ่งคงจะนิ่มนวลกว่ามาก


          เราเสร็จจากขี่ช้างก่อน ๑๑ น. เล็กน้อย  คุณไก่ชวนไปไหว้พระที่วัดห้วยปลากั้ง  ที่มีเจดีย์ใหญ่สูง ๙ ชั้น  มีเจ้าแม่กวนอิมทำด้วยไม้หอมขนาดใหญ่มากเป็นพระประธานในเจดีย์  คุณไก่บอกว่าปลากั้งตัวคล้ายปลาช่อน แต่ตัวเล็กและสั้นกว่า  เนื้ออร่อยกว่า แต่เวลานี้หากินยาก


          นัดกันว่าจะไปกินอาหารเที่ยงร่วมกับคณะของคุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม  เพราะเรานัดกันว่าจะไปไร่เชิญตะวันของท่าน เพราะท่านมาที่นั่นพอดี  แต่ยังมีเวลาเหลือเราจึงไปไหว้พระที่วัดพระแก้วในเมือง โดยเฉพาะพระหยกเชียงราย  ทั้งๆ ที่ผมไปมาแล้วหลายครั้ง ผมก็ยังอยากไปไหว้พระแก้วเมืองเชียงรายอีก


          หลังกินอาหารเที่ยงที่ร้านภูแล เราก็เดินทางไปไร่เชิญตะวัน หรือวัดป่าวิมุตตยาลัย  และได้กราบท่าน ว. วชิรเมธี และคุณหญิงชฎาแนะนำผมให้ท่านรู้จัก  ท่านบอกว่าท่านรู้จักผ่านผลงาน KM แต่ยังไม่เคยพบตัวเป็นๆ  ผมจึงโชคดีได้รับแจกหนังสือมาหลายเล่ม  


          เราได้เดินชมวิมุตตยาลัย ที่ อ. ธีรพล นิยม เคยเล่าให้ผมฟังหลายครั้ง  ได้ชื่นชมการออกแบบพื้นที่เพื่อเป็นสติหรือปริศนาธรรม  พร้อมทั้งมีคำสอนธรรมะติดตามต้นไม้อย่างจรรโลงวิญญาณ


          ที่จริงตอนเช้าที่นี่มีพิธีทอดกฐิน จึงมีญาติโยมมากันมาก  ผมดูแล้วคิดว่า ท่าน ว. คงจะเหนื่อย แต่คงเพราะท่านยังหนุ่ม อายุเพียง ๓๙ จึงยังดูสดชื่นและคุยสนุก


          วัดป่าวิมุตตยาลัยดำเนินการตรงกันข้ามกับอีก ๒ วัดที่ผมไปมาก่อน  ๒ วัดนั้นเน้นที่ศรัทธานำ เน้นการสนองความต้องการ  แต่ของท่าน ว. เน้นปัญญานำ  เน้นที่การศึกษาเพื่อการลดละกิเลส 


          ที่จริงตกเย็นเราไปกินอาหารเย็นที่ไร่บุญรอด  ที่เป็นไร่ชากว้างสุดลูกหูลูกตา  เดิมเป็นไร่ข้าวบาร์เลย์ (สำหรับทำข้าวมอลท์ สำหรับหมักเบียร์) แต่ไม่ประสบความสำเร็จ


วิจารณ์ พานิช
๑๘ พ.ย. ๕๕


ธรรมชาติสองฝั่งแม่กก

เรือร่อนหินประดับ

ทิวดอกชุมเห็ดเทศริมฝั่ง

แผงขายของที่ระลึก

ปางช้าง ถ่ายจากหลังช้าง

เจดีย์วัดห้วยปลากั้ง

เจ้าแม่กวนอิมแกะสลักจากไม้หอม

พระหยกเชียงราย

ท่าน ว. วชิรเมธี กับคุณหญิงชฎา และ รศ. ดร. กุลภัทรา สิโรดม

จากอิทัปปัจจยตา สู่มรรค ๘ และโพธิญาณ

สวนธรรม วิมุตตยาลัย

วิมุตตยาลัยกับอ่างเก็บน้ำพระราชทาน



หมายเลขบันทึก: 511220เขียนเมื่อ 7 ธันวาคม 2012 09:30 น. ()แก้ไขเมื่อ 13 ธันวาคม 2012 20:09 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (1)

สุดยอดเลยนะคะท่านอย่าง ... ได้ครบทุกเรื่อง .... แต่ชอบ..ประโยค  ที่ท่านเล่าว่า....

การออกแบบพื้นที่....เพื่อเป็นสติ หรือ ปริศนาธรรม  ... พร้อมทั้ง....มีคำสอนธรรมะติดตามต้นไม้ .... อย่างจรรโลงวิญญาณ... ตรงนี้ดีจริงๆๆค่ะ  มองเห็นภาพแ่ห่งความสุข นะคะท่าน อจ.

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี