วันเวลาเวียนมาบรรจบครบรอบ 5 ธันวาคม 2555
วันสำคัญยิ่งสำหรับปวงชนชาวไทย วันที่ทำให้เราได้ระลึกถึง "พ่อ" ของแผ่นดิน
          ข่าวเช้ารับอรุณสำหรับผมสำหรับวันนี้ คือ การเสียชีวิตของญาติผู้ใหญ่ลูกพี่ลูกน้องของย่า ที่จากไปอย่างสงบ
หลับไปแล้วไม่ตื่น ท่านไม่ได้มีโรคร้ายรุมเร้า ไม่ต้องระโยงระยางด้วยอุปกรณ์การแพทย์ เหมือนหลายๆกรณีโดยเฉพาะวัยผู้สูงอายุในรุ่นราวคราวเดียวกับท่าน มรณานุสติตั้งแต่เช้า
          วันนี้แม่เตรียมเสื้อเหลืองไว้ให้ผมใส่ ให้เข้ากับวาระมงคลครั้งนี้ เสื้อตัวปัก 80 พรรษา เผลอแปปเดียว 5 ปีแล้ว
สติระลึกได้อีกครั้ง ว่า 5 ปีที่แล้วได้คิดทำอะไรไปบ้าง 5 ปีผ่านไปอะไรเกิดขึ้นบ้าง เช้านี้ผมมีหน้าที่เป็นสารถีขับรถพาแม่ไปร่วมงานวันพอ่ที่ อบต.นาตาล่วง ก่อนออกจากบ้านผมหยิบหนังสือเรื่อง "เล่าให้ลึก 2" ของ นพ.วิชัย โชควิวัฒน ติดไปด้วยเพราะคิดว่าไปร่วมงาน
          พอขับรถไปถึงยังที่ทำการอบต. พบตัวแทนชุมชน หน่วยงานมาถึงที่ทำการ นักเรียน จำนวนมากได้มาถึงก่อนแล้ว สัญลักษณ์สำคัญสำหรับวันนี้คือ แทบทุกคนใส่เสื้อเหลือง ยกเว้นนักเรียนที่ใส่ชุดนักเรียนเข้าร่วมงานในครั้งนี้
ระหว่างรอพิธีเริ่มผมก็เริ่มอ่านหนังสือที่เตรียมมา  ได้รู้จัก "ภาพกระซิบรักอันลื่องชื่อที่วัดภูมินทร์ จังหวัดน่าน" "การกำเนิดกฎหมายตราสามดวง" "รักแรกของท่านติช นัท ฮันท์" เป็นต้น พอได้เวลา พิธีการเริ่มด้วยพิธีสงฆ์  ต่อมาก็มีการกล่าวคำในใจจากตัวแทนพ่อดีเด่น ซึ่งคำหนึ่งที่ท่านพูดคือ "พ่อทุกคนรักลูก อยากให้ลูกเป็นคนดี" คำพูดง่ายๆแต่ดูจะเป็นคำที่แทนความในใจมากมายของพ่อ การกล่าวคำถวายพระพรโดยท่านนายอำเภอเมืองตรัง การร่วมร้องเพลงสดุดีมหาราชา  มีรำอวยพร การถ่ายรูปร่วม สุดท้ายก็รับประทานอาหารเที่ยงร่วมกัน เสร็จจึงกลับบ้าน
           กลับถึงบ้านรีบเปิดดูทีวี ทันข่าวเที่ยงเห็นภาพ "พ่อ" ที่มีลูกๆมาแสดงความรักแด่ท่าน ผมน้ำตาซึมนิดหน่อย แต่เป็นน้ำตาที่ปิติ จิตใจก็ระลึกถึงสิ่งที่ท่านทำให้คนไทย เปิดหลายช่องก็นำเสนอข่าวมหามงคลอย่างพร้อมเพรียง
นอนอ่าน "เล่าให้ลึก 2 ต่อ " ได้พบข้อคิดคำสอนจากเรื่องเล่าที่น่าสนใจหลายเรื่องอาทิ เรื่องเล่าจากหลวงตา
หลวงตาในที่นี้คือ พระครูมงคลภาวนานุศาสก์ ได้อ่านโคลงสี่สุภาพที่ท่านเขียนสมัยเป็นเด็กวัด
           คืนวันพลันล่วงพ้น    เราไป
เออนี่เราทำอะไร                 อยู่นี้
ผิดชอบชั่วดีไฉน                 คิดก่อน ทำฤา
หรือปล่อยวันคืนลี้                ห่อนได่ ทำอะไร
          ทำให้นึกว่า 66 ปีที่พ่อหลวงทรงครองราชย์ ท่านได้ทำอะไรให้แผ่นดินไว้มากมายเหลือเกิน แล้วเราละวันนี้
เราได้ทำอะไรที่ดีที่ชอบให้ตัวเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม บ้าง ?
           สุดท้ายก็เผลอหลับไป ตื่นอีกทีก็สี่โมงเพื่อเตรียมตัวไปส่งพ่อที่สนามบิน ออกไปพร้อมกันทั้งผม พ่อ แม่ เริ่มจากไปส่งพ่อที่สนามบิน ต่อจากนั้นก็พาไปแม่ไปงานศพของคนในพื้นที่ตำบลนาตาล่วงอีก 2 งาน มรณานุสติกันอีกรอบ แต่ที่เรียกสติมาไม่ทันก็คือ การกิน เพราะอาหารการกินในงานศพคนตรังผมเชื่อว่าไม่แพ้จังหวัดไหนๆในประเทศไทย แต่เรื่องหนึ่งที่แม่ได่ให้สติไว้คือ เมื่อตายแล้วคนที่จะจัดการงานคือ "คนข้างหลัง" ก็คือคนในครอบครัว ญาติพี่น้อง แล้วจึงเป็นเพื่อนสนิท มิตรสหายต่างๆ ผมอดนึกคำที่ว่า เราต้อง"ถึง"ญาติพี่น้อง ไม่ได้
           ใกล้กำลังจะก้าวผ่านเป็นวันใหม่ หลังจากรู้สึกตัว ก็รีบมานั่งบันทึกใน Gotoknow เพราะผลัดวันประกันพรุ่งมาหลายวันแล้ว
           หายใจเข้า หายใจออก นับเป็นวาระมงคลทีผมจะได้ใคร่ครวญเรื่องราวในหลายอย่าง
แต่ที่สำคัญคือการต้องพยายามทำความรู้สึกตัวให้สม่ำเสมอ