วอลล์สตรีทเจอร์นัลเอเชีย - หนังสือพิมพ์ทรงอิทธิพลวงการนักลงทุนอเมริกัน “วอลล์สตรีทเจอร์นัล” ฉบับเอเชีย วานนี้ (30) ตีพิมพ์บทบรรณาธิการ พูดถึงความปั่นป่วนวุ่นวายทางการเมืองของประเทศไทยในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา และแนะนำให้ “ทักษิณ” ก้าวลงจากอำนาจ เพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรงสาหัสยิ่งไปกว่านี้
       
       
       บทบรรณาธิการชิ้นนี้ของวอลล์สตรีทเจอร์นัลเอเชีย บอกว่า ความปั่นป่วนวุ่นวายทางการเมืองของประเทศไทย ที่ก่อนหน้านี้เคยดำเนินไปอย่างสันติ ได้หักหัวเลี้ยวอย่างน่าไม่น่าสบายใจในระยะไม่กี่วันที่ผ่านมา ด้วยกรณีการจับกุมนายทหารยศร้อยโทพร้อมรถซึ่งบรรทุกระเบิด โดยตำรวจบอกว่าเป็นการมุ่งลอบสังหาร พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี หลังจากนั้นยังมีการพบระเบิดปลอมที่นอกบ้าน พ.ต.ท.ทักษิณอีก โดยที่ก่อนหน้านั้นก็เกิดเหตุรุนแรงองครักษ์ของรักษาการนายกฯและกลุ่มผู้สนับสนุน เข้าโจมตีพวกผู้ประท้วงต่อต้าน ซึ่งชายชราวัย 70 ปีผู้หนึ่งถูกตีจนสลบ
       
       “ความตึงเครียดกำลังทวีขึ้นก่อนหน้าการเลือกตั้ง 15 ตุลาคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจาก พ.ต.ท.ทักษิณประกาศเมื่อเร็วๆ นี้ว่า เขาจะลงรับเลือกตั้งชิงเก้าอี้ในรัฐสภาอีกครั้ง” บทบรรณาธิการนี้กล่าว และเสริมต่อไปว่า “แต่เขายังคงสามารถที่จะปลดชนวนความตึงเครียดได้ ถ้าเขาให้คำมั่นที่จะไม่เป็นนายกฯ ต่อไปหลังการเลือกตั้งสิ้นสุดลง”
       
       วอลล์สตรีทเจอร์นัลเอเชียชี้ว่า ผู้คนจำนวนมากในกรุงเทพฯ สงสัยว่า แผนบึ้มในสัปดาห์ที่แล้วคือความพยายามที่จะเพิ่มคะแนนนิยมของ พ.ต.ท.ทักษิณ นอกจากนั้น ความสงสัยนี้ยังได้รับการเติมเชื้อ เมื่อดูว่าแผนระเบิดนี้ทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณได้เปรียบทางการเมืองเพิ่มขึ้นอย่างไร กล่าวคือ ข่าวการทำร้ายร่างกายพวกต่อต้านเขาที่ศูนย์การค้า 2 แห่งถูกกลบกระแสลงไป และหนังสือพิมพ์ต่างรายงานคำแนะนำของรัฐบาลที่ให้ตำรวจจัดการกับพวกต่อต้านทักษิณให้หนักขึ้น
       
       บทบรรณาธิการนี้กล่าวว่า ในสภาพเช่นนี้ บางคนกลัวว่ากำลังมีการจัดเตรียมการเพื่อให้เกิดความรุนแรงมากขึ้นอีก โดยการพูดจาของพวกหวั่นระแวงที่สุดก็คือ ความเป็นไปได้ที่จะเกิดการแทรกแซงของทหาร หรือการประกาศภาวะฉุกเฉิน
       
       วอลล์สตรีทเจอร์นัลเอเชียชี้ว่า มันขึ้นอยู่มากกับยุทธวิธีที่ พ.ต.ท.ทักษิณจะเลือกมาใช้ ถึงแม้เขาถูกฟ้องร้องหลายคดี แต่ก็ยังไม่ถูกตัดสินว่ามีความผิดทางอาญาใดๆ นั่นหมายความว่าเขายังมีสิทธิตามกฎหมายที่จะเข้าแข่งขันชิงตำแหน่งอีกครั้ง ซึ่งเมื่อดูจากความนิยมที่ยังมีอยู่ในหมู่ชาวไทยชนบทจำนวนมาก การลงแข่งขันของเขาก็อาจทำให้มั่นใจว่าพรรคไทยรักไทยจะได้เสียงข้างมากอีกครั้งในการเลือกตั้ง 15 ตุลาคม
       
       “แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า พ.ต.ท.ทักษิณจำเป็นต้องอยู่ต่อไปหลังการเลือกตั้งสิ้นสุดลง” บทบรรณาธิการนี้บอก พร้อมกับเท้าความเรื่องที่เขาตัดสินใจเว้นวรรค หลังชนะการเลือกตั้งในเดือนเมษายน เนื่องจากตระหนักว่า “ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นแวดล้อมการกระทำต่างๆ ของเขา ทำให้เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะปกครองได้อย่างทรงประสิทธิภาพ”
       
       “หลักเหตุผลดังกล่าวยังคงมีน้ำหนักมากอยู่แม้กระทั่งในวันนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องเผชิญกับการตัดสินสำคัญของศาลในวันหลังจากการเลือกตั้ง ในคดีเบิกความเท็จ ซึ่งฟ้องร้องโดยนักธุรกิจอเมริกันผู้หนึ่ง เหตุการณ์ต่างๆ ต่างบ่งชี้แล้วว่า ตราบเท่าที่เขายังคงอยู่ในอำนาจ ประเทศไทยก็น่าจะเกิดความแตกแยกอย่างล้ำลึกต่อไป”
       
       “บางทีนั่นอาจอธิบายว่า ทำไมสื่อไทยจึงรายงานถึงร่องรอยความนัยต่างๆ จากรักษาการนายกฯผู้นี้ในสัปดาห์ที่แล้วที่ว่า ครั้งนี้เขาตั้งใจจะก้าวลงมาจริงๆ และกำลังส่งทอดอำนาจไปให้แก่ผู้นำพรรคซึ่งอายุน้อยกว่า คนไทยจำนวนมากอาจจะต้องรอให้มีสิ่งยืนยันกันเสียก่อนภายหลังเหตุการณ์ต่างๆในช่วงหลังๆ นี้ แต่ถ้านั่นเป็นความตั้งใจของ พ.ต.ท.ทักษิณจริงๆ แล้ว มันก็เป็นการเสนอทางเดินอีกทางหนึ่ง ซึ่งทำให้ความปั่นป่วนวุ่นวายในปัจจุบันของไทย สามารถที่จะก้าวผ่านไป โดยปราศจากความรุนแรงสาหัสยิ่งขึ้นไปอีก” วอลล์สตรีทเจอร์นัลเอเชีย ปิดท้าย


 








 

สงวนลิขสิทธิ์โดย © คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง All Right Reserved