เป็นธรรมะบทใหญ่ของชีวิตหนู
ตอนที่รู้สึกว่ากระเป๋าตังค์หายตกใจ เข่าแทบทรุด
ด้วยรู้สึกว่า "กำลังวางแผนใช้เงินอยู่"
กระเป๋าตังค์หนูหาย ด้วยความขาดสติของตนเอง
สร้างความวุ่นวายให้ครูและคนในวัดต้องมาช่วยหาและร้อนใจ
เป็นการกระทำกรรมด้วยความโง่ของหนู
ได้รับความเมตตาจากครูมาช่วยหา เมตตาให้สติและพิจารณาว่า
"โทษของการไม่เจริญสติ ก็คือ สตางค์หายแบบเป็นปัจจุบัน"
แบบชัดเจนกับตัวหนูเอง
ด้วยนิสัยเป็นคน "ขี้ลืม"
เหมือนทำชั่วจนเป็นนิสัย แต่ไม่ค่อยยอมรับ
พอมาเห็นแบบหงายหลัง
นั่นแหละยิ่งต้องแก้ไขมากกว่าคนอื่น ๆ
นอกจากช่วยหาครูเมตตาให้เงินมาด้วยค่ะ ใช้สอยในการเดินทาง ผนวกกับโทรมาให้สติและให้กำลังใจ
สองวันผ่านไปหนูดำเนินการอายัติบัตรทุกอย่าง และดำเนินการทำใหม่
จนไปถึงบัตรสุดท้ายคือ ATM ธนาคารกรุงไทย ซึ่งสมุดบัญชีหนูจะเก็บในกระเป๋าเล็กแล้วก็ใส่รถไว้
เจ้ากรรมพอล้วงมือเข้าไป เจอกระเป๋าเงินตนเอง
หนูใจหายเข่าทรุดเป็นครั้งที่สอง
อยากโทรหาครูบอกครู ยกดูนาฬิกา ท่าจะไม่เหมาะจึง ส่ง SMS กราบเรียนครู
ข้างในหนูเอาอีกละ คิดไม่ดี ทั้งๆที่โทรหาครูท่านจะได้เมตตา
หนูนั่งมองบัตรต่างๆที่มีสองชุด บัตรเครดิตและ ATM ใช้ไม่ได้แล้ว
เพราะต้องรอส่งมาอีกที
เฉพาะค่าดำเนินการก็ร่วมเกือบจะ 2000
แต่ที่ประทับใจคือ หนูได้บทเรียน ได้แผลของความขาดสติ
ครานี้ยอมรับค่ะว่า ทั้งเจ็บใจและทั้งอาย
ทั้งๆที่ทุกคนช่วยหา แต่ใจหนูปิดกั้น
เหมือนกับการภาวนาหนูเลย ที่ทุกๆคนเมตตามาช่วยด้วยความสงสารและเวทนา
แต่หนูกลับปิดกั้น
เห็นภาพนี้แล้วน่าอายจังเลยค่ะ
จิตหนูหน้าด้านเหนาะ เลยต้องเขียนประจาน จิตส่วนดีๆจะได้เห็นความชั่วแล้วเร่งละมันซะ
ทำให้หนูต้องมาทำอย่างที่ครูเมตตาสอน
หาสมุดพอเหมาะกับตนเองมาจดสิ่งที่ต้องทำอย่างจริงจังแล้วก็เรียงลำดับกับตนเอง
ขอบพระคุณบทเรียนชีวิต
กราบขอบพระคุณครูค่ะ