จินตนาการของคนทั่ว ๆ ไปมองว่า
สถานการณ์พุทธศาสนามักจะสงบ ดีงาม ไม่มีปัญหา
ไม่มีสถานการณ์ความขัดแย้ง และคงไม่มีการบริหาร
ความขัดแย้ง และคงไม่มีการโต้แย้งอะไรกัน
เพราะเป็นสิ่งที่ดีงาม แต่คงไม่ใช่อย่างนั้นแน่ ถ้าไม่มี
การประกาศชัยชนะใน ชัยมงคลคาถา ซึ่งแต่งขึ้น
สรรเสริญพระพุทธเจ้า ซึ่งก็เป็นชัยชนะกับการเผชิญหน้ากับปัญหา
และพระพุทธเจ้าท่านก็มีศรัตรูหรือปัญหาต่าง ๆ เช่นเดียวกับคนปกติ
บทสวดสรรเสริญ พาหุง
พาหุง สะหัส
สะมะภินิมมิตะสาวุธันตัง
ครีเมขะลัง อุทิตะโฆระสะเสนะมารัง
ทานาทิธัมมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคลานิฯ
มาราติเรกะมะภิยุชฌิตะสัพพะรัตติง
โฆรัมปะนาฬะวะกะมักขะมะถัทธะยักขัง
ขันตีสุทันตะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ
นาฬาคิริง คะชะวะรัง อะติมัตตะภูตัง
ทาวัคคิจักกะมะสะนีวะ สุทารุณันตัง
เมตตัมพุเสกะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ
อุกขิตตะขัคคคะมะติหัตถะสุทารุณันตัง
ธาวันติโยชะนะปะถังคุลิมาละวันตัง
อิทธีภิสังขะตะมะโน ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ
กัตวานะ กัฏฐะมุทะรัง อิวะ คัพภินียา
จิญจายะ ทุฎฐะวะจะนัง ชะนะกายะมัชเฌ
สันเตนะ โสมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ
สัจจัง วิหายะ มะติสัจจะกะวาทะเกตุง
วาทาภิโรปิตะมะนัง อะติอันธะภูตัง
ปัญญาปะทีปะชะลิโต ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ
นันโทปะนันทะภุชะคัง วิพุธัง มะหิทธิง
ปุตเตนะ เถระภุชะเคนะ ทะมาปะยันโต
อิทธูปะเทสะวิธีนา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ
ทุคคาหะทิฏฐิภุชะเคนะ สุทัฏฐะหัตถัง
พรัหมัง วิสุทธิชุติมิทะพะกาภิธานัง
ญาณาคะเทนะ วิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
เอตาปิ พุทธะชะยะมังคะละอัฏฐะคาถา
โย วาจะโน ทินะทิเน สะระเต มะตันที
หิตวานะเนกะวิวิธานิ จุปัททะวานิ
โมกขัง สุขัง อะธิคะมยยะ นะโร สะปัญโญ ฯ
ในบทที่ ๑. เป็นเรื่องผจญมาร
ซึ่งมีเรื่องว่าพระยามารยกพลใหญ่หลวงมา
พระพุทธเจ้าก็ทรงสามารถเอาชนะได้
จึงถือเป็นบทสำหรับเอาชนะศัตรูภายในคือ กิเลส ตัณหา อุปาทาน
คำแปล - พระยามารผู้นิรมิตแขนได้ตั้งพัน
ถืออาวุธครบมือ ขี่ช้างชื่อ ครีเมขละ
พร้อมด้วยเสนามารโห่ร้องมาองค์พระจอมมุนีก็เอาชนะมาร ได้
ด้วยทานบารมีด้วยเดชะอันนี้ ขอชัยมงคลจงมีแก่เรา
ทานบารมีนี้ได้แก่ สละกิเลสออก
ในบทที่ ๒. เรื่องเล่าว่า มียักษ์ตนหนึ่ง ชื่ออาฬะวกะ
เป็นผู้มีจิตกระด้างและมีกำลังยิ่งกว่าพระยามาร
พยายามมาใช้กำลังทำร้ายพระองค์อยู่จนตลอดรุ่ง
ก็ทรงทรมานยักษ์ตนนี้ให้พ่ายแพ้ไปได้
บทนี้ก็ถือเป็นศรัตรูภายในที่จะชนะดิวยขันติ
คำแปล - อาฬะวกะยักษ์ผู้มีจิตกระด้าง
ปราศจากความยับยั้ง มีฤทธิ์ใหญ่ยิ่งกว่าพระยามาร
เข้ามาประทุษร้ายอยู่ตลอดรุ่ง
องค์พระจอมมุนีก็เอาชนะได้ ด้วยขันติบารมี
ด้วยเดชะอันนี้ ขอชัยมงคลจงมีแก่เรา
ในบทที่ ๓. มีเรื่องว่าเมื่อพระเทวทัตทรยศต่อพระพุทธเจ้า
ได้จัดการให้คนปล่อยช้างสารที่กำลังตกมัน
ชื่อนาฬาคีรีเพื่อมาทำร้ายพระพุทธเจ้า
แต่เมื่อช้างมาถึงก็ไม่ทำร้าย
จึงถือเป็นบทที่เอาชนะสัตว์ร้าย
คำแปล - ช้างตัวประเสริฐ ชื่อนาฬาคีรี เป็นช้างเมามัน
โหดร้ายเหมือนไฟไหม้ป่า มีกำลังเหมือนจักราวุธ และสายฟ้า
องค์พระจอมมุนีก็เอาชนะได้
ด้วยพระเมตตาบารมีด้วยเดชะอันนี้
ขอชัยมงคลจงมีแก่เรา
ในบทที่ ๔. เป็นเรื่องขององคุลีมาล
ซึ่งเรารู้กันแพร่หลาย คือ องคุลีมาลนั้น
อาจารย์บอกไว้ว่าถ้าฆ่าคนและตัดนิ้วมือ
มาร้อยเป็นสร้อยคอ ให้ได้ครบพัน ก็จะมีฤทธิ์เดชยิ่งใหญ่
องคุลีมาลฆ่าคนและตัดนิ้วมือได้ ๙๙๙
เหลืออีกนิ้วเดียวจะครบพัน ก็มาพบพระพุทธเจ้า
พระพุทธเจ้าทรงสามารถเอาชนะ
ถึงกับองคุลีมาลเลิกเป็นโจรและยอมเข้ามาบวช
กลายเป็นสาวกองค์สำคัญองค์หนึ่ง
จึงถือเป็นบทที่ใช้เอาชนะโจรผู้ร้าย
คำแปล - โจร ชื่อ องคุลีมาล มีฝีมือเก่งกล้า
ถือดาบเงื้อวิ่งไล่พระองค์ไปตลอดทาง ๓ โยชน์
องค์พระจอมมุนีก็เอาชนะได้
ด้วยการกระทำปาฏิหาริย์
ด้วยเดชะอันนี้ขอชัยมงคลจงมีแก่เรา
ในบทที่ ๕. หญิงคนหนึ่งมีนามว่า จิญจมาณวิกา
ใส่ร้ายพระพุทธเจ้าโดยเอาไม้กลมๆ
ใส่เข้าที่ท้องแล้วก็ไปเที่ยวป่าวข่าวให้เล่าลือ
ว่าตั้งครรภ์กับพระพุทธเจ้า
พระพุทธเจ้าทรงเอาชนะ ให้ความจริงปรากฏแก่คนทั้งหลาย
ว่าเป็นเรื่องกล่าวร้ายใส่โทษพระองค์โดยแท้
จึงถือเป็นบทที่เอาชนะคดีความหรือการกล่าวร้ายใส่โทษ
คำแปล - นางจิญจมาณวิกาใช้ไม้มีสัณฐานกลมใส่ที่ท้อง
ทำอาการประหนึ่งว่ามีครรภ์ เพื่อกล่าวร้ายพระพุทธเจ้า
องค์พระจอมมุนีก็เอาชนะได้ ด้วยวิธีสงบ
ระงับพระทัยในท่ามกลางหมู่คน
ด้วยเดชะอันนี้ขอชัยมงคลจงมีแก่เรา
ในบทที่ ๖. เป็นเรื่องที่พระพุทธเจ้า
ทรงเอาชนะสัจจะกะนิครนถ์ ซึ่งเป็นคนเจ้าโวหาร
เข้ามาโต้ตอบกับพระพุทธเจ้า
จึงถือเป็นบทที่ใช้เอาชนะ ในการโต้ตอบ
คำแปล - สัจจะกะนิครนถ์ ผู้มีนิสัยละทิ้งความสัตย์
ใฝ่ใจจะยกย่องถ้อยคำของตนให้สูง
ประหนึ่งว่ายกธงเป็นผู้มืดมัวเมา
องค์พระจอมมุนี ก็เอาชนะได้
ด้วยรู้นิสัยแล้วตรัสเทศนา
ด้วยเดชะอันนี้ ขอชัยมงคลจงมีแก่เรา
ในบทที่ ๗. เป็นเรื่องที่พระพุทธเจ้า
ให้พระโมคคัลลาน์ อัครมหาสาวก
ไปต่อสู้เอาชนะพระยานาคชื่อ นันโทปนันทะ
ผู้มีเล่ห์เหลี่ยมในการต่อสู้มากหลาย
จึงถือเป็นบทที่ใช้เอาชนะเล่ห์เหลี่ยมกุศโลบาย
คำแปล - องค์พระจอมมุนี ได้โปรดให้พระโมคคัลลาน์เถระ
นิรมิตกายเป็นนาคราช ไปทรมานพระยานาค
ชื่อ นันโทปนันทะ ผู้มีฤทธิ์มากให้พ่ายแพ้
ด้วยวิธีอันเป็นอุปเท่ห์แห่ง ฤทธิ์
ด้วยเดชะอันนี้ ขอชัยมงคลจงมีแก่เรา
ในบทที่ ๘. เป็นเรื่องที่พระพุทธเจ้า
ทรงเอาชนะ ผกาพรหม ผู้มีทิฏฐิแรงกล้า
สำคัญว่าตนเป็นผู้ที่มีความสำคัญที่สุด
แต่พระพุทธเจ้าก็ทรงสามารถทำให้ผกาพรหม
ยอมละทิ้งทิฏฐิมานะ และยอมว่าพระพุทธเจ้าสูงกว่า
จึงถือเป็นบทที่ใช้เอาชนะทิฏฐิมานะของตน
คำแปล - พรหม ผู้มีนามว่า ท้าวผกา
มีฤทธิ์และสำคัญตน ว่าเป็นผู้รุ่งเรืองด้วยคุณอันบริสุทธิ์
มีทิฏฐิที่ถือผิดรัดรึงอยู่อย่างแน่นแฟ้น
องค์พระจอมมุนีก็เอาชนะได้ด้วยวิธีเทศนาญาณ
ด้วยเดชะอันนี้ ขอชัยมงคลจงมีแก่เรา
จากบทสวดและคำแปลแค่แปดอย่างนี้ ก็พออนุมานได้ว่า
สถานพุทธศาสนานำโดยพระพุทธเจ้าได้ชนะปัญหาอุปสรรค
โดยมีปัญหาและอุปสรรค ตลอดพระชนชี่พ