ทุกข์สุข มีอยู่ทั่วไป
แล้วแต่ใครจับจอง
คนเรามักไม่ได้ดังหวัง
เพราะหวัง มากไป
ก็แล้วทำไม
ต้องไปเจ็บไปปวดกับมันมากนักเล่า..
ภูสุภา
ไปพูดคุยกับอาจารย์วิรัตน์ คำศรีจันทร์ ที่ บันทึกนี้
ได้ความรู้มากมาย และได้ความเพลิดเพลินใจ จากภาพที่ถ่ายครั้งแรก ในชีวิต ดังนี้ค่ะ
สวัสดีครับอาจารย์หมอภูสุภาครับ
สวยครับ ขอบพระคุณอาจารย์ครับที่นำมาแบ่งกันชม
วิธีถ่ายภาพโดยเลือกด้านที่แสงส่องทะลุใบต้นไม้อย่างนี้ เป็นวิธีเลือกอิทธิพลของแสงได้ถูกกับลักษณะภาพ ซึ่งเหมือนเป็นการบันทึกเล่าเรื่องของต้นไม้กับแสงแดดและความรื่นรมย์ของธรรมชาติ การใช้ศิลปะเข้าช่วยอย่างที่ปรากฏในภาพจากฝีมือถ่ายภาพของอาจารย์อย่างนี้นี่ จะเห็นได้เลยนะครับว่า เราสามารถทำให้สิ่งที่ปรากฏในภาพมีอยู่ไม่กี่ชิ้น ให้สามารถบอกเล่าเรื่องราวได้อย่างมากมาย เป็นต้นว่า กิ่งใบของมะละกอเพียงเล็กน้อย ก็กลับบอกสภาพแวดล้อมของแมกไม้และการอยู่อาศัยโดยรอบได้เป็นอย่างดี
แสงแบบย้อนแสงและมุมภาพแบบเงยขึ้นอย่างนี้ ให้ภาพออกมาสวยงามและน่าสนใจมากเสมอเลยนะครับ เพราะเป็นมุมที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้มอง เลยไม่ค่อยได้มีโอกาสได้เห็นโลกและความเป็นจริงรอบข้าง ด้านที่อยู่ในมุมมองแบบนี้บ่อยนัก
การสามารถนำเอาเรื่องราวด้านที่คนมองไม่เห็นหรือมองข้ามไปมาถ่ายทอดให้กัน ก็เลยมีความน่าสนใจที่มีอยู่เป็นพื้นฐานอยู่แล้วเหล่านี้ ช่วยสร้างความน่าประทับใจได้เป็นอย่างดี สามารถใช้ถ่ายภาพเพื่อบันทึกข้อมูล สร้างเรื่องราว สร้างความรู้ นำเสนอความรู้ ผสมผสานไปกับให้รสนิยมศิลปะและพัฒนากล่อมเกลาชีวิตด้านในให้กับผู้ชมได้เป็นอย่างดีครับ เลยขออนุญาตร่วม React ให้สนุกกับการถ่ายภาพของอาจารย์ด้วยนะครับ
ภาพของอาจารย์มีมิติการย้อนแสงและให้แสงส่องทะลุใบไม้ กับมุมกล้องแบบที่คนเขียนภาพและคนถ่ายภาพเรียกว่าภาพสายตามด (Ant Eye View) หรือทัศนียภาพแบบมองย้อนขึ้นด้านบน (Look-up Perspective) เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว นอกจากนำเอาศิลปะของมุมภาพและการมองอย่างนี้ไปใช้ต่อไปแล้ว ลองเพิ่มลูกเล่นเข้าไปสักอีกมิติหนึ่งไหมครับ เป็นมิติการสร้าง Theme และความเป็นเอกภาพของเรื่องราวในภาพ โดยวิธีจัดองค์ประกอบภาพ เพิ่มเข้าไปในเรื่องมุมภาพกับการเล่นแสงเงา ผมลองนำเอาภาพของอาจารย์มาจัดเพื่อให้เห็นมิติดังกล่าวนี้นะครับ



เรื่องราวในรายละเอียดจะยังเป็นเรื่องเหมือนเดิม ศิลปะของมุมกล้อง แสง-เงา ก็ยังคงเหมือนเดิม แต่เราจะรู้สึกเชิงสัมผัส เพิ่มขึ้นมาอีกได้ว่า เรื่องราวและรายละเอียดต่างๆของภาพแต่เดิมนั้น สามารถมีโครงสร้างและลำดับเรื่องราวเปลี่ยนไปได้หลากหลายวิธี
หากเปรียบภาษาภาพถ่ายเป็นการบอกเล่าพรรณาความ ก็พอจะอธิบายเทียบเคียงได้ว่า แต่เดิมนั้น ก็เหมือนกับเป็นการเล่าพรรณาเรื่องราวต่างๆ แต่พอจัดองค์ประกอบอย่างใหม่เข้าไปอีก ก็เปรียบเหมือนการเล่าแบบมีประเด็นหลักและตัวเปิดเรื่อง ที่เชื่อมโยงไปสู่เรื่องอื่นๆได้หมดอีกเหมือนกัน โดยเห็นการให้น้ำหนักได้ว่าวิธีถ่ายทอดแบบไหน จะเปิดเรื่องจากเรื่องไหนและแง่มุมไหน รายละเอียดต่างๆไม่เสียไป แต่เค้าโครงการนำเสนอสถานการณ์และปรากฏการณ์เชิงสัมผัสต่างๆ จะแตกต่างออกไป ซึ่งจะส่งผลต่อกระบวนการสร้างสุนทรียภาพและการได้ความซาบซึ้งด้านใน โดยเชื่อกันว่า จะสร้างอารมณ์ภาพที่ทำให้ผู้ชมเกิด Reflection Learning Scheme ที่อยู่ภายใต้สิ่งที่ปรากฏให้เห็น เปลี่ยนไปได้อย่างหลากหลายตามรูปแบบของการจัดองค์ประกอบครับ
ภาพต้นฉบับ ค่ะ

ไปพูดคุยกับอาจารย์วิรัตน์ คำศรีจันทร์ ครั้งนี้ สนุกและได้ความรู้ ขอขอบพระคุณอาจารย์อีกครั้งค่ะ
เป็น-ตาย ... ดีกว่าตายทั้งเป็น นะคะ
มาร่วมซึมซับศิลป์สนทนาดีๆนี้ ขอบคุณค่ะ
สวัสดีครับพี่ แวะมาตอบนะครับ
บทประพันธ์ที่ชอบหรือครับ ทุกบทประพันธ์ต่าง ๆ นั้นผมก็ชอบนะครับ
แต่ถ้าเป็นจำพวกนิราศ จะชอบอ่านมากกว่านะครับ และฉันท์ที่ชอบแต่งก็คงจะพวกอินทรวิเชียรฉันท์และวสันตดิลก นะครับ
ส่วนทางสันสกฤตจะน่าอ่านมากกว่านะครับ เพราะว่าเขาจะมีอลังการมาเพิ่ม ทำให้เรานึกหรือแปลความได้สองแบบนะครับ (ฉันท์เขามีเยอะมากครับ)
และพี่ชอบแบบไหนหรอครับ
ชุ่มชื่อรื่นอารมณ์ ลมเพยพัดระบัดใบ
ดูสุขสนุกใจ เหมือนแลดูจอมภูผา (พระนลคำหลวง)
เห็นโศกเรียมเร่งเศร้า สงสาร
โศกร่วงโรนโรยราน แก่เถ้า
โศกเอยจะยืนนาน อยู่เมื่อ ใดนา
ดูโศกดูเรียมเศร้า โศกเศร้าเหมือนเรียม (โครงนิราศพระพุทธบาท ของ พระมหานาควัดท่าทราย)
thanks ka Pee Yai
But I am not good in writing these classical Thai-poem ka.
I'll try.
Thanks again for your reply.
ชอบภาพลายเส้นและคำอธิบายของอ.วิรัตน์ค่ะ
ชมภาพแล้วคิดต่อว่า...
เป็นตาย ไม่ใช่ประเด็น
หากสิ่งนั้น/คนนั้น อยู่ในใจเรา... ก็คงเนาว์แนบอยู่ชั่วนิรันดร์
ตัวตน ติดกับกับความทุกข์ทน..
การเขียนบทกวีไทยนั้นให้ไพเราะ
มีต้องมีศัพท์ที่ชอบเยอะ ๆ นะครับ เหมือนกับภาษาอังกฤษละครับ
และพี่อาจจะแยกไว้ เช่น ถ้าเป็น ผู้หญิง คำที่ใช้แทนมี กัลยา (3 พยางค์) โสภา (2 พยางค์) อะไรแบบนี้นะ
เป็นการรวบรวมคำไว้ เพราะเวลาเราใช้ในฉันท์จะบังคับพยางค์นะครับ
เอางี่ครับ พี่ลองหาคำมาว่างพยางค์ให้ครบก็พอนะครับ ฝึกดูการหาคำศัพท์นะครับ ไม่มีคะแนนให้นะ
ตัวอย่าง
นิกรวิหคมั่วมูล ร้องจะแจ้วจรูญจรุงใจ นิกรวิหคสบสมัย ร้องระวังไพรพนัสสถาน
วรรคหน้า มี 8 คำ/พยางค์ วรรคหลัง มี 7 คำ/พยางค์ ลองฝึกหาคำดูนะครับ