วันอังคาร ที่ 2 ตุลาคม 2555

กราบสวัสดีค่ะครู

                เช้านี้ตื่นขึ้นมา ตั้งแต่ตีสองด้วยอาการท้องเสีย แต่ก็ไม่ถึงกับตกใจอะไรนักเจ้าค่ะ ถ่ายไปเรื่อย ๆ แต่ใจมันรู้สึกหิวและล้าขึ้นมา จึงขับรถไปที่เซเว่น แวะซื้อของกินแล้วก็ไปเติมแก๊ส ระลึกกับตนเองว่า

“ถ้าภาวนาได้ จะไม่ต้องพึ่งสิ่งเหล่านี้ แต่นี่คือ ไม่ภาวนา”

อิ่มท้องหายล้า แล้วก็ง่วงหลับต่ออีก เจ้าค่ะตื่นมาครานี้เช้าเลย อาบน้ำทำวัตรเช้า

แว๊บนึกถึงเส้นทางในชีวิตของตนเอง ถึงเรื่องต่าง ๆ จึงเขียนถอดบทเรียนกับตนเอง

 

พอไปถึงที่ทำงาน ช่วงนี้ก็วิเคราะห์ตัวอย่าง แต่หนูก็ทำแบบเรื่อย ๆ ไม่เร่งรีบอะไร

ทราบว่าแม่พี่ที่ทำงานเสีย ตอนเย็นจึงกะจะไปร่วมงานเพราะอยู่ไม่ห่างจากบ้านพักนัก

บ่าย ๆ ครู ส่ง SMS มาเตือนเรื่อง ราคะ ที่หนูตามไม่ทัน

ตอนที่อ่านรู้สึกงง แว๊บแรก แล้วก็มีความร้อนปรากฏขึ้นในกาย แว๊บ หนึ่งแล้วก็ทบทวนกับตนเอง

 หนูไม่ปรารถนาจะทำชั่วแน่ แต่จิตชั่ว ๆมันจะลากลงนรกก็ให้มันไปคนเดียว หนูจะไม่ไปกับมันด้วย ยังไงก็จะแก้ไขให้ถึงที่สุด

จึงลงมือค้นข้อมูลเรื่องการจัดการกับราคะ ก็ไปเห็นคำสอนครูบาอาจารย์หลายท่าน ว่าทุก ๆท่านก็ต้องเจอโจทย์เรื่องนี้เฉกเช่นเดียวกัน

หนูสรุปกับตนเองว่า “นี่ไง ทุกท่านผ่านมาได้ ถ้าลุกขึ้นสู้ก็ต้องเข้าใจแล้วผ่านมันได้”

เลิกคร่ำครวญแล้วก็ไปต่อ กับตนเอง

ตกเย็นเลิกงานแวะไปงานศพ ก็พระกำลังสวดพอดี หนูหาเก้าอี้ๆเหมาะจึงนั่งลงตั้งใจภาวนาอุทิศบุญให้ผู้วายชนม์ สองสามวันนี้มีคนตายให้เห็นสองคนแล้วเจ้าค่ะครู หนูไม่รู้ว่าหนูจะเสียเวลากับเรื่องอื่น ๆ ที่ไร้สาระอยู่ทำไม สวดเสร็จ พี่ ๆที่ทำงานก็ร่วมทานอาหารเย็น เป็นงานศพที่มีแต่ญาติสนิทและพี่ที่ทำงาน ที่ทุกคนก็ยังใช้ชีวิตต่อไป กลับเข้ามาบ้าน หนูแวะไปคุยกับพี่เพียงและพี่อ้อ คุยไปเรื่อย ๆ แต่สภาวะข้างในหนูถามตนเอง หนูจะมาเสพอารมณ์แบบนี้ไปเพื่ออะไรนะ สักพักเดินเลี่ยงไป เดินกลับมาคุยต่อแล้วเราก็แยกกันไป หนูเข้าบ้าน เดินในบ้าน แล้วก็นอนแบบมีคำถามกับตนเองว่า “หนูจะจัดการกับราคะของตนเองยังไงให้ไม่พลาดพลั้ง”

ศีลข้อสี่ ขาดเจ้าค่ะ สำนึกในวินัยไม่มี ขาดความละอายในการขาดวินัยเจ้าค่ะครู เห็นมันชัดมากขึ้นกับความรู้สึกที่ไม่ละอายในการทำชั่ว เป็นตัวถ่วงความก้าวหน้าในชีวิต