ครูเพื่อศิษย์ส่งเสริมให้ศิษย์สนุกกับการเรียน : 16. เคล็ดลับสร้างชุมชนการเรียนรู้ (๒)
บันทึกชุดนี้ ได้จากการถอดความ ตีความ และสะท้อนความคิด จากการอ่านหนังสือ Student Engagement Techniques : A Handbook for College Faculty เขียนโดย ศาสตราจารย์ Elizabeth F. Barkley ในตอนที่ ๑๖ นี้ ได้จากบทที่ ๙ ชื่อ Tips and Strategies for Building Community
เนื่องจากบทที่ ๙ มีทั้งหมด ๑๒ เคล็ดลับ จึงแบ่งออกเป็น ๒ บันทึก ในบันทึกที่ ๑๕ ได้ลง คล. ๒๖ - ๓๑ ไปแล้ว ในบันทึกที่ ๑๖ นี้ เป็น คล. ๓๒ - ๓๗
คล. ๓๒ จงตั้งใจทำให้ทุกคนเข้าร่วมเป็นสมาชิกของชุมชน
จุดสำคัญคือ อย่าให้มีอคติใดๆ เช่นอคติระหว่างเพศ เชื้อชาติ เรียนเก่งไม่เก่ง ชอบหรือไม่ชอบวิชานั้น ครูพึงระมัดระวังพฤติกรรมของตนเอง
หนังสือมีข้อแนะนำ ๘ ข้อ ซึ่งเราพึงตระหนักว่าเขาแนะนำในบริบทวัฒนธรรมอเมริกัน หากจะเอามาใช้กับ นศ. ไทย ควรปรับให้เข้ากับวัฒนธรรมของเรา
- ในวันแรกของชั้นเรียน (และทุกวัน) เมื่อเดินเข้าไปในห้อง ให้กล่าวคำทักทาย นศ. ทั้งห้อง หรือทักทาย นศ. เป็นรายคน
- ในชั่วโมงแรก บอก นศ. ว่าครูชอบให้เรียกชื่อตนเองว่าอย่างไร ถาม นศ. แต่ละคนว่าชอบให้เรียกว่าอย่างไร และจดไว้ในกระดาษรายชื่อ นศ.
- จะเรียก นศ. ด้วยชื่อตัวหรือนามสกุล ก็ให้ทำอย่างเสมอต้นเสมอปลาย
- เรียกชื่อ นศ. ในทุกชั่วโมงเรียน เพื่อให้ นศ. ตระหนักว่า ครูให้คุณค่าต่อการที่ นศ. มาเรียน และช่วยให้ครูและเพื่อน นศ. จำชื่อเพื่อนได้
- เอ่ยชื่อ นศ. ด้วยความชื่นชมในคำถาม ข้อคิดเห็น หรือผลงาน เพื่อช่วยส่งเสริม self-esteem ของ นศ.
- จงคุยกับ นศ. ก่อนและหลังชั้นเรียน เพราะจะช่วยสร้างแรงจูงใจ ความมานะพยายาม และความสำเร็จ ในการเรียน
- ทำตัวให้ นศ. เข้าพบง่าย ให้เกียรติแก่ นศ. แสดงความสนใจต่อการเรียนของ นศ. จงให้ความสนิทสนม
- สร้างบรรยากาศไม่เป็นทางการ เช่นใช้อารมณ์ขัน
คล. ๓๓ แบ่งย่อยชั้นเรียนที่ใหญ่ ออกเป็นกลุ่มย่อย
การแบ่งกลุ่มย่อยนี้ทำได้หลายแบบ ทั้งหมดเพื่อให้เกิดปฏิสัมพันธ์ช่วยเหลือกันด้านการเรียนในหมู่ นศ.
อาจแบ่งตามผลการประเมินพื้นความรู้ และความสามารถในการเรียนวิชานั้น และเชื้อเชิญ นศ. ที่เรียนเก่ง ช่วยเป็นติวเต้อร์อาสาแก่เพื่อนๆ ที่เรียนอ่อนวิชานั้น (โดยไม่ลืมย้ำว่า การเรียนที่ดีที่สุดทำโดยสอนคนอื่น)
อาจแบ่ง นศ. ออกเป็นกลุ่มย่อย หรือชุมชนเรียนรู้ ๘ - ๑๒ คน คอยช่วยเหลือ และ ลปรร. กันตลอดภาคการศึกษา การแบ่งกลุ่มนี้อาจจัดอย่างเป็นทางการ หรือให้จับกลุ่มกันเอง
คล. ๓๔ หาวิธีให้ นศ. ทุกคนร่วมอภิปราย
ในชุมชนเรียนรู้ที่แท้ สมาชิกทุกคนต้องเข้าร่วมแลกเปลี่ยนสารสนเทศ แนวคิด และความเห็น วิธีการง่ายๆ คือใช้ “โอ่งของโซเครตีส” คือภาชนะอะไรก็ได้ใส่ฉลากที่มีชื่อ นศ. ทุกคน เอาไว้จับเพื่อให้แสดงข้อคิดเห็น
ครูต้องมีวิธีสร้างบรรยากาศที่ นศ. ไม่กังวลใจที่จะแสดงความคิดเห็นของตนออกมาอย่างอิสระ หนังสือแนะนำวิธีการไว้ ๑๒ข้อ ดังนี้
- ฝึกตั้งประเด็นเปิดที่นำสู่การแสดงข้อคิดเห็น ไม่ใช่นำไปสู่การบอกข้อเท็จจริง และต้องไม่ให้ นศ. รู้สึกว่าเป็นการทดสอบทางอ้อม
- ตั้งประเด็นที่ยากหรือท้าทายเพิ่มขึ้น เริ่มด้วยประเด็นที่ นศ. ทุกคนตอบได้ เพื่อดึง นศ. ทุกคนเข้าร่วม แล้วเพิ่มความยากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ในมิติที่ลึกและเชื่อมโยงยิ่งขึ้น
- ใช้กิจกรรมช่วย เช่น “Think-Pair-Share”
- สอนให้ นศ. เห็นคุณค่าของ การ ลปรร. (Learning Pyramid) ชี้ให้เห็นประโยชน์ของการมีทักษะในการเปิดรับความคิดที่แตกต่าง และการแสดงความเคารพต่อข้อคิดเห็นที่แตกต่าง
- ครูพูดซ้ำคำตอบหรือคำพูดสำคัญของ นศ. เพื่อช่วยให้เกิดความรู้สึกที่ดี และเกิดการเรียนรู้
- ถามคำถามเพื่อตรวจสอบความหมายและความเข้าใจของครู และของ นศ. ในชั้น รวมทั้งเพื่อให้ นศ. ได้ฝึกอธิบายในหลากหลายรูปแบบ
- ทำหน้าที่ดำเนินการอภิปราย หรือการโต้เถียงระหว่าง นศ. และหากความขัดแย้งรุนแรงขึ้น ครูต้องมีวิธีไม่ให้เกิดเป็นคู่ขัดแย้งถาวร และลดความรู้สึกเอาชนะกัน ด้วยคำพูดเช่น “เป็นความเห็นที่ดีทั้งสองแนว” “จะเห็นว่าเรื่องนี้มองได้หลายมุม” “จะเห็นว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ขาวกับดำ”
- เชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่เคยเรียนมาแล้ว หรือกับข่าวในสื่อมวลชน
- แสดงความชื่นชมความเห็นที่น่าสนใจ
- ช่วยให้เกิดการเรียนรู้ในมิติที่ลึกโดยขยายความสิ่งที่ นศ. แสดงข้อคิดเห็น หรือแนะนำให้แสดงความเห็นในมุมมองอื่นๆ
- ให้มีเวลาเงียบได้ เพราะ นศ. ต้องการเวลาคิด
- คอยสรุปประเด็นสำคัญของประเด็นที่ถกเถียง และสรุป/สังเคราะห์การเรียนรู้เมื่อจบการอภิปราย
คล. ๓๕ ให้มีการทำงานเป็นทีมที่เข้มแข็ง
เพื่อส่งเสริมความเป็นชุมชน ต้องให้ นศ. ได้เรียนโดยทำงานเป็นทีม หรือเป็นกลุ่ม และเพื่อให้เกิดทีมทำงานและเรียนรู้อย่างได้ผล ต้องมีวิธีแบ่งกลุ่ม โดยคำนึงถึงจำนวนสมาชิกกลุ่ม เป็นกลุ่มคละ หรือกลุ่มเหมือน หรือกลุ่มสมัครใจ
นศ. พึงได้รับการย้ำว่า การเรียนเป็นทีมนี้ นศ. ได้ประโยชน์สองชั้น คือได้เรียนรู้สาระวิชาหรือทักษะเกี่ยวกับวิชา และยังเป็นการฝึกทักษะการทำงานเป็นทีม นศ. จะได้เรียนรู้วิธีแบ่งงานกันทำ ผลัดกันเป็นหัวหน้าทีม เพื่อเรียนทักษะการเป็นหัวหน้าทีม และทักษะการเป็นลูกทีม ทักษะการจัดการความขัดแย้งในทีม เป็นต้น
วิธีการสร้างการทำงานเป็นทีมที่เข้มแข็งอย่างหนึ่งทำโดยการสอบเก็บคะแนน ที่มีทั้งส่วนที่สอบเป็นรายคน และสอบเป็นทีม คือหลังจากตอบข้อสอบรายคน ก็ให้จับกลุ่มและตอบข้อสอบเป็นกลุ่ม การให้น้ำหนักคะแนนอาจให้เท่ากันระหว่างคะแนนสอบรายคน กับคะแนนกลุ่ม หรือจะให้น้ำหนักส่วนไหนมากกว่าก็ได้ ตามที่ครูเห็นว่าเหมาะสม
ศ. เอลิซาเบธ แนะนำหนังสือ Cooperative Learning for Higher Education Faculty และCollaborative Learning Techniques : A Handbook for College Faculty สำหรับศึกษารายละเอียด
คล. ๓๖ จัดกิจกรรมละลายน้ำแข็งซ้ำ ในช่วงกลางภาคการศึกษา
เป้าหมายคือ เพื่อสร้างความเป็นชุมชน หรือความสนิทสนมให้แน่นแฟ้นขึ้น โดยใช้เครื่องมือหรือเกมที่ยากขึ้น เช่นการสัมภาษณ์ ด้วยประเด็นสัมภาษณ์ที่อาจเชื่อมโยงไปสู่บทเรียนที่จะตามมาในช่วงท้ายของภาคการศึกษา
คล. ๓๗ เฉลิมฉลองการเรียนรู้จากความเป็นชุมชน
สิ่งที่พึงระวังในบริบทไทยคือ การพุ่งความสนใจไปที่ความเป็นชุมชนในหมู่ นศ. โดยไม่สนใจสาระการเรียนรู้ นศ. และครู พึงตระหนักอยู่ตลอดเวลาว่า ความเป็นชุมชนเป็น means มากกว่าเป็น end จึงต้องหาวิธีเชื่อมโยงไปสู่สาระการเรียนรู้
หนังสือแนะนำวิธีการ ๓ วิธี ได้แก่
v Gallery of Achievement ทำโดยให้ นศ. แต่ละคน (หรือเป็นกลุ่ม) เขียนสิ่งสำคัญที่ตนได้เรียนรู้ลงบนกระดาษ Post it แล้วนำไป post บนผนังห้อง หรือใน online discussion forum ให้ นศ. คนอื่นๆ เดินวน (หรือเข้าไปอ่าน กรณี online) แล้วเขียนประเด็นเรียนรู้ที่ตนไม่คิดมาก่อน หรือเป็นสุดยอดการเรียนรู้ นำมารวบรวมเป็นประเด็นเรียนรู้ที่ได้รับความนิยมสูงสุด หรือแปลกใหม่ที่สุด สำหรับนำมายกย่องหรือให้รางวัล
v ภาพถ่ายของชั้นเรียน หรือของกลุ่ม เมื่อใกล้จบเทอม เชิญ นศ. มาชุมนุม ครูกล่าวคำขอบคุณและความชื่นชมในการเรียนรู้ร่วมกันเป็นชุมชนเรียนรู้ของ นศ. แล้วถ่ายรูปกลุ่ม สำหรับมอบให้ นศ. แต่ละคนในวันปิดเทอม และนำไป โพสต์ในเว็บเพจ ของวิชา สำหรับกระตุ้น นศ. กลุ่มต่อไป และสำหรับเป็นความทรงจำที่ดีของ นศ. กลุ่มนั้น
v เชิญศิษย์เก่า โดยเลือกเชื้อเชิญศิษย์เก่าในเทอมที่แล้ว ที่ผลการเรียนดี หรือเป็นนักเรียนรู้เป็นทีม มาเป็น TA หรือติวเต้อร์ ในเทอมต่อไป
การสร้างชุมชนเรียนรู้ในชั้นเรียนไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ผลที่ นศ. ได้รับ ทั้งด้านการเรียนรู้ที่ลึกและเชื่อมโยง และการฝึกทักษะการทำงานเป็นทีม จะติดตัว นศ. ไปตลอดชีวิต
วิจารณ์ พานิช
๒ ต.ค. ๕๕