พวงรัตน์ ปฐมสิริรักษ์ (Puangrat Patomsirirak)
นางสาว พวงรัตน์ ปฐมสิริรักษ์ (Puangrat Patomsirirak) Cherry ปฐมสิริรักษ์

เอกสารเก่าที่ถูกเล่า..ผ่าน..เคสคุณยายเรียน เวียนวัฒนชัย คนสัญชาติเวียดนาม เชื้อชาติฝรั่งเศส ผุ้ทรงสิทธิในสัญชาติไทย ?


บันทึกความคืบหน้าของเคสคุณยายเรียน เวียนวัฒนชัย ที่เล่าถึงเอกสารของบุคคลสมัยก่อน โดยการสัมภาษณ์คุณประพันธ์ และคุณยายเรียน เมื่อวันที่ 26 กันยายน พ.ศ.2555 ---บันทึกเพื่อต่อยอดสู่การปรับปรุง ความเห็นทางกฎหมาย ต่อกรณีสิทธิในสัญชาติไทยของคุณยายเรียน

เอกสารเก่าที่ถูกเล่า...ผ่าน... เคสคุณยายเรียน เวียนวัฒนชัย

คนสัญชาติเวียดนาม เชื้อชาติฝรั่งเศส ผู้ทรงสิทธิในสัญชาติไทย ?

เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงความเห็นทางกฎหมาย

เนื่องจาก คุณประพันธ์ บุตรชายคนโตของนางเรียน ได้เดินทางไปคัดสำเนาเอกสารเก่าๆ ของนางเรียนที่จังหวัดนครพนม และนำมามอบให้ คณะทำงานโครงการบางกอกคลินิกฯ

เราพบเอกสารเพิ่มเติม ซึ่งนำไปสู่ “การยืนยันข้อเท็จจริงบางส่วนของครอบครัวเวียนวัฒนชัย”  อันนำไปสู่การยืนยันถึงสถานะบุคคลตามกฎหมายคนเข้าเมือง ของสมาชิกครอบครัวเวียนวัฒนชัย

และเอกสารบางส่วนที่นำไปสู่ “ข้อสันนิษฐานประการอื่น”  และจะนำไปสู่การ ปรับปรุงความเห็นทางกฎหมายโดยคณะทำงานโครงการบางกอกคลินิกฯ ในคราวต่อไป

 

เราทราบข้อเท็จจริงบางส่วนเพิ่มเติม จากการให้ปากคำของคุณยายเรียน เวียนวัฒนชัย เกี่ยวกับเจตนาของการรับใบต่างด้าว แต่ก็ยังไม่เพียงพอ น่าจะต้องสอบปากคำเพิ่มเติมอีกซักครั้ง

 

เราพบ “ใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว เลขทะเบียนที่ 2xx/2480 ลงวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ.2480 ออกให้ ณ อำเภอหนองบึก จังหวัดนครพนม ของนายกี่ เวียนวัฒนชัย” 

เป็นการรับใบต่างด้าวตาม พระราชบัญญัติการทะเบียนคนต่างด้าว พ.ศ.2479 ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อ 3 ตุลาคม พ.ศ.2480

นอกจากนี้ ใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวของนายกี่ เวียนวัฒนชัย ยังระบุข้อความว่า นายกีเกิด พ.ศ.2442 และเข้ามาประเทศไทย เมื่อ พ.ศ.2458  เป็นการเข้าเมือง ก่อนกฎหมายคนเข้าเมืองที่เป็นลายลักษณ์อักษรของประเทศไทย จึงยืนยันว่านายกี เป็นคนเข้าเมืองถูกกฎหมายมีสิทธิอาศัยถาวร แม้จะไม่มีหนังสือเดินทางและไม่จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน

 

เราพบ “แบบสำรวจราษฎรเขตต์เทศบาล พ.ศ.2478  บ้านเลขที่ 2xx หมู่ที่ หนองแสง ตำบลเทศบาลเมืองนครพนม อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม นามเจ้าบ้าน นายกาศ เหงี้ยน สำรวจเมื่อวันที่ 29 เดือน 6 ปีพ.ศ.2483 (ของครอบครัว ประยงค์รัตน์) ซึ่งเป็นครอบครัวที่มีความสัมพันธ์ทางเครือญาติกับครอบครัวเวียนวัฒนชัย ดังนี้

-หัวหน้าครอบครัวเวียนวัฒนชัย คือ นายกี ภรรยาคือ นางแฮ

                -หัวหน้าครอบครัวประยงค์รัตน์คือ นายกาส ภรรยาคือ นางต่าง

                “นางแฮ และนางต่างคือ พี่น้องร่วมบิดามารดา

และคุณประพันธ์ บุตรชายคนโตของคุณยายเรียน เชื่อว่า ครอบครัวของตนเองก็น่าจะมีเอกสารลักษณะนี้เช่นกัน และน่าจะปรากฏชื่อของคุณยายเรียน และบิดามารดา พร้อมระบุวันเกิดและสถานที่เกิดของคุณยายเรียน ซึ่งอาจจะเป็นเอกสารอีกชิ้นที่ยืนยันข้อเท็จจริง เรื่องวันเกิด สถานที่เกิด และชื่อ ของคุณยายเรียน ...โดยคุณประพันธ์จะไปขอคัดสำเนาจากทางอำเภอเมือง นครพนมอีกครั้ง

 

เราพบ ใบเปลี่ยนชื่อสกุล ฉะบับที่ 15 จังหวัดนครพนม จดทะเบียนเมื่อ 30 ธันวาคม พ.ศ.2486 (ใบเปลี่ยนชื่อสกุลของครอบครัว เวียนวัฒนชัย)

คุณประพันธ์ให้ข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนนี้ว่า : เจ้าหน้าที่ซึ่งคุณประพันธ์ไปขอคัดสำเนาฉบับนี้ บอกว่า สมัยก่อน (ประมาณ พ.ศ.2486 )ประเทศไทย “ห้ามคนต่างด้าว มีชื่อและนามสกุลที่ออกเสียงภาษาไทย และห้ามคนต่างด้าวเปลี่ยนชื่อ จะเปลี่ยนได้ต่อเมื่อ “ต้องการแปลงสัญชาติเป็นคนไทย” จึงจะอนุญาตให้แปลง สัญชาติไทย (สมัยนั้นมีประกาศที่ออกโดย จอมพล.....) "

โดยสมัยก่อนนายกี่เองก็ประสงค์จะแปลงสัญชาติเป็นคนไทย แต่ฐานะเศรษฐกิจไม่ดีพอ จึงไม่สามารถแปลงสัญชาติเป็นไทยได้สำเร็จ

กรณีนี้เป็นการแปลงสัญชาติเป็นไทย ภายใต้ พระราชบัญญัติแปลงชาติ ร.ศ.130 (พ.ศ.2454) ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อ 18 พฤษภาคม พ.ศ.2454 จนถึงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2495

 

เราพบ ใบเปลี่ยนชื่อสกุลฉะบับที่ 17-18 จังหวัดนครพนม จดทะเบียนเมื่อ 15 พฤศภาคม พ.ศ.2487 (ใบเปลี่ยนชื่อสกุลของครอบครัว ประยงค์รัตน์) ซึ่งเป็นครอบครัวที่มีความสัมพันธ์ทางเครือญาติกับครอบครัวเวียนวัฒนชัย  โดยทั้งสองครอบครัวตัดสินใจเปลี่ยนชื่อสกุลเพราะต้องการแปลงสัญชาติมาเป็นคนสัญชาติไทย ซึ่งนายกาศ ประยงค์รัตน์ สามารถแปลงสัญชาติไทยสำเร็จ แต่นายกี เวียนวัฒนชัยไม่สามารถแปลงสัญชาติเป็นไทยได้เพราะฐานะทางเศรษฐกิจ

 

 

เราพบ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 63 ตอนที่ 6 วันที่ 22 มกราคม พุทธศักราช 2489 ปรากฏข้อความประกาศแปลงสัญชาติของ “นายกาส ประยงค์รัตน์ หรือกาส เหงวี้ยน ซึ่งในขณะนั้นเป็นคนสังกัดชาติฝรั่งเศส

ยืนยันว่านายกาส ได้แปลงสัญชาติเป็นไทย และสังเกตว่าผลของการแปลงสัญชาติเป็นไทยของนายกาศ (คนสัญชาติฝรั่งเศส เชื้อชาติญวน) ในครั้งนี้ส่งผลดีต่อภรรยา คือ “นางต่าง” มารดาของคุณฟุ้ง ประยงค์รัตน์ กล่าวคือ นางต่างย่อมเป็นคนสัญชาติไทยด้วยสามี ตาม มาตรา 12[1] แห่ง พระราชบัญญัติแปลงชาติ ร.ศ.130

(พึงสังเกตว่า จากข้อเท็จจริงที่ปรากฏ นางต่างอาจจะเป็นคนที่เกิดในประเทศไทย ราว พ.ศ. 2452 และแม้จะยังมีความคลุมเครือในเรื่องสัญชาติไทยโดยการเกิดตามหลักดินแดนในยุคสมัยนั้น แต่นางต่างก็ได้รับผลดีจากการแปลงสัญชาติเป็นไทยของสามีที่ชอบด้วยกฎหมายอย่างแน่นอน ทำให้เธอเป็นคนสัญชาติไทย บุตรของเธอทุกคน ก็มีสถานะเป็นคนสัญชาติไทย)

 

 

การให้ปากคำของคุณยายเรียน กรณีเจตนารับใบต่างด้าว :เนื่องจากคณะทำงานโครงการบางกอกคลินิกฯ พบข้อความบางประการในเอกสาร คำให้การ) (ค.8) ที่ สภ.เมืองนครพนม จังหวัดนครพนม เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ.2493 (บันทึกคำให้การ กรณีการยื่นขอใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวให้แก่บุตรผู้เยาว์) ของนายกี ปรากฏข้อความว่า “นายกีได้ยื่นขอรับใบต่างด้าว ให้แก่นางเรียน เมื่อ พ.ศ.2493 เพราะตอนบุตรอายุ 12 ปีนายกีไม่ได้มายื่นขอรับใบต่างด้าว และเพิ่งมายื่นขอรับในปี พ.ศ.2493 เพราะได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ และจากประกาศของทางราชการ

 แต่ใบต่างด้าวของนางเรียน ระบุว่า “ออกในปี พ.ศ.2488”  ซึ่งในปีพ.ศ.2488 นางเรียนจะมีอายุครบ 12 ปี ตามที่กฎหมายการทะเบียนคนต่างด้าวของประเทศไทยขณะนั้นระบุว่าคนต่างด้าวต้องมีใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว

ดังนั้น มีความเป็นไปได้หรือไม่ว่าแท้จริงแล้ว นายกีร้องขอใบต่างด้าวให้แก่นางเรียนเพียงแค่ครั้งเดียว ในปี พ.ศ.2493  แต่ใบต่างด้าวของนางเรียนนั้นลงวันที่ย้อนหลัง”

ทั้งนี้ คุณยายเรียนเล่าในประเด็นนี้ว่าไม่ทราบเรื่องว่าออกย้อนหลังหรือไม่ แต่จำได้ว่าขณะนั้น ตำรวจและข้าราชการสมัยนั้นตรวจตราเข้มงวดมาก คนโดนลงโทษกันบ่อยเพราะไม่มีเอกสาร”  “ครอบครัวของตนเอง ก็อยากอยู่อย่างถูกกฎหมาย พอนายกี(พ่อ) ได้รับคำแนะนำอะไรมา ก็ไปดำเนินการตามนั้น”



[1] พระราชบัญญัติแปลงชาติ ร.ศ.130 มาตรา 12 “ภรรยาของคนที่ได้แปลงสัญชาติแล้วนั้นย่อมมีอำนาจอันชอบธรรมเปนคนในบังคับไทยด้วยสามี

หมายเลขบันทึก: 503738เขียนเมื่อ 27 กันยายน 2012 15:26 น. ()แก้ไขเมื่อ 27 กันยายน 2012 15:26 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี