เป็นการเรียนรู้ ฝึกฝน ถ่ายทอดสู่กันอย่างเป็นธรรมชาติที่ฉันมีความสุขและไม่มีวันลืมเลือนไปจากความทรงจำอันยาวนานนี้ และคงนับเป็น "เมล็ดพันธุ์แห่งศรัทธาในการเรียนรู้" ที่ฝังลึกในใจ รอวันผลิแตกออกจากเปลือก เพื่อเติบโต ต่อยอดขยายผลต่อไป

 


♣โลกสวยด้วยมือเรา ♣ ตอน...


จากความทรงจำอันงดงาม


สู่ความสุขแห่งปัจจุบัน


 

 

โรงเรียนหลังแรกของฉันคือ “หมู่บ้านเล็กๆ” คือ “ท้องนา”ที่มองเห็นไฟเรด้าบนยอดเขาพนมรุ้ง

คือ “วงโสเหล่”(สนทนา)ระหว่างทานข้าว คือ “บ้านหลังเก่าๆ” กับ “คนทั้งหมู่บ้าน”ไม่กี่สิบชีวิต

 

ท่ามกลางท้องนา ระหว่างดำนา หรือเกี่ยวข้าว ภาพที่จำติดตาคือ

พี่ๆจะก้มหน้าก้มตาดำนาหรือเกี่ยวข้าวสักอึดใจใหญ่

 แล้วก็เงยหน้าขึ้นมา “ถกกันลั่นทุ่ง” ตั้งแต่เรื่องการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม

ตามประสาความรู้ประถมสี่กันทั้งบ้าน แต่คุยกันอย่างออกรส ซึ่งฉันชอบใจยิ่งนัก


                      

 ยามนั่งล้อมวงทานข้าว ฉันสังเกตเห็นแม่เด็ดใบตำลึงให้ลูกหญิงทั้งสอง

แล้วแม่ก็ม้วนเถาตำลึงจิ้มน้ำพริกเข้าปากเคี้ยวกับข้าวอย่างเอร็ดอร่อย

ฉันข้องใจ จึงถามแม่ แม่บอกว่า

“เถาตำลึงเนี่ย มันเหนียวก็จริงนะ แต่พอเคี้ยวนานๆ จะมีรสมัน อร่อยกว่าใบอีกนะ”

นับจากวันนั้น เด็กหญิงเริ่ม “เรียนรู้”...ที่จะม้วนผักตำลึงทั้งใบทั้งเถาจิ้มน้ำพริกเข้าปากตาม

เด็กหญิงเห็นพี่ชาย รวบดอกและยอดสะเดาจิ้มน้ำพริกเข้าปากเคี้ยวอย่างหน้าตาเฉย

เธอก็ถามพี่ๆว่า “ไม่ขมหรือ” พี่บอกว่า..

“มันขมตอนแรกนะ แต่เคี้ยวนานๆมันมีรสมันรสหวานด้วย และมันเป็นยา”

ฉันจึงเรียนรู้...ที่จะรูดผักสะเดาเคี้ยวกร้วมๆตามพี่ชายบ้าง จึงรู้สึกว่ามันก็ขมๆมันๆอร่อยดีนะ

ฉันเห็นพ่อหั่นฝักเพกาสดๆจิ้มกะปิดิบๆเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย

ฉันถามพ่อว่า “ไม่ขมเลยหรือพ่อ” พ่อบอกว่า

 “ลองจิ้มดูสิ มันหวานๆเผ็ดๆ ขมนิดหน่อยเอง”

ฉันจึงเรียนรู้...รสชาติความ "หวาน เผ็ด ขม" ของเพกา

 

   

 

ยามดูหนังกลางแปลงฉันตามหนังฝรั่งไม่ทัน

พี่ชายก็จะโยงที่มาที่ไปให้ฉันพอจะปะติดปะต่อเนื้อเรื่องได้

แต่ถ้าไม่มีพี่ชาย ฉันก็ยังคงตามเนื้อเรื่องไม่ทันอยู่ดี

ฉันได้ “เรียนรู้”...ว่า มนุษย์มี "ข้อจำกัดในการรับรู้" ไม่เท่ากันนะ

และยามพี่ๆอยากจีบสาวๆในหมู่บ้าน

พี่ๆก็จะวานฉันไปชวนสาวๆไปเที่ยวกัน ๕๕๕

 

 
 น้าสาว เพื่อนบ้านใกล้ๆ กำลังอยู่ในช่วงวัยรุ่น

มักจะรับฉันไปนอนในบ้านหลังใหญ่ด้วยเสมอ

ตอนเย็นเธอจะร้องเพลงอันแสนไพเราะบนคันนา...

“ยามกลางคืนเดือนหงาย...เย็นพระพายโบกพลิ้ว...”

“งามแสงเดือนมาเยือนส่องหล้า...งามใบหน้า...”

ฉันกับน้องๆผู้หญิง จะฟ้อนรำกันอย่างสนุกสนานในท้องนา ข้างหมู่บ้านเรา

เด็กโตๆ วัยรุ่นๆ จะเล่นแข่งที่ต้องออกแรงสารพัด ใกล้ๆกันนั้นเอง

และเมื่อโตขึ้น ผู้ใหญ่ไม่ร้องเพลงให้เราแล้ว แต่จะมี “วงปี่พาทย์”เล่นแทน

เด็กเล็กเด็กโต วัยรุ่น ผู้ใหญ่ เล่นรำกระทบไม้ได้ทุกวัย

และงานบุญ งานลงแขก เราเรียนรู้ที่จะร่วมรับผิดชอบงานกับผู้ใหญ่

ถนัดกันที่สุดคือล้างถ้วยชาม ล้างกันเป็นวันๆ สนุกสนานได้ไม่เบื่อ

ถือเป็นการเรียนรู้ ฝึกฝน ถ่ายทอดสู่กันอย่างเป็นธรรมชาติ

ที่ฉันมีความสุขและไม่มีวันลืมเลือนไปจากความทรงจำอันยาวนานนี้

และคงนับเป็น "เมล็ดพันธุ์แห่งศรัทธาในการเรียนรู้" ที่ฝังลึกในใจ

ที่รอวันผลิแตก ออกจากเปลือก เพื่อเติบโต ต่อยอดขยายผลต่อไป

 


... วันนี้... โอกาสเล็กๆ ที่ฉันเวียนกลับมาอยู่ดูแลแม่

นับเป็นจังหวะชีวิตที่ดี ที่ฉันจะได้คืน “ความทรงจำอันงดงาม” นั้น

สู่ชุมชนบ้านเกิดของตนเองตามความฝันที่ถูกฝังลึกในใจนั้น...

 


 

 

 เรากำลังแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิถีความเป็นอยู่ สู่สมดุลระหว่าง วัยต่อวัย


 

และริ้วรอยความสุข ความอบอุ่นลึกๆที่หล่อหลอมหัวใจดวงน้อย ยามนั้น

ถึงกาละ เริ่มทอประกายแห่งสุข...เล็กๆ แผ่รังสีสู่ผู้คนรอบข้าง...

อย่างค่อยเป็นค่อยไป เป็นความจริง ที่ฝันใฝ่อยู่ในใจมานานแสนนาน!


 

ความจริง วันนี้...

วันเสาร์-อาทิตย์ ที่ ๑-๒ กันยายน ๒๕๕๕ ที่ผ่านมา

เด็กๆมาพบกันที่บ้านเช่นเคย

ช่วงเช้า ตกลงกันเองว่าจะขอดูหนังการ์ตูนเรื่องก้านกล้วย

ช่วงสาย มีการเล่นละครกัน โดยไม่ได้สังเกตว่า ใครเป็นคนสร้างบท :))

 


ช่วงกลางวัน มีผู้ใหญ่ฝากมะละกอมาให้หลายลูก

เด็กๆจึงตื่นเต้น เพราะเป็นโอกาสที่ จะได้แสดงฝีมือตำส้มตำกันเอง



ซึ่ง วันนี้ ต่างคนต่างอยากเติมเครื่องปรุง

รสชาดจึงออก เผ็ดระเบิดเถิดเทิงเลยทีเดียว


 

ฉันพบว่า เมื่อมีใครคนหนึ่งหยิบจับอะไรขึ้นมาทำ

เพื่อนจะสังเกตและ "มีวิญญาณร่วม" โดยอัตโนมัติ

คนหนึ่งกวาดบนแคร่ อีกคน มองหาไม้กวาด กวาดลานบ้าน

คนหนึ่งล้างจานในครัว คนป่วย ก็พักผ่อนเงียบๆ



ช่วงบ่าย - เย็น ฉันสังเกตดูการเรียนรู้ของเด็กอยู่ห่างๆ

พบว่า เพียงกิจกรรมการอ่านหนังสือ เด็กๆมีการเรียนรู้บูรณาการอย่างมีสีสัน


  


คือ พี่คนโต เป็นแม่ค้าขายหนังสือ คนกลาง ตั้งหน้าตั้งตาผลิตแบ๊งค์จากใบไม้ :)

แต่ละคนมีสิทธิ์ไปเบิกเงินเพื่อซื้อหนังสือไปอ่านได้ :)

ฉันทำหน้าที่เพียง “รับรู้รับฟัง” ว่าขาดเหลืออะไร


 

เราคือเพื่อน ที่ร่วมเรียนรู้ไปพร้อมกัน คือทีมงานที่ต่างมีส่วนร่วมตามความถนัด :)

ซึ่งแม้เริ่มจากหลากหลายวัย แต่ใจที่พร้อม... ย่อมนำพาสู่การเรียนรู้บูรณาการ

... อย่าง มีชีวิตชีวา ไม่น้อยเลยทีเดียว :))



สถานการณ์และพลังแห่งการ “แบ่งปัน”

พร้อมแบบอย่างการ “แลกเปลี่ยนเรียนรู้” โดยครบวงจร

บนพื้นที่  GotoKnow แห่งนี้

มีส่วนบ่มเพาะ ความพร้อมของจิตใจอย่างสำคัญ


 


จึงขอน้อมจิตคารวะ

ขอขอบคุณทุกๆองค์ประกอบที่กอปรก่อ เกิดเป็น...

 “ศูนย์แลกเปลี่ยนเรียนรู้ อันมหัศจรรย์”แห่งนี้ เป็นอย่างยิ่ง

 

และจากจุดเริ่มต้น เพียงเล็กน้อยนี้

ฉันรับรู้แล้วว่าบนพื้นที่นี้ยังมี “ขุมทรัพย์”มหัศจรรย์ ให้ฉันค้นหา

เพื่อการเติบโต ต่อยอด ขยายผลได้อีกมากมายนัก


สุข...สงบ... สันติ... Happy Ba... สาธุทุกท่านค่ะ