ใครที่เป็นคนกดลิฟท์

กว่า 73 ปีที่ผ่านมา เรื่องราวเป็นที่น่าสงสัยและเป็นปริศนาที่ชวนให้สะพึงกลัว เรื่องราวเล่านั้นอาจจะถูกนำมาเล่าอีกครั้ง

   ข้อดีของการมาถึงโรงเรียนของนักเรียนที่อยู่ตึก 55 ปี ก็คือ จะสามารถขึ้นลิฟท์ได้โดยที่ไม่มีใครรู้ ถึงแม้ภารโรงจะเห็นแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร เรื่องราวจะจะเลาต่อไปนี้ เป็นเรื่องราวของนักเรียนชายตึก 55 ปีคนหนึ่งที่ปกติแล้วจะมาโรงเรียนสาย แต่มีอยู่วันหนึ่งต้องมาแต่เช้า เพื่อมาทำการบ้านที่ลืมเอากลับ เขาจึงมาถึงโรงเรียนเร็วกว่าปกติ ซึ้งเป็นเวลาที่เช้ามาก เป็นเวลาที่ตึกยังไม่เปิดไฟ เขาจึงตัดสินใจใช้ลิฟท์กดขึ้นไปชั้นหก ซึ่งเป็นชั้นของห้องนักเรียนชายคนนี้ ลิฟท์เคลื่อนตัวไปอย่าช้าๆ 

จนกระทั่งลิฟท์เปิด เขาจึงเงยหน้าขึ้นและเตรียมก้าวออกจากลิฟท์ แต่ขณะนั้นสายตาก็เหลือบไปเห็นปุ่มกดที่ลิฟท์ เลขหกยังเป็นสีส้มอยู่เลย แสดงว่ายังไม่ถึงชั้นหกสิ เขาจึงก้าวออกมาดู ปรากฏว่าชั้นนี้เป็นชั้นสี่

"ใครกันะมากดลิฟท์ ไม่เห็นมีใครเลยนี่" เขาสงสัยมองออกไปก็มีแต่ระเบียงทอดยาว ไม่มีแสงเล็ดลอดออกจากห้องเรียนสักห้องบนชั้นนี้ ห้องพักครูเองก็ยังปิดสนิทอยู่เช่นกัน เขาไม่ได้ใส่ใจมากนักและกดปิดประตูลิฟท์ลง ลิฟท์เคลื่อนตัวขึ้นอีกครั้งและสักพักก็เปิดออก ไฟสีส้มที่เลขหกยังสว่างเหมือนเดิม

เขาก้าวออกไปจากลิฟท์อีกครั้งและพบว่าชั้นนี้คือชั้นห้า ไฟทุกห้องยังปิดสนิทอยู่เช่นกัน เขาเริ่มประหลาดใจว่าใครกดลิฟท์ เขากลับเข้าไปในลิฟท์อีกครั้งจนมาถึงชั้นหก เขารีบเดินตรงไปยังห้องทันที แต่ทันใดนั้นลิฟท์ที่พึ่งปิดไปก็เปิดออกอีกครั้ง แสงไฟจากลิฟท์สาดลงมายังทางเดินที่มืดสลัว ไม่มีใตรกดลิฟท์ ไม่มีใครก้าวออกมาจากลิฟท์ มีแต่เสียงฝีเท้าที่ดังออกมาค่อยๆก้าวช้าๆมาทางเขา โดยที่เขาไม่เห็นใครแถวนั้นเลย ทั้งตึกนี่มีเขาเพียงคนเดียว เขาจึงรีบวิ่งลงทางบันได โดยไม่คิดที่จะมองหาแล้วว่าใครคือเจ้าของเสียงฝีเท้านั้น