การจัดกลุ่มข้อมูลที่เรามีอยู่ใหม่ คัดเลือกกลุ่มที่น่าสนใจ ก็น่าจะเป็นอีกทางเลือกในการเขียนงานวิจัย แบบ R2R แบบที่ไม่ต้องไปทำ experiment ใหม่
     ผมเคยเล่าให้ฟังว่า ในหน่วยงานของผม อุดมไปด้วยข้อมูลที่มากมายเหลือเกิน พวกเราก็เดินเข้าออกในหน่วยงาน ผ่านข้อมูลเหล่านี้ ถ้าถามว่ารู้มั้ยว่า วันๆทำอะไรไปเท่าไหร่บ้าง ทุกคนตอบได้ อย่างเช่น
  • เดือนนี้ตรวจโรคเอดส์ไปกี่ราย ได้ผลบวกกี่ราย
  • ปีก่อนทั้งปีตรวจไวรัสตับอักเสบไปกี่ราย มีผลบวกกี่ราย
  • แต่ละเดือนที่ผ่านมามีไข้เลือดออกเพิ่มขี้นมากน้อยขนาดไหน
  • ปริมาณแอลกอฮอล์ในผู้ป่วยที่ส่งมาในแต่ละปีแตกต่างกันมั้ย
  • ผู้บริจาคเลือดมีผลการตรวจ ไวรัสตับอักเสบบี และ ซี แตกต่างกันหรือไม่ในแต่ละปี
  • แนวโน้มของปริมาณน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเป็นอย่างไร ในแต่ละปี
  • อื่นๆ อีกมากมาย
     ข้อมูลเหล่านี้ลอยไปลอยมาในอากาศ ถามว่าจะเอามาใช้เขียนงานวิจัยได้ไหม ตอบเลยครับว่าได้ แต่คุณต้องจัดหมวดหมู่ของข้อมูลให้น่าสนใจ และมีความถูกต้องของระเบียบวิธีวิจัยก่อน ไม่ใช่การกวาดใส่ถุงแล้วก็นำมาแร่ขาย แต่คุณต้องคัดแยกของในถุงออกเป็นกองๆ แต่ละกองมีประเภทของมัน แล้วค่อยนำเสนอออกมา
    ผมยกตัวอย่างงานที่ผมทำไปแล้วดีกว่านะครับ จะได้มองเห็นภาพต่างๆ ชัดเจนยิ่งขึ้น
     การตรวจไวรัสตับอักเสบ บี เป็นเรื่องปกติในห้องปฏิบัติการอยู่แล้ว ถ้าถามว่ากลุ่มตัวอย่างตรวจเป็นใครบ้าง บอกได้เลยครับว่าสารพัด แล้วแต่หมออยากจะส่ง ตั้งแต่คนที่เป็นตับอักเสบ มีอาการทางตับ มาตรวจสุขภาพ มาฝากครรภ์ จะฉีดวัคซีน หรือแม้แต่กระทั่งเพื่อนบอกให้มาตรวจ ผลการตรวจเหล่านี้มันก็จะกองๆ รวมกันอยู่ในถุง ซึ่งเอาไปใช้ประโยชน์ได้ค่อนข้างน้อย เพราะในงานวิจัยจะต้องสามารถกำหนดเฉพาะเจาะจงลงไปได้ว่า ผลอะไร ของกลุ่มไหน เป็นอย่างไร เป็นต้น ทีนี้เมื่อเราแยกเป็นกลุ่มแล้ว เราก็มาคัดเลือกดูได้ว่ากลุ่มไหนน่าสนใจจะนำเสนอ
     ในที่นี้ผมเลือกเฉพาะกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ที่มาฝากครรภ์ ณ คลินิกฝากครรภ์โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ซึ่งผมคิดว่าน่าจะเป็นตัวแทนของคนปกติทั่วไป แล้วมาดูว่า ความชุกของการพบ HBsAg positive เป็นอย่างไร แยกกลุ่มอายุของหญิงฝากครรภ์เหล่านั้นเปรียบเทียบกันซิว่า กลุ่มอายุขนาดไหน มีความชุกแตกต่างกันหรือไม่ ข้อมูลอาจเป็นเพียงแค่ช่วงเวลาหนึ่งก็ได้ แต่ผมคิดว่าถ้าจะให้สมบูรณ์กว่านั้น ก็น่าจะนำเสนอข้อมูลย้อนหลังกลับไป 10 ปี เพื่อให้สามารถบอกแนวโน้วได้ ว่าความชุกของ HBsAg ในหญิงตั้งครรภ์มีแนวโน้มเป็นอย่างไร
     ลองดูตัวอย่างข้างล่างนี้นะครับ อาจจะเข้าใจเพิ่มขึ้น

<div>     ดังนั้นการจัดกลุ่มข้อมูลที่เรามีอยู่ใหม่ คัดเลือกกลุ่มที่น่าสนใจ ก็น่าจะเป็นอีกทางเลือกในการเขียนงานวิจัย แบบ R2R แบบที่ไม่ต้องไปทำ experiment ใหม่ </div>