ความเห็นล่าสุด


เวลาเอาไปใช้ก็ระวังไว้ด้วยนะแม่แมงมุม

     - ต้นทุนทางบัญชี เป็นต้นทุนจริง ที่บันทึกมูลค่าเป็นตัวเงินทางบัญชีได้ จับต้องได้ เป็นต้นทุนที่มีอยู่จริง เถียงก็ไม่ได้ ถ้าอ้าปากเถียงต้นทุนประเภทนี้ แสดงว่า "อ่านบัญชีไม่เป็น"

     - ต้นทุนทางเศรษฐศาสตร์ เป็นต้นทุนทางบัญชี แล้วเพิ่มรายการอื่นๆเข้าไป ซึ่งส่วนมากแล้วจับต้องไม่ได้ และส่วนใหญ่มักเป็นค่าเสียโอกาส ซึ่งทางเศรษฐศาสตร์ บอกว่ามันมี แต่ทางสาขาอื่นบอกว่าไม่มีก็ได้

ดังนั้นหากต้องทำบัญชีจริง ก็ขึ้นกับวิจารณญาณครับ  ว่าต้องทำบัญชีแบบไหน ประเภทไหน แล้วต้องเข้าใจข้อจำกัดของการใช้บัญชีแต่ละประเภทครับ ไม่งั้น เถียงกันตายเลย

ผมเคยมาแล้ว เถียงกันแทบตาย เรื่องค่าเสื่อมราคา ว่าเครื่องมือที่ซื้อมา หักค่าเสื่อมราคาหมดแล้ว แล้วคำนวนต้นทุนกันอย่างไร

     - ผู้บริหารบอกว่า เครื่องมือยังใช้งานได้ ก็ให้หักค่าเสื่อมราคา ต่อไป 

     - ผมแย้งว่า เครื่องมือถูกหักค่าเสื่อมราคาหมดแล้ว หมายความว่า ที่ประมาณการว่าจะใช้งาน 10 ปี ตอนนี้ใช้งานไปครบ 10 ปีแล้ว ที่เกินจากนั้น คือใช้งานได้มากกว่าที่คิด ซึ่งไม่มีต้นทุนอีกแล้ว มูลค่าทางบัญชีค้างไว้ที่ 1 บาท แต่เราใช้งานไปโดยไม่มีต้นทุนส่วนนี้อีก

     ก็เถียง กันอย่างนี้แหละ  การหักค่าเสื่อมราคาไปหมดแล้ว แล้วยังหักต่อไปอีก ก็เพียงมีวัตถุประสงค์ให้มีต้นทุนที่สูงขึ้น จะได้ขอปรับราคาค่าบริการเพิ่มขึ้น ทำให้มีกำไรเพิ่มขึ้น  ซึ่งไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง

     หากการวิเคราะห์ต้นทุนที่แท้จริง แล้วไม่ต้องการตัวเลขที่เป็นต้นทุนที่แท้จริง โดยมีวัตถุประสงค์อื่นแอบแฝงอยู่ ผมแนะนำว่า ไม่ต้องเสียเวลาวิเคราะห์ต้นทุนครับ อยากได้ต้นทุนเท่าไหร่ ก็นั่งเทียน ยกเมฆลอยมาได้เลย ไม่ต้องเสียเวลา ไม่ต้องเสียหัวสมอง ไม่ต้องเสียอารมณ์  เพราะคนที่ต้องรับผิดชอบการวิเคราะห์ต้นทุนที่แท้จริงนี้ ต้องใช้พลังงาน ใช้ความพยายามในการเก็บข้อมูล ใช้แรงงานในการวิเคราะห์ ใช้เวลาอีกเป็นจำนวนมากในการวิเคราะห์ แล้วถ้าผลการวิเคราะห์สุดท้ายออกมา ปรากฎว่า ไม่ใช่ต้นทุนที่แท้จริง แต่เป็นต้นทุนที่ผู้บริหารต้องการ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์อื่น  แล้วจะเสียเวลาทำไปทำไม  เป็นผม ผมไม่ทำ ใครอยากจะทำ ก็มาทำเองเลย  แล้วถ้าเป็นต้นทุนที่แท้จริง แม้ต้องเสียเวลามากกว่านี้ เสียพลังงานมากกว่านี้ ผมก็จะทำ  แม้ว่าทำออกมาแล้ว ไม่มีคนใช้ ผมก็จะทำ อย่างน้อยผมก็พอจะรู้ว่า ผมจะใช้ประโยชน์เรื่องต้นทุนที่แท้จริงนี้ได้อย่างไร แม้เป็นต้นทุนที่ผุ้บริหารไม่ต้องการ.....

     เฮ้ย....ชักแรงขึ้นเรื่อยๆ แล้ว....เช้าวันจันทร์สดใสจ้า

สำหรับท่านที่เป็นนักเทคนิคการแพทย์  การเข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการนี้ จะได้รับคะแนน CMTE จำนวน 11 คะแนน ครับ

คิดถึงเธอ...แม่แมงมุม และอาจารย์สมบูรณ์จัง  ยินดีด้วยกับความก้าวหน้า ในการพัฒนาทีม ที่เห็นเป็นรุปธรรมที่สุดเลยจ้า

ขอบคุณมากครับ อาจารย์ ภาสุภา

     ที่ค่อนข้าง serious คือเรื่องนี้ถูกบันทึกอยู่ในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ครับ ซึ่งอาจถูกนำไปใช้อ้างอิงได้  เรื่องนี้เป็นเรื่องที่นับวันจะมีการใช้ในศาลยุติธรรมมากขึ้น แต่บุคลากรในกระบวนการยุติธรรมของประเทศ ยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ให้เข้าใจงานดีเอ็นเอมากนัก ที่ผ่านมาจึงเป็นเรื่องของการใช้วาทะกรรมของทนาย ในการบิดเบือนความเห็น เพื่อให้ฝ่ายตนได้ประโยชน์มากที่สุด

     คำศัพท์ ในเรื่องนี้ ยังไม่มีการแปลเป็นภาษาไทยอย่างเป็นทางการ ดังนั้น แต่ละสถาบันจึงบรรญัติศัพท์ขึ้นใช้เอง หรือใช้ตามคำที่ตนเองคิดว่าน่าจะใกล้เคียงความเป็นจริงมากที่สุด  หลายคำที่เป็นคำศัพท์ที่บรรญัติขึ้น เมื่อแปลกลับไปเป็นภาษาอังกฤษปรากฎว่า ความหมายเพี้ยนไปครับ  ซึ่งคำเหล่านี้ น่าจะกลายเป็นปัญหาต่อไปในอนาคตครับ  ยกตัวอย่างคำที่มีความเสี่ยงมากที่อาจจะเข้าใจผิดคือคำว่า

     The probability of paternity  มีหลายสถาบันใช้คำว่า โอกาสที่ นาย....จะเป็นพ่อของนาย..... มีค่าเท่ากับร้อยละ 99.99 ซึ่งจะเป็นช่องให้ทนายความอีกฝ่าย บอกว่า เมื่อมีโอกาสที่นาย....เป็นพ่อของนาย....แล้วมีค่าไม่ครบ ร้อยละ 100 นั่นหมายความว่า จะมีโอกาสที่นาย....ไม่ใช่พ่อของนาย....เช่นเดียวกัน แล้วจะมาสรุปว่า ลูกความของผม เป็นพ่อของเด็กคนนี้ได้อย่างไร

     เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหานี้ ม.อ. จึงใช้ศัพท์ว่า ความเชื่อมั่น ที่นาย....จะเป็นพ่อของนาย....มีค่าเท่ากับร้อยละ 99.99 ซึ่งที่ผ่านมาก็ยังไม่เจอประเด็นการโต้แย้งด้วยเหตุผลข้างต้นอีก....แต่มีอาจารย์ทางคณิตศาสตร์่บางท่านโต้แย้งว่า คำว่า ความเชื่อมั่น ถ้าแปลเป็นภาษาอังกฤษจะตรงกับคำว่า confidence ซึ่งมีความหมายแตกต่างจากคำว่า probability เรื่องนี้ก็อาจจะเป็นประเด็นโต้แย้งได้อีกในอนาคตครับ

     จริงๆแล้ว เรื่องนี้ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ควรมีการบัญญัติศัพท์ ที่ถูกต้องไว้ เพื่อป้องกันประเด็น การเข้าใจผิด แล้วโต้แย้งในเชิงของวาทะกรรมครับ

     เพราะสิ่งหนึ่งที่ผมไม่อยากได้ยิน คือสักวันหนึ่งจะมีคำพิพากษา ออกมาว่า ยกฟ้อง คดีพ่อ-ลูก ที่มีค่า CPI มากกว่า 99% เพราะเหตุว่า โอกาสที่อีตานี้จะเป็นพ่อของเด็ก ไม่ครบ 100% จึงไม่เป็นเหตุให้ศาลเชื่อโดยสนิทใจว่า สองคนนี้เป็นพ่อ-ลูกกันจริง ซึ่งเป็นเรื่องของวาทะกรรมครับ ไม่ใช่วิทยาศาสตร์

ขอบคุณ สำหรับเรื่องดีๆ ในเช้าวันสดใสจ้า

ขอบคุณมากครับ อาจารย์จัน  ชอบมากครับ สำหรับหน้าแรกใหม่ รู้สึกว่าได้ใช้ประโยชน์จริงครับ

การตรวจดีเอ็นเอ ระหว่างเด็กในความปกครอง จำเป็นต้องได้รับการยินยอมจากผู้ปกครองครับ ซึ่งในที่นี้คือผู้ที่ปรากฎชื่อว่าเป็นพ่อ และ แม่ของ เด็ก

เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องซีเรียสครับ ทั้งด้านกฎหมาย และด้านสังคม

ในด้านกฎหมาย ผู้ร้องขอตรวจดีเอ็นเอ จะต้องทำสัญญา ว่ายินยอมให้เก็บตัวอย่างตรวจ เพื่อทำการตรวจเปรียบเทียบรูปแบบดีเอ็นเอ เพื่อบอกความสัมพันธ์ทางสายเลือด ดังนั้นทั้งพ่อ และ แม่ของเด็ก จึงต้องยินยอมครับ

มีผู้ถามว่า เขามีชื่อเป็นพ่อของเด็ก สามารถใช้สิทธิ์ความเป็นพ่อของเด็ก อนุญาตให้เด็กตรวจเทียบดีเอ็นเอกับ ตัวเขาเองได้หรือไม่ คำตอบก็คือว่า .....ไม่ได้ครับ ทั้งนี้เนื่องจากยังมีแม่ของเด็ก ซึ่งก็มีสิทธิ์ในตัวเด็กเช่นเดียวกัน สามารถใช้สิทธิ์ความเป็นแม่ของเด็ก ยับยั้ง หรือแสดงความไม่เห็นด้วย ที่จะอนุญาตให้เด็กตรวจดีเอ็นเอได้เช่นเดียวกัน

ดังนั้น ในเรื่องนี้ การขอตรวจดีเอ็นเอ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการยินยอม จากทั้ง ผู้ที่มีชื่อปรากฎว่าเป็นพ่อ และ แม่ของเด็กครับ โดยทั้งสองคน ต้องมาลงลายมือชื่อต่อหน้า เจ้าหน้าที่ ครับ

นี่ยังไม่รวมถึง ประเด็นทางสังคม ว่า หากผลการตรวจดีเอ็นเอ ออกมาว่า เด็กไม่ได้เป็นลูก ของผู้ตรวจดีเอ็นเอ แล้วจะทำอย่างไรต่อไป เด็กจะถูกทอดทิ้งหรือไม่ หรือยังคงได้รับการดูแลด้วยดีจาก บุคคลที่เด็กเข้าใจว่าเป็นพ่ออีกหรือไม่

เรื่องเหล่านี้ เป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อน และต้องปฎิบัติตามให้ถูกต้องตามกฎหมายครับ เพื่อไม่ให้วันดีคืนดี มีใครก็ไม่รู้ มายื่นฟ้องหน่วยงานราชการ ว่าปฏิบัติงานโดยไม่ชอบครับ กล่าวคือ ทำการตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอให้กับเด็ก โดยไม่ได้รับความเห็นชอบ จากผู้ปกครองของเด็ก....

ดังนั้น จึงต้องขอความเห็นใจด้วยครับ.......และหวังว่า ทุกท่านคง เข้าใจ ว่าจะตรวจดีเอ็นเอทั้งที ทำไมต้องมีขั้นตอนอะไร ยุ่งยากไปหมด

ขอบคุณมากครับ สำหรับ ชมพู่เมืองเพชร

แหม ถ้าเปลี่ยนจากภาพ ไปเป็นของจริงล่ะก้อ.....สุดยอดเลยครับ

อิ อิ

งานของแม่แมงมุมก้าวหน้าไปด้วยดีนะ....งานยากที่สุดในความคิดของฉัน คือการสร้างคนรุ่นใหม่ ให้มีความรู้พื้นฐานที่แน่นมากเพียงพอ และมีทัศนคติในการสนใจเรียนรู้ และพัฒนางานในสายงานของตัวเองอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแม่แมงมุมก็ทำได้ดีจ้า ขอชมเชยจ้า

เรียน คุณเจษฎา

หน่วยนิติเวชศาสตร์และพิษวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (โรงพยาบาลสงขลานครินทร์) ให้บริการตรวจความสัมพันธ์ทางสายเลือด ทุกวัน ในเวลาราชการครับ ไม่ต้องงดอาหาร ไม่ต้องทำบัตรโรงพยาบาล ให้โทรติดต่อที่ 074451571 ติดต่อคุณวาทินี หรือคุณเสาวณิต เพื่อขอนัด วัน เวลา ที่จะมาทำการตรวจก่อน จะได้ไม่ต้องคอยคิวนานครับ

ถ้าถามว่า มีใบรายงานผลไหม ก็ต้องตอบว่ามีครับ เพราะออกรายงานอยู่ทุกวัน แต่ใบรายงานผลเหล่านี้จะติดชื่อ-นามสกุลไปด้วย เพราะฉะนั้นจึงไม่สามารถนำมาแสดงในหน้าเว็บ หรือส่งให้ดูเป็นตัวอย่างได้ เนื่องกับเกี่ยวพันกับความลับผู้ป่วย ส่วนถ้าไม่เอาชื่อ-นามสกุล มีภาพตัวอย่างอยู่ในบันทึกเก่าๆในหน้าบล็อกนี้อยู่แล้วครับ ลองค้นหาดูได้

หากเป็นตัวอย่างของต่างประเทศ ก็มีครับ

กรณีที่คัดออก (ปฏิเสธว่าไม่ใช่พ่อ)

กรณีที่ไม่สามารถคัดออก (ยอมรับว่าเป็นพ่อ)

ขอร่วมแสดงความยินดี และชื่นชม บุคคลากรคุณภาพของภาควิชาวิสัญญีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มข ทุกท่านด้วยครับ

 

 

แบบว่า ชมดอกไม้ริมทางน่ะพี่โอ๋  ในเมื่อต้องทำอยู่แล้ว ก็ลองหาเหตุผลดูว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วก็ลองเล่นไปเรื่อยๆ เสร็จแล้วก็มาเล่าสู่กันฟัง  เวลาที่ใครเจอปัญหาคล้ายๆกัน จะได้มีแนวทางในการจัดการได้ดีและเร็วยิ่งขึ้น ไม่ต้องเสียเวลามาลองผิดลองถูกใหม่

ไฟล์จริง มีลักษณะเหมือนหนังสือครับ ให้ความรู้สึกเหมือนพลิกหนังสือเปิดไปทีละหน้า หากมีเนื้อหาอยู่ในใจแล้ว ทำได้ไม่ยากครับ ถ้าสามารถเอาขึ้นไปเปิดได้บนg2k ได้จะยิ่งน่าสนใจเพิ่มขึ้นอีกเยอะครับ

ก็เพราะว่าฉันเป็นข้าราชการ ทำงานให้กับในหลวงไง  ฉันเลยต้องทำงานให้คุ้มค่า กับที่ในหลวงท่านจ้างฉัน  ซึ่งก็ไม่ต่างจากแม่แมงมุมหรอกจ้า  วิสัญญี มข. ก็โชคดีที่มีแม่แมงมุมเช่นกัน... confirmed

 

เรียน คุณรุ่งนภา ประชารักษ์

ประเด็นที่ผู้รับบริการไม่สามารถเดินทางมายังโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ เพื่อเก็บตัวอย่างตรวจด้วยตัวเองได้ คำถามว่า เราสามารถเก็บตัวอย่างตรวจจากที่บ้าน หรือโรงพยาบาลข้างบ้าน แล้วจึงส่งตัวอย่างนั้นมาตรวจที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ เพื่อขอให้ทำการตรวจในตัวอย่างที่เก็บมาได้หรือไม่ ?

ประเด็นนี้ ขึ้นกับว่า การตรวจดีเอ็นเอนี้ เกี่ยวพันกับการฟ้องร้องทางคดีต่อไปในอนาคตหรือไม่ หากไม่เกี่ยวข้องกับการฟ้องร้องในชั้นศาลสถิตยุติธรรม เช่น การตรวจดีเอ็นเอนี้ ก็เพื่อความสบายใจของผู้ตรวจ จะได้รู้ว่าเด็กเป็นลูกของเราจริงหรือไม่เท่านั้น ไม่คิดจะฟ้องร้องใดๆทั้งสิ้น ประเด็นอย่างนี้ ที่หน่วยฯจะแนะนำให้ไปแจ้งความเป็นหลักฐาน แล้วให้ผู้ที่มีความน่าเชื่อถือ เช่นแพทย์ ประจำโรงพยาบาล เป็นผู้เก็บตัวอย่างตรวจ เก็บใส่อุปกรณ์ที่เหมาะสมในการเก็บตัวอย่าง ปิดผนึกให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันการเปิดตัวอย่างตรวจระหว่างการนำส่ง พร้อมเซ็นชื่อกำกับลงบนวัสดุใส่ตัวอย่างตรวจให้ครบทุกด้าน และมีเอกสารบันทึกลำดับการครอบครองตัวอย่างตรวจนี้อย่างต่อเนื่อง เช่น แพทย์เซ็นชื่อว่าเป็นผู้เก็บตัวอย่างตรวจ แล้วมอบให้ใครเป็นผู้รับตัวอย่างตรวจ ผู้รับตัวอย่างก็ต้องเซ็นชื่อลงบนเอกสารนี้อย่างต่อเนื่อง พร้อมกำกับวันเวลา ในการเปลี่ยนแปลงผู้ครอบครองตัวอย่างตรวจนี้อย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยลำดับการครอบครองตัวอย่างตรวจนี้ ต้องไม่มีการขาดตอนเลย จนกระทั่งตัวอย่างตรวจถึงห้องปฏิบัติการ หากมีการขาดตอนไปในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง ตัวอย่างตรวจนั้น อาจไม่มีคุณค่า ด้านความน่าเชื่อถือของตัวอย่างตรวจอีกต่อไป โรงพยาบาลสงขลานครินทร์จะทำการตรวจ โดยรับรองผลเฉพาะตัวอย่างตรวจที่ได้ทดสอบเท่านั้น จะเห็นว่า ขั้นตอนการเก็บตัวอย่างตรวจ และส่งตัวอย่างตรวจ เป็นขั้นตอนที่อาจเป็นปัญหาด้านความน่าเชื่อถือ เพราะหากมีคนถามว่า "คุณแน่ใจได้อย่างไรว่า ตัวอย่างตรวจที่คุณได้ทำการตรวจดีเอ็นเอนั้น เป็นของนาย......จริง ไม่ถูกสับเปลี่ยนระหว่างทาง" คำถามนี้ ทางโรงพยาบาลสงขลานครินทร์จะไม่รับผิดชอบในการนำสืบ เพระเรารับรองเฉพาะตัวอย่างตรวจที่เราได้ทำการตรวจเท่านั้น....

ถ้าการตรวจดีเอ็นเอนี้อาจเกี่ยวพันกับการฟ้องร้องทางคดีในอนาคต ผมแนะนำผู้เกี่ยวข้องทุกท่านให้มาเก็บตัวอย่างตรวจที่หน่วยนิติเวชศาสตร์ ภาควิชาพยาธิวิทยา คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ เพื่อตัดปัญหาด้านความน่าเชื่อถือของตัวอย่างตรวจ โดยทางเราจะทำเป็นหนังสือสัญญา ยินยอมให้ตรวจดีเอ็นเอ มีการถ่ายรูปทุกท่านที่เกี่ยวข้องเป็นหลักฐาน มีผู้รับรองการเก็บตัวอย่างตรวจ ทำให้เป็นตัวอย่างตรวจที่มีความน่าเชื่อถือ สามารถนำไปประกอบการพิจารณาทางคดีได้อย่างมีน้ำหนัก น่าเชื่อถือครับ

หากคุณรุ่งนภา ต้องการสอบถามประเด็นใดเพิ่มเติม สามารถติดต่อคุณวาทินี หรือ คุณเสาวณิต เจ้าหน้าที่หน่วยนิติเวชศาสตร์และพิษวิทยา โทร 074451571 ได้ในวันและเวลาราชการครับ

     ต้องขอโทษด้วยครับ ผมไม่เคยลองเคยลองใช้ Proteinase K ของ amresco ครับ  แต่ในหลักการแล้วไม่น่าจะแตกต่างกันครับ ยกเว้นเรื่องของ optimal temperature ที่อาจจะแตกต่างกันในแต่ละยี่ห้อ ที่สกัดมาจากเชื้อคนละตัวกันครับ

     ผมเคยลองใช้ proteinase K (ยี่ห้อ invitrogen) ใน สารละลาย 5% chelex solution ซึ่งอยู่ในน้ำกลั่น ก็ใช้งานได้ดี ไม่มีปัญหาครับ

ผมแก้ไข link ที่เกี่ยวข้องให้แล้วครับ ขอบคุณมากครับ

คนที่มีความสัมพันธ์เป็นญาติใกล้ชิดกัน ยิ่งมีโอกาสที่จะมี DNA เข้ากันได้มากยิ่งขึ้นครับ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเหมือนกัน  ในหลักการนี้ใช้ได้กับการปลูกถ่ายอวัยวะเหมือนกันครับ เพียงแต่ทดสอบด้วยการทดสอบที่แตกต่างกัน


อาจารย์แหวว (รศ.ดร. พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร) ท่านให้คำปรึกษา และเขียนบันทึกเรื่องราวเหล่านี้เช่นเดียวกันครับ แต่ท่านเน้นการให้คำปรึกษาและเล่าสู่กันฟังในเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับด้านกฎหมาย และด้านสังคมครับ ผมเองก็เข้าไปติดตามเรื่องราวที่ท่านเล่าสู่กันฟังอยู่บ้างครับ  ส่วนผมคงเขียนในด้านที่เกี่ยวพันกับคนทำงานในห้องปฏิบัติการครับ ว่าเรื่องราวเป็นมาอย่างไร จะตรวจดีเอ็นเอได้ไหม ถ้าได้ต้องตรวจดีเอ็นเอชนิดไหน มีข้อจำกัดในการแปลผลการทดสอบอย่างไร หรือถ้าตรวจดีเอ็นเอไม่ได้ ยังพอมีทางออกอื่นๆ อีกบ้างไหม อะไรทำนองนั้นครับ ซึ่งคิดว่าบันทึกเหล่านี้ น่าจะเป็นประโยชน์กับผู้พบเห็นได้บ้างครับ



พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี