เมื่อก่อนหนูไม่รู้วิธีในการจัดการกับความทุกข์บีบคั้นถึงขั้นวิ่งหนี ไปเที่ยวห้าง ไปร้องเพลง ร้องคาราโอเกะ กินเหล้า เที่ยว ผับ เพราะคิดว่านั่นคือวิธี ให้ตนเองหายทุกข์กว่าจะรู้ว่าสิ่งที่ทำที่ผ่านมา คือ การเพิ่มทุกข์ ก็แทบแย่
หันเหลียวมองไปข้างหลังกับติ๋วคนเก่าช่างเป็นอะไรที่แตกต่าง
ทุกวันนี้ถามว่า ทุกข์ยังมีไหมกล้าตอบว่า "แทบจะทุกลมหายใจค่ะ"แต่ความรู้สึกและการรับรู้และจัดการต่างไปจากวันก่อนๆมากทุกข์มาเร็วจบเร็วมาแรง บางคราก็จบแบบแรงๆนะแทบจะพังพาบ
ก็เพราะมีครูคอยประคับประคองช่วยชี้ ช่วยตะล่อม ช่วยทุบ ช่วยตีเพราะกิเลสหนูมันแรงยึดมั่นเหนียวแน่นจึงต้องโดนหนักๆ
แต่ครูก็ยังอดทน แม้การสั่งสอนหนูนั้นแสนจะเหนื่อยยากแต่ท่านมิเคยวางหนูออกไปจากใจ
ถ้าท่านเจอครูแบบที่หนูได้เจอการทดแทนพระคุณ แค่มอบกายถวายชีวิตยังน้อยไป
แต่หนูเองก็ยังทำได้ไม่บริบูรณ์หรอกค่ะเพราะใจยังมีกิเลสแต่ก็เชื่อว่าสักวันจะเบาบางลงจนหมดไปได้ บนเส้นทางที่มีปฏิปทาครูอยู่ในใจจึงมุ่งมั่นกับตนเองในการฝึกฝน ฝึกตนรับใช้ครูอย่างเต็มกำลัง
แด่พระคุณของครูที่ดูแลเอาใจใส่ศิษย์ด้วยเมตตากรุณาอย่างไม่มีประมาณ
หายใจกับพุทโธ หล่อเลี้ยงการเรียนรู้อยู่กับตนเอง