พระเอกของหมู่บ้าน

  พูดถึงงานชุมชนแล้วเป็นเรื่องใกล้ชิดกับผู้คนมากที่สุด  การสื่อสารต้องชัดเจน กระชับ และเข้าใจวัฒนธรรมท้องถิ่น แถมด้วยลีลาฮา ฮา เป็นที่น่าสนใจแน่นอน คนเขาเรียกหมออนามัยว่าหมอฝอย ฝอยที่แปลว่าพูดให้ได้เรื่อง ให้ฟังเพลินไปเรื่อย มีทั้งสาระน่ารู้ แทรกด้วยความสนุกสนาน เหมือนฝอยยา คือใบแทรกบอกสรรพคุณรายละเอียดของยา เรียกว่าถ้าไม่มีฝอยยาก็คง ไม่มีความรู้อะไรเลย และไม่กล้ากิน ยาเหล่านั้นด้วย

 มีเรื่องที่หมอฝอยหนักใจอยู่หลายเรื่อง โดยเฉพาะการอธิบายเรื่องการคุมกำเนิดโดยใช้ถุงยางอนามัย เพราะอธิบายทีไรก็อายไปทั้งคนพูด คนฟัง แล้วจะรู้เรื่องไหมนี่ ต้องรบกวนเจ้าหน้าที่ผู้ชาย มาเล่าการใช้ถุงยางอนามัยให้ท่านชายทั้งหลายได้ฟัง พวกผู้หญิงก็ยืนหลบๆฟังไปด้วย แต่ก็ตั้งใจฟังกันดี หากสามีใส่ถุงยางไม่ถูกต้อง แม่บ้านนี่แหละ จะบอกสามีตรงเป๊ะเลย

 ในปี พ.ศ. 2526 ได้มีการรณรงค์วางแผนครอบครัว ภายใต้สโลแกน" หญิงก็ได้ ชายก็ดี มีแค่สอง" แต่เป็นงานหนักของหมออนามัย ที่ต้องชักชวนให้คนทำหมัน ทั้งหญิงและชาย แต่ข่าวลือมาพร้อมกับการทำหมันนั้น ดูจะสร้างความตื่นตระหนกมิใช่น้อย ด้วยว่า หากทำหมันหญิง จะทำให้ผู้หญิงมีความต้องการทางเพศมากกว่าปกติ และทำให้มีชู้ในที่สุดเพราะหักห้ามใจไม่ได้ ส่วนผู้ชายที่ทำหมันนั้น ไม่มีแรงทำงาน แล้วยังทำให้เสื่อมสมรรถภาพทางเพศเข้าไปอีก

 ฟังแบบนี้แล้วโครงการวางแผนครอบครัวก็คงจะไปไม่ถึงดวงดาวแน่นอน แต่ก็แปลกโครงการนี้สำเร็จได้ด้วยพลังหมอฝอยที่อยู่ตามอนามัยนี่เอง ต้องแจกแจงถึงวิธีการทำหมันชาย ที่ตัดเพียงเส้นนำอสุจิเส้นเล็กๆ เส้นหนึ่งให้ขาดจากกัน เพราะไม่ต้องการให้อสุจิเดินทางมาพบกับไข่ในมดลูกผู้หญิง ซึ่งทำให้ไม่มีการกำเนิดของทารกก็เท่านั้นเอง และการทำหมันนี้ก็ไม่ได้ไปกระทบกระเทือนร่างกายส่วนไหนอีก จนทำให้มีผลข้างเคียงดังกล่าว

 ส่วนหมันหญิงนั้นก็เป็นการตัดท่อนำไข่ ไม่ให้ไข่เดินทางมาพบเชื้ออสุจิในมดลูก ท่อเล็กๆนี้ มีหน้าที่ให้ไข่ในผู้หญิงที่สุกทุกๆเดือน เดินทางเข้าสู่มดลูกเท่านั้น ไม่ได้มีความสำคัญต่อการเกิดอารมณ์ทางเพศ หรือช่วยให้มีอารมณ์เพิ่มขึ้นหรือลดลงแต่อย่างใด ผู้หญิงทำหมันอาจมีอารมณ์ดีขึ้นด้วยซ้ำ เพราะไม่ต้องกังวลว่าจะมีการตั้งครรภ์ต่อไปอีก

 การทำหมันนั้น เป็นการคุมกำเนิดชนิดถาวร คือมีโอกาสผิดพลาดตั้งครรภ์น้อยมาก และคุณผู้ชายนั้นต้องไม่ลืมว่า หลังทำหมันให้ใช้วิธีการคุมกำเนิดชนิดอื่นเป็นเวลา 3 เดือนด้วย เพราะต้องรอให้เชื้ออสุจิค้างท่อหมดไป จากนั้นหมันชายจึงใช้คุมกำเนิดได้ผลดี

  จำได้ว่า คนที่ทำหมันชายคนแรกของสถานีอนามัยผู้เขียนนั้น เป็น อสม. เป็นพระเอกของหมู่บ้านไปเลย เพราะหลังการทำหมันผ่านไปหลายเดือน เขาไม่ได้มีอาการตามข่าวลือสักประการเดียว ส่วนหมันหญิงนั้น หลังได้รับฟัง และการรับรองว่าเป็นโครงการของกระทรวงสาธารณสุขที่มีความปลอดภัย และไม่มีอาการข้างเคียงใดๆ สตรีในหมู่บ้านก็เพิ่มจำนวนทำหมัน อีกอย่างหนึ่งก็คือ มีลูกหลายคนแล้ว และเบื่อการเลี้ยงลูกมาก ยิ่งลูกมาก ก็ยิ่งยากจน เพราะแม่ไม่มีเวลาทำงานหาเงินเลย และมีลูกมากแก่เร็ว

  ระยะ2-3 ปีนั้น มีงบประมาณมาสนับมนุนให้คนทำหมันมากมาย เช่นให้ค่าเดินทาง ให้ของขวัญ มีการชิงโชครางวัลใหญ่ในแต่ละเดือนอีก ภารกิจของหมออนามัยในแต่ละวัน ก็ออกเชิญชวน ให้ความรู้เรื่องการวางแผนครอบครัวเป็นงานหลัก บางครั้งก็ต้องรับ ส่งคนไปโรงพยาบาลชุมชน เพื่อทำหมันวันละหลายเที่ยว

 และบางครั้งก็ยังต้องช่วยซื้อของรางวัล ที่ชาวบ้านจับรางวัลได้ เอามาขายให้อีก เพราะเขาได้รางวัลหม้อหุงข้าวไฟฟ้า ครั้งแรกก็ดีใจกันใหญ่ทั้งครอบครัว  แต่สุดท้ายก็เดินหน้าจ๋อยมาบอกให้หมอช่วยซื้อหน่อย เนื่องจากที่บ้านไม่มีไฟฟ้า

  เอ้า ซื้อก็ซื้อ เพื่อสนับสนุนโครงการวางแผนครัอบครัวอีกด้านหนึ่ง....มั้ง?