วันอังคาร ที่ 31 กรกฎาคม 2555

กราบสวัสดีค่ะครู

     เมื่อคืนกว่าจะขับถึงบ้านก็สี่ทุ่มกว่า ด้วยระลึกว่ายังไงก็ต้องวิ่ง จึงวิ่งอยู่ในบ้านเจ้าค่ะ โชคดีที่บ้านยาวเกือบ ๆจะ 20 ก้าวเจ้าค่ะ แม่พอลงรถแล้วเห็นลูกสาววิ่ง ท่านก็ทำสีหน้าประหนึ่งเข้าใจในสิ่งที่ลูกกำลังทำ ตอนแรกก็รู้สึกไม่กล้าเจ้าค่ะ แต่ตั้งใจกับตนเอง ไม่ว่าตั้งใจทำอะไรก็จะโดนทดสอบความแน่วแน่เสมอ ใจหนูเต็มไปด้วย “ไฟ” เจ้าค่ะ ทำให้นึกถึงคำครูที่ชี้ว่า “ทุกอณูเต็มไปด้วยแรงริษยา” ยากจะยอมรับกับตนเองเจ้าค่ะ รับรู้ถึงไฟร้อนที่อยู่ภายใน “นี่คือ นรกทั้งเป็นใช่ไหมเจ้าค่ะ” ผิดศีลข้อหนึ่งทำให้จิตใจไม่สงบได้มากขนาดนี้ พึงระลึกกับตนเองกับคำว่า “ละชั่ว” กว่าจะเข้านอนก็ดึกมาก ตื่นขึ้นมาประมาณตีสามกว่า ระลึกกับตนเองว่า “ดีจัง” ตื่นได้ทั้งๆที่เข้านอนดึก แต่ก็ขยับมาไหว้พระสวดมนต์แล้วก็เช็คเมลล์งานเจ้าค่ะ ประมาณตีสี่กว่า ๆ เกือบๆตีห้า ออกไปวิ่งแต่ฝนตกหนัก จึงขับรถไปวิ่งที่อาคารอเนกประสงค์ ข้าง ๆบ้านพ่อแม่ ดูเหมือนจะมีการจัดงานอบรมสักอย่างค่ะ ก็พอมีที่ว่างพอวิ่งได้ เพราะฝนตก ถ้าเป็นเมื่อก่อนหนูคงงงแงไม่วิ่งแล้ว แต่นี่เป็นวันที่ 3 ของ 90 วัน ดูเหมือนโดนบททดสอบที่หนักขึ้น แต่ก็พยายามตะกายทำตามที่ให้คำมั่นครูไว้เจ้าค่ะ ระลึกกับตนเองว่า “วันนี้วันครบรอบวันเกิดครู” แต่จิตหนูก็ไม่ใสพอที่จะโทรไปหาครู ความริษยา ความขุ่นมัวมันทำให้หนูไม่กล้าเจ้าค่ะ วิ่งเสร็จกลับมาบ้านแม่จัดแจงทำอาหารไว้รอเจ้าค่ะ การทานอาหารฝีมือแม่เป็นเหมือนการ “ให้กำลังใจท่าน” หนูจึงนั่งลงทานแล้วค่อยขับรถกลับขอนแก่น แวะส่งน้าราญใส่บาตรที่ตลาด ไหว้พ่อและแม่ พี่สาว พี่เขยแล้วก็ขับรถเพื่อมาทำงานที่ขอนแก่น ตั้งใจภาวนากับตนเอง ช่วงนี้ในหัวจะวน ๆ เรื่องการจัดทำ “เรื่องเล่าจากนักวิทย์ฯชุมชนคนอีสาน” เรื่อย ๆ เจ้าค่ะ พยายามกับตนเองว่า “ทำงานตรงหน้าให้ดีที่สุด พอตั้งใจงานนี้ก็มาวางตรงหน้า เหมือนเป็นบทพิสูจน์กับตนเองค่ะครู โทรสอบถามโรงพิมพ์ประสานข้อมูลรวมถึงพี่ ๆ

เห็นใจตนเองทั้งลุ้น ทั้งลงแรงในการออกแบบ ยอมรับว่า “ร่างกายล้าเจ้าค่ะครู” รู้สึกกับตนเองได้ว่า การวิ่งช่วยให้มีแรงทำอะไรมากขึ้น กล้าทำอะไรที่ไม่เคยทำมาก่อนทั้งงานออกแบบ รู้สึกได้ว่า “ใจมีความพอใจในการทำงานนี้เจ้าค่ะครู” แต่พอว่างหนูก็นั่งนึกถึงครู ได้แต่ประคองลมหายใจ ที่รู้สึกแน่นกับตนเอง ศีลข้อหนึ่งด่างพร้อย กว่าโรงพิมพ์จะส่งเล่มมาให้แก้ไขก็เกือบหกโมงเย็น หนูจึงประสานพี่ ๆที่เขียน ช่วยดูและแก้ไข หนูเชื่อว่า “งานนี้ไม่อาจออกมาสมบูรณ์แบบได้ถ้าหนูกอดงานไว้คนเดียว ยิ่งมีพี่ ๆช่วยคอมเม้นต์มากเท่าไหร่งานจะยิ่งออกมาบกพร่องน้อยลง”

เหมือนที่ครูเมตตาชี้ข้อบกพร่อง แล้วแก้ไขก็จะค่อยๆดีขึ้น แต่จิตใจหนูมันมีตัวชั่ว ที่คอยหวาดกลัวตอนที่ครูชี้ เป็นตัวถ่วงให้หนูไม่เจริญ ได้แต่อดทนกับตนเอง วันนี้วันที่ 3 แล้วค่ะครู การเคลื่อนไปในการทำงานรู้สึกดีขึ้น แต่ทำไมใจหนูเป็นอาการหลง ๆ ลอย ๆ กับตนเอง ศีลข้อห้าด่างพร้อย บอกไม่ถูก อาจจะเป็นเพราะว่า “หนูวิ่งไม่นานพอที่เหงื่อจะไหล หรือนานพอที่ข้างในจะเป็นสมาธิ” พยายามถามตนเอง ทั้ง ๆที่ก็พยายามรักษาข้อวัตร แต่ข้างในยังไม่หนักแน่นพอ อีกอย่างที่เข้าไปเห็นภายในกับการทำเรื่องเล่าคือ “มันมีตัว ฉันเก่ง” ดีดขึ้นมาบ่อยมากเจ้าค่ะครู เห็นความรู้สึก “จองหองอยู่ภายใน” เห็นแล้วก็รู้สึกน่ารังเกียจ แต่ก็ทำได้เพียงอดทนแล้วก็ทำหน้าที่ต่อไปเจ้าค่ะ

      กว่าจะออกมาจากที่ทำงานวันนี้ก็สามทุ่มกว่า จนรู้สึกล้า เข้าบ้านมาเปลี่ยนชุดออกไปวิ่ง แล้วก็กลับมาอาบน้ำทำวัตรเย็น แล้วก็มาเขียนบันทึกเจ้าค่ะครู วันนี้คะแนนเต็ม 10 หนูให้ตนเอง 2 รู้สึกว่ามันมีอาการ “ตอแหลอยู่ภายใน” ที่หนูยังไม่ค่อยเข้าใจเจ้าค่ะ ว่าทำไมข้างในถึงแสดงอาการแบบนี้ออกมา มันมีอาการอยากดูดี รวมถึงการเขียนไปในบันทึกนี้ด้วยเจ้าค่ะ (เมื่อวานมันให้เหตุผลตนเองที่เขียนออกมาไม่ดีว่าล้า แต่วันนี้เป็นลอยๆเจ้าค่ะดูแย่กว่าเมื่อวานนี้อีกเจ้าค่ะ) ไม่ว่าอย่างไรก็จะพยายามดูความจริงที่เกิดขึ้นกับตนเองต่อไปให้ดีที่สุดเจ้าค่ะครู

 

ปล. สุขสันต์วันครบรอบวันเกิดนะเจ้าค่ะครู แม้จะเป็นการแอบบอกอยู่ไกล ๆ พอเอ่ยมาถึงตรงนี้ความอบอุ่นก็อบอวลในใจ ทำไมนะ เวลาแอบทำอะไรให้ครูหรือทำอะไรให้ใคร หนูถึงรู้สึกดีกว่าการทำให้ต่อหน้า หรือบอกเขาตรง ๆ สิ่งที่ลูกศิษย์ปรารถนา คือ “ขอให้ครูแข็งแรงและสมในสิ่งที่หวังอันสูงสุดเจ้าค่ะ”