หลังจากที่ดิฉันได้ไปออกชุมชน กับค่ายกายภาพบัดและกิจกรรมบำบัดสู่ชุมชน เมื่อวันที่ 13-15 กรกฎาคม ที่ผ่านมา และในวันที่ 14 กรกฎาคม ก็มีการลงชุมชนที่ชุมชนรอบๆคลองมหาสวัสดิ์ เป็นเวลา ตั้งแต่ 8.00 - 14.00 น.

      การลงชุมชนได้แบ่งนักศึกษาและอาจารย์ออกเป็น 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายตั้งรับที่ศูนย์ (Center) และในเชิงรุก (Knock door) วันนั้นดิฉันได้รับหน้าที่อยู่ประจำศูนย์ตั้งรับที่วัด ประจำฐานกิจกรรมบำบัดในด้านการประเมินสุขภาพจิตของคนในชุมชนที่ใารับบริการ โดยใช้ชื่อฐานว่า "อารมณ์ดี...เพราะมีความสุข" ซึ่งเป็นฐานที่ใช้คำถามในเชิงจิตวิทยา ที่เกี่ยวข้องกับสภาวะด้านอารมณ์และความเครียด และจากการประเมินเบื้องคต้นพบว่า ผู้รับบริการส่วนใหญ่ที่มาเป็นสมาชิกในเครือข่ายชมรมสุขภาพของชุมชน ทำให้ส่วนใหญ่ทราบแนวทางในการจัดการความเคียด และผ่อนคลายตัวเองได้ 

     แต่ดิฉันคิดว่าการจะประเมินสภาวะอารมณ์นั้นควรจะต้องมีการประเมินที่ชัดเจนกว่านี้ เช่น การจัดกิจกรรมกลุ่มของผู้รับบริการ เพื่อทำ KM ในการหาทางร่วมกันจัดการกับความเครียดที่เกิดขึ้น

     ทั้งนี้หลังจากประมเมินก็มีการแจกเอกสารในกาจัดการความเครียด และแนะนำเทคนิคการผ่อนคลายความล้าแก่ผู้รับบริการทุกคน เพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้รับบริการ และเผยแพร่แก่ผู้อื่นต่อไป

      สำหรับการลงชุมชนครั้งนี้ ดิฉันคิดว่าควรจะมีการจัดในรูปแบบของการป้องกันและส่งเสริมสุขภาพ มากกว่าการไปรักษาแค่ครั้งเดียว และควรจะมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้บำบัดและสมาชิกในชุมชน เพื่อให้สมาชิกในชุมชนสามารถดูแลตนเองได้ (self efficacy) แลละหากจะมีการจัดกิจกรรมต่อไปควรเป็นกิจกรรมแบบต่อเนื่อง เพื่อดูผลการรักษาที่ชัดเจน และให้ผู้รับบริการได้ประโยชน์อย่างสูงสุด 

    และสำหรับประโยชน์ที่ได้จากการลงชุมชนครั้งนี้ นักศึกษาที่น่าจะได้ประโยชน์ที่สุดคือ ปี 3 ในด้านของการทำงาน แต่ในด้านการบำบัดรักษา ก็คงจะเป็นปี 4 ที่สามารถนำความรู้ที่มีอยู่มาประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม

     และจากการสอบถามน้องปี 1 และ 2 ซึ่งส่วนใหญ่จะตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า "ยังไม่ค่อยรู้อะไร" อาจเป็นเพราะ การที่ปีสูง ยังไม่สามารถทำให้น้องเห็นบทบาทในแต่ละสาขาอาชีพได้อย่างชัดเจน น้องๆจึงทำได้ค่สังเกต และต่างก็คิดว่า เมื่ออยู่ปีสูงๆคงจะทำได้เอง