จากบันทึก ช้า ๆ หน่อยดีไหม? ของท่านอาจารย์ Wasawat Deemarn เป็นการเล่าชีวิตประจำวันของสาวออฟฟิศโดยคุณ ฐิตินันท์ ศรีสถิต 

วันนี้ลองมาฟังชีวิตประจำวันเวอร์ชั่นสาวโรงงานกันบ้างนะคะ เป็นความเหมือนที่แตกต่างนิดเดียวเองค่ะ...


เช้าตรู่
ตื่นเพราะเสียงดังเรียกร้องจากโทรศัพท์มือถือ
นาฬิกาปลุกหรือลูกน้องส่งข้อความมาลาป่วยหรือเจ้านายฝากงาน? 
เบลอ...แยกเสียงไม่ค่อยออก
รีบกระวีกระวาดลุกขึ้น...เฮ้อโล่งใจ...ไม่มีใครลา
ลุกจากเตียงคลำทางไปห้องทำงาน...เปิดดูน้องเมลล์
มีงานด่วนจะได้ทำใจก่อนถึงโรงงาน
วิ่งผ่านน้ำสองนาที...เพื่อปลุกตัวเองให้ตื่น
เมื่อคืนเพิ่งอาบน้ำไปไม่กี่ชั่วโมง...ยังสะอาดอยู่
ฉีดน้ำหอม...สร้างความมั่นใจเผื่อเหงื่อโชกในโรงงาน
ให้อาหารแมว...จุ๊บ จุ๊บ...สองทีก่อนออกจากบ้าน

มื้อเช้า
แวะรับกาแฟกับขนมปังที่ร้านเจ้าประจำ
จัดการอาหารเช้าตอนรถติด
โทรหาหวานใจฟังเสียงสักสองสามนาที
ให้รู้ว่ายังมี....อยู่นะ
ว้าย...อุบัติเหตุข้างหน้า
โทรหาเพื่อนร่วมงาน...จะถึงทันเวลาไหมเนี่ย
โอ้...ฝนตก...รถติด
รู้สึกร้อนๆ หนาวๆ
แอบอิฉาคนนั่งรถตู้บริษัท นั่งรถไฟ ยังพอได้งีบอีกนิดบนรถ

ที่ทำงานภาคเช้า
ถึงที่ทำงานรีบวิ่งไปประชุม เทียร์ 1
ฟังปัญหาเรื่องราวที่เกิดในโรงงานในระหว่างวัน
รีบวิ่งไปประชุม เทียร์ 2
รายงานเจ้านาย...รับคำสั่งเพิ่มเติม
ประชุมเสร็จก่อนเก้าโมง เหนื่อยแล้วหรือนี่?
รีบกลับมานั่งให้ความอบอุ่นเก้าอี้นิดหนึ่ง
อัพเดทอีเมลล์ก่อนวิ่งไปประชุมกับลูกน้อง....สั่งงานในห้องแลป
เสร็จวิ่งไปห้องประชุมก่อนสิบโมง
กลับมาเตรียมโปสเตอร์-เพาเวอร์พ้อยท์สำหรับพรีเซนต์งาน

มื้อกลางวัน
รีบวิ่งไปโรงอาหารในโรงงาน
กินอาหารภายเสร็จภายในครึ่งชั่วโมง
ออกไปทานข้างนอกไม่ได้เพราะเวลาไม่พอ
หากงานติดพันวิ่งไปห่อข้าวกล่องจากโรงอาหาร
เก็บไว้ให้อุ่นใจ...ค่อยหาเวลากินตอนบ่าย

ที่ทำงานภาคบ่าย
เข้าร่วมประชุมพรีเซนต์งานจากห้องหนึ่งไปอีกห้องหนึ่ง
เปิดเช็คอีเมลบ้าง ส่งข้อความถึงคนนอกห้องประชุมบ้าง...
ไม่ค่อยอยู่กับปัจจุบันเท่าไหร่
หรือวิ่งรอกคลานขึ้นลงบันไดในโรงงาน
คุยกับคนงานกะเช้า...สานสัมพันธ์...หาข้อมูล..
ในระหว่างทางแวะกดกาแฟจากเวนดิ้งแมชชิน
กลับมาที่โต๊ะ...เริ่มทำงานของตัวเองตอนบ่ายสี่โมง
ตอบส่งอีเมลล์...เช็คงานลูกน้อง...คอมเมนต์รายงาน
วางแผน...เขียนรายงานส่งเจ้านายก่อนกลับบ้าน
บ่นกับเพื่อนร่วมงานให้พอหอมปากหอมคอ
ไงก็ต้องหาเรื่องให้ได้พูดถึงอย่างมีสีสันจนได้แหละน่า
แวะทักทายคนงานกะบ่ายในโรงงานก่อนเดินไปที่จอดรถ
สองทุ่มกว่าๆ...เออวันนี้ปกติ
บางทีเจอคนงานกะกลางคืนก่อนกลับด้วยซ้ำ
ก่อนออกจากประตูโรงงาน...ไม่ลืมที่จะยืดอกบอกกับตัวเองว่า...
วันนี้ฉันทำดีที่สุดแล้ว....
ฟังเพลงระหว่างขับรถ....ให้แรงใจตัวเอง
แวะซื้ออาหารเย็นจานด่วนใต้ตึกก่อนขึ้นบ้าน

ยามดึก
บนห้องสี่เหลี่ยม...เปิดคอมพิวเตอร์
ระหว่างรอคอมพิวเตอร์สตาร์อัพ
ให้อาหารแมว...ลูบหัวด้วยใจรักสองที
ทำงานต่อ...กินข้าวหน้าจอคอมพ์
เสิร์ฟเน็ต...เช็คเฟสบุ้ค....เขียนบันทึก....
ผ่านเที่ยงคืนแล้ว....สะกดคำว่าเหนื่อยแทบไม่ออก
อาบน้ำ เปิดเพลงฟัง เปิดโทรทัศน์ 
หรืออ่านหนังสือนิดหน่อยช่วงรอผมแห้ง
หัวถึงหมอน...หลับเป็นตาย (ไม่ทันได้สวดมนต์หรอก)
แล้วมันก็ผ่านไปอีกวัน

สุดสัปดาห์
เย็นวันศุกร์สุขสันต์
บึ่งรถออกจากที่ทำงานตรงเวลา
สังสรรค์กับเพื่อนๆ ให้ความสุขเล็กๆ น้อยๆ กับตัวเอง
กว่าจะกลับถึงบ้าน....ดึกมาก
เสาร์ตื่นสาย...ทำงานบ้าน...ซักผ้า...รีดผ้า
ซื้อของเข้าบ้าน...คุยกับครอบครัว
นั่งสะสางงาน..ทำในสิ่งที่ชอบ...ออกกำลังกายให้หายรู้สึกผิด
บางเสาร์อาทิตย์มีงานด่วนที่โรงงาน
งานบ้านเหมาไว้ทำสัปดาห์หน้าแล้วกัน....
กว่าจะรู้....เย็นวันอาทิตย์อีกแล้ว
เฮ้อ....เศร้าใจ....รับวันจันทร์อันหดหู่
อีกรอบสัปดาห์ก็เริ่มขึ้น...

...

...

ด้วยความเร่งรีบ ด้วยความวุ่นวายในที่ทำงาน บางครั้งมันก็ทำให้เราสำคัญตนผิดว่าเราเป็นจุดศูนย์กลางของทุกสิ่งอย่าง ทำให้ความอ่อนน้อมต่อโลกเลือนลางไป แต่จริงๆ แล้วเราก็เป็นเพียงเฟืองตัวเล็กๆ ตัวหนึ่งที่หมุนรอบตัวเราเองเพื่อที่ส่วนอื่นๆ จะได้ทำงานกันโดยไม่ติดขัดก็เท่านั้นเอง

กับคนตัวเล็กๆ วิถีเล็กๆ ไม่มีความดีโดดเด่นใด ฉันคิดคล้ายๆ กับที่น้องลูกศิษย์ของอาจารย์วสวัตดีมารกล่าวไว้ว่า แม้ไม่ได้เป็นคนดีมากมายแต่หากเพียงไม่ได้สร้างความเดือดร้อนวุ่นวายให้ใครก็น่าจะเพียงพอแล้ว..ฉันนึกถึงคำกล่าวของมหาตมะ คานธี - เราสามารถเขย่าโลกได้ด้วยความนุ่มนวล - In a gentle way, you can shake the world.


ขอให้กำลังใจคนที่ต้องตื่นมารับวันจันทร์ และสุขสันต์วันหยุดในอีกหลายๆ ชั่วโมงที่เหลือค่ะ ;)