ผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ สนใจ ปรับแนวทางการวิจัยพืช GMO ไปผลิตพลังงานทดแทน ขณะที่มั่นใจมาตรการความปลอดภัยทางชีวภาพ หากได้รับอนุญาตให้ทดลองปลูกมะละกอ GMO ในแปลงเปิด

ศ.ดร.มรกต ตันติเจริญ ผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ หรือ ไบโอเทค กล่าวว่า จากการที่คณะรัฐมนตรีรับข้อเสนอของสมัชชาคนจนไม่ให้มีการทดลองปลูกพืชดัดแปลงพันธุกรรม หรือ GMO ในระดับไร่นา ทำให้นักปรับปรุงพันธ์พืชต้องมาร่วมกันระดมความคิดเห็น เพื่อจัดทำแผนที่นำทางงานวิจัยด้านความปลอดภัยชีวภาพ เพื่อวางแนวทางที่เหมาะสมให้งานวิจัยพืช GMO ในประเทศไทยไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ โดยนักวิจัยต้องตอบสังคมได้ว่างานวิจัยพืช GMO มีความปลอดภัยทางชีวภาพอย่างไร แต่เนื่องจากการวิจัยด้านอาหาร GMO อาจยังมีปัญหาความไม่มั่นใจของผู้บริโภค จึงอาจปรับเป็นการวิจัยพืช GMO เพื่อผลิตพลังงานทดแทน เช่น สบู่ดำ ปาล์มน้ำมัน และผลิตวัคซีน เช่น ข้าวโพด ผักขม เพราะคนจะยอมรับมากกว่า อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การวิจัยพืช GMO เช่นมะละกอ มะเขือเทศ ดำเนินต่อไปได้ จึงเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีขออนุญาตทดลองปลูกในแปลงเปิด โดยจำกัดขอบเขตเฉพาะในพื้นที่มหาวิทยาลัยหรือสถาบันวิจัย และควบคุมไม่ให้ไปกระทบไร่นาของเกษตรกร

ผู้อำนวยการไบโอเทค กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ยังมีการวิจัยพืช GMO ที่เป็นไม้ดอกไม้ประดับคือ กล้วยไม้เพื่อเปลี่ยนสีและยืดอายุเมื่อปักในแจกัน อย่างไรก็ตาม แม้การปรับปรุงพันธ์พืชสามารถทำได้หลายวิธี แต่การใช้เทคนิค GMO เป็นทางเลือกหนึ่งที่ยังต้องเตรียมการวิจัยรองรับสำหรับอนาคต เพื่อลดความเสี่ยงที่จะต้องพึ่งพาเมล็ดพันธ์ GMO จากต่างประเทศ จึงเป็นทางเลือกที่ไม่ขัดแย้งกับแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง และสามารถดำเนินไปพร้อมกับเกษตรอินทรีย์ ซึ่งไบโอเทคยังมีการวิจัยเกษตรอินทรีย์กับชุมชนเกษตรกรเช่นกัน โดยสามารถผลิตแบคทีเรียในธรรมชาติที่มีสารพิษต้านทาน