นักวิจัยชี้พลังน้ำขนาดเล็กมีศักยภาพเพียงพอสำหรับผลิตพลังงานใช้ในชุมชน เผยติดตั้งได้ตามเขื่อนขนาดเล็กกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ คาดไม่ส่งผลกระทบสิ่งแวดล้อม แม้ค่าลงทุนเทคโนโลยี ติดตั้ง ซ่อมบำรุงจะสูง แต่ช่วยประหยัดเงินชาตินำเข้าพลังงานเชื้อเพลิง วอนรัฐหามาตรการจูงใจเอกชนให้เข้าร่วมลงทุน พร้อมให้ความรู้กับคนในชุมชน แทนการจัดคนไปดูที่ไม่คุ้มค่า และดูแลไม่ทั่วถึง


วานนี้ (7 ส.ค.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ได้จัดการประชุมวิชาการเรื่อง "การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรน้ำในการผลิตพลังงานไฟฟ้า" ณ โรงแรมสยามซิตี้ กรุงเทพฯ โดย รศ.ชัยยุทธ ชินณะราศี อาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และบัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม ได้นำเสนอเรื่อง "การประเมินศักยภาพของพลังงานน้ำขนาดเล็กเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย"

รศ.ชัยยุทธ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีการนำพลังงานน้ำมาใช้เพื่อผลิตไฟฟ้าอยู่แล้ว โดยทั้งหมดเป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดกลางและขนาดใหญ่ ที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ในปริมาณมาก เช่น เขื่อนภูมิพล สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 743 เมกกะวัตต์ และเขื่อนศรีนครินทร์ สามารถผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 720 เมกกะวัตต์ จึงมีความเพียงพอต่อความต้องการใช้ในขณะนี้

ทั้งนี้ การผลิตไฟฟ้าพลังน้ำยังต้องขยายออกไปตามเขื่อนต่างๆ เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในอนาคต แต่เกิดปัญหาว่า แม้การผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กและขนาดใหญ่จะมีศักยภาพการผลิตที่ดี แต่ปริมาณเขื่อนที่มีอยู่ในประเทศไทยมีเพียงไม่กี่แห่ง ในขณะที่เขื่อนขนาดเล็กที่กระจายอยู่เป็นร้อยแห่งทั่วประเทศ ยังไม่มีการศึกษาศักยภาพในการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังน้ำขนาดเล็ก

พร้อมกันนี้ รศ.ชัยยุทธ ยังได้นำเสนอการศึกษาวิจัยเรื่อง "การประเมินศักยภาพของพลังน้ำขนาดเล็กในประเทศ" โดยเป็นการศึกษาเพื่อเก็บข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับความต้องการไฟฟ้าของประเทศ ประเภทและขนาดของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ซึ่งได้ทำการศึกษาในการผลิตไฟฟ้า ศักยภาพของการผลิตไฟฟ้า ด้านเศรษฐศาสตร์การลงทุน เพื่อพิจารณาความคุ้มทุน และมีการศึกษาถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน เนื่องจากแหล่งน้ำแต่ละแห่งต้องเกี่ยวข้องกับลุ่มน้ำ การใช้ประโยชน์ของคนในชุมชน การอนุรักษ์ป่าไม้ สัตว์ป่า ซึ่งข้อมูลที่ได้ทั้งหมดจะถูกนำมาประมวลและหาความเป็นไปได้ในการลงทุนติดตั้งโรงไฟฟ้าพลังน้ำของแหล่งน้ำในประเทศ

ทั้งนี้ จากการประเมินศักยภาพพลังน้ำขนาดเล็กเพื่อใช้ในการผลิตไฟฟ้า พบว่าหลายแห่งมีศักยภาพที่ดีในการผลิตไฟฟ้าและเพียงพอสำหรับใช้ได้ในระดับชุมชน ไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากการติดตั้งโรงไฟฟ้าพลังน้ำไม่จำเป็นต้องสร้างเขื่อนใหม่ แต่เป็นเพียงการลงทุนนำชุดเครื่องกังหันน้ำ เครื่องผลิตกระแสไฟฟ้า ระบบสายส่งไฟฟ้าและอาคาร ไปติดตั้งบริเวณที่ระบายน้ำ เพื่อให้น้ำไหลผ่านเท่านั้น อย่างไรก็ดีในด้านเศรษฐศาสตร์พบว่า หลายแห่งไม่มีความคุ้มทุนในการสร้าง เพราะผลิตไฟฟ้าได้น้อย เมื่อเทียบกับค่าเทคโนโลยี การติดตั้งและการซ่อมบำรุงและหากเป็นขนาดเล็กมากก็ยิ่งไม่คุ้มทุนมาก

"แม้การประเมินจะแสดงว่าการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กมีข้อเสียที่ผลิตไฟฟ้าได้ปริมาณน้อย แต่ข้อดีคือ เราไม่สูญเสียเงินออกนอกประเทศในการนำเข้าไฟฟ้าจากต่างประเทศ การนำเข้าน้ำมันดิบ และก๊าซธรรมชาติที่มีราคาแพงขึ้นทุกวัน ซึ่งเป็นสาเหตุให้ประเทศขาดดุลการค้า รัฐจึงควรสนับสนุนให้มีการลงทุน โดยหามาตรการหรือนโยบายที่จูงใจเอกชนให้เข้าร่วมลงทุน หรือรัฐอาจเป็นผู้ลงทุนและจัดการให้ความรู้กับคนในชุมชน แทนการจัดคนไปดูที่อาจไม่คุ้มค่า และดูแลไม่ทั่วถึง โดยให้คนในชุมชนได้เข้าไปเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ที่จะได้รับจากโรงไฟฟ้า ให้สามารถบริหารจัดการไฟฟ้าได้" รศ.ชัยยุทธ กล่าว

อย่างไรก็ดี แม้จะมีการเก็บข้อมูลพื้นฐาน เพื่อประเมินศักยภาพการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำในเบื้องต้นแล้ว แต่การลงทุนสร้างเครื่องผลิตไฟฟ้าพลังน้ำในแต่ละโครงการ จำเป็นต้องมีการเก็บข้อมูลในรายละเอียดเพื่อการประเมินในเบื้องลึกอีกครั้ง เนื่องจากในแต่ละโครงการมีปัจจัยที่แตกต่างกัน ทั้งพื้นที่แหล่งน้ำที่จะทำการติดตั้งชุดเครื่องกังหันน้ำ ขนาดของเครื่องผลิตไฟฟ้า รวมถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและชุมชน ซึ่งต้องมีการลงพื้นที่เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นจริง ดังนั้นงานวิจัยชิ้นนี้จึงไม่สามารถสรุปศักยภาพการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำได้ทุกโครงการ แต่เป็นการให้ข้อมูลในภาพรวมของการประเมินศักยภาพพลังน้ำขนาดเล็ก เพื่อใช้ในการผลิตไฟฟ้าทั่วประเทศเท่านั้น