ก่อนอื่นต้องบอกว่า โดยส่วนตัวแล้วไม่เชื่อว่า ระบบการศึกษาจะถูกกำหนดโดด ๆ ได้โดยไม่ตอบรับ สอดคล้อง กับระบบสังคมเศรษฐกิจ วัฒนธรรม การเมือง
และต้องยอมรับอีกว่า ระบบการศึกษาปัจจุบัน ที่สอดรับกับระบบทุนนิยม บริโภคนิยมอย่างเต็มรูปแบบนั้น ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง เพราะเมื่อสังคมหลอมให้เรามีเป้าเดียวกันคือ ฐานะมั่งคั่ง การศึกษาก็ตอบรับ โดยการแก่งแย่งพื้นที่ที่เชื่อว่าจะทำให้ไปถึงฐานะมั่งคง จนวิธีการนั้นไม่สำคัญ ความเห็นแก่ตัวก่อตัวขึ้น และลามไปจนถึงทุกภาคส่วนของสังคม คนมีโอกาส เบียดแย่งโอกาสพร้อมกีดกัดโอกาสจากคนที่ด้อยกว่า คนที่ด้อยกว่าเพราะสังคมบอกว่าให้เชื่อว่าด้อยกว่า ก็เข้าสู่กระบวนดิ้นรน จนถึงฉกชิงความว่างเปล่าที่ถูกคนบางกลุ่มบอกว่ามันมีค่า
จนคนทั้งสองกลุ่ม มีจุดร่วมเดียวกันคือ ไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง เพราะค่ามันไปอยู่ในวัตถุสิ่งของลาภยศสรรเสริญชื่อเสียงเงินทอง
การศึกษาที่คิดผมอยากเห็นในอนาคต รวมถึงระบบสังคมเศรษฐกิจ วัฒนธรรม การเมือง ที่จะสอดรับไป นั่นคือ พระราชดำรัสของในหลวง "พอเพียง" ที่ไม่ใช่แค่เศรษฐกิจพอเพียง แต่เป็นความพอเพียงในทุกขั้นตอน และทำให้เป็นมหภาค ไม่ใช่ใครใคร่ทำทำ
เร่ิมจากระบบการศึกษา การศึกษาแบบพอเพียงคืออะไร
การศึกษาแบบพอเพียง มีความเชื่อว่า เมื่อคนเราได้ทำในส่ิงที่รัก และถนัด เราจะทำงานนั้นได้อย่างดี มีคุณภาพ พัฒนาศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ และก็จะมีความภูมิใจในส่ิงที่ทำ ความมั่นคงก็จะเกิดขึ้นทั้งทางจิตใจและทางความเป็นอยู่ ซึ่งไม่จำเป็นต้องรวยเหมือนใคร ๆ และไม่ว่าทำกิจการใด ๆ ก็จะทำงานค้าขายกันด้วยความเป็นธรรม ไม่คิดเอาเปรียบใคร
การศึกษาแบบพอเพียง จะชี้ให้เห็นว่า มีความรักความถนัดอีกมากมาย ที่เกิดเป็นอาชีพได้ อย่างไม่จำเป็นต้องอาย คุณจะเป็นชาวนา ช่างไม้ ทำแก้ว ผลิตกระดาษ สร้างของเล่นเด็ก เป็นคนที่ปลูกต้นพริกที่เก่งที่สุด เป็นช่างทำกีตาร์ และอีกมากมายหลายอย่าง หลายอย่างจริง ๆ ซึ่งอาชีพหลายอย่างเหล่านี้ ไม่มีเด็กคนไหนรู้จัก บางคนแก่จนเกษียณแล้วก็ยังไม่เคยรู้ว่ามีอาชีพอีกมาก ซึ่งอาจจะเป็นส่ิงเขาทำแล้วมีความสุขกว่างานที่ทำมาตลอดชีวิตก็เป็นได้
เด็ก ๆ จะถูกค้นหาศักยภาพ และ ความรัก ที่อยู่ในตัวพวกเขา และส่งเสริมอย่างจริงจัง โรงเรียนม. ปลาย จนถึง มหาวิทยาลัย จะแบ่งย่อยในสาขามากขึ้น และ ยังมีการเข้าสู่ระบบ เรียนและทำงานไปด้วยที่เร็วขึ้น ซึ่งเมื่อคุณมีคุณภาพในส่ิงที่คุณทำ การเรียนก็จะดี อาชีพที่ทำต่อมาก็จะดี
ซึ่งทั้งหมดนี้ จะต้องไปสอดรับกับนโยบายทางสังคม เศรษฐกิจ การเมือง ที่จะให้การสนับสนุนระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานอย่างจริงจัง ลดการสนับสนุนระบบทุนใหญ่ที่เอารัดเอาเปรียบประชาชน แน่นอนว่าเราไม่กีดกัน แต่ลดการสนับสนุนช่วยเหลือ แต่หันมาสนับสนุนประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศที่เติบโตขึ้นมาโดยมีกิจการที่มีคุณภาพมากขึ้น
การศึกษาแบบพอเพียง จะชี้ให้เห็นว่า มีความรักความถนัดอีกมากมาย ที่เกิดเป็นอาชีพได้ อย่างไม่จำเป็นต้องอาย คุณจะเป็นชาวนา ช่างไม้ ทำแก้ว ผลิตกระดาษ สร้างของเล่นเด็ก เป็นคนที่ปลูกต้นพริกที่เก่งที่สุด เป็นช่างทำกีตาร์ และอีกมากมายหลายอย่าง หลายอย่างจริง ๆ ซึ่งอาชีพหลายอย่างเหล่านี้ ไม่มีเด็กคนไหนรู้จัก ..ใช่เลยครับ