จดหมายถึงครู l อดทน
วันศุกร์ ที่ ๒๒ เดือนมิถุนายน ๒๕๕๕
กราบสวัสดีค่ะครู
เมื่อคืนปวดท้องมาก มานั่งทบทวนกันตนเอง พบว่าทานเฉาก้วยไปสามถ้วย ในวันที่พึ่งเริ่มเป็นประจำเดือน มานึกย้อนแล้วก็นึกถึงบทเรียนที่อาจารย์เคยสอนว่า "ของแสลงผู้หญิงช่วงประจำเดือนต่างๆ" ซึ่งเฉาก้วยเป็นยาเย็น พึ่งเคยเจอ ตื่นเช้าขึ้นมาจัดแจงทำดีท๊อกเตรียมชุดพร้อมเดินทาง วันนี้ประชุมที่โรงแรมอีกวันแต่เป็นวันมอบรางวัลค่ะครู ได้รับฟังเรื่องราวต่างๆจากเครือข่ายที่คับข้องใจ มาถึงโรงแรมจึงเล่าให้พี่อ้อฟัง เพื่อทำความเข้าใจและช่วยกันหาทางออก ณ ปัจจุบันก็ดูๆก็เรียนรู้กับไปแบบเป็นเพื่อนค่ะครู พอมีจังหวะก็ออกมาซื้อของ พอส่งภาพให้ครูก็ได้รับความเมตตา มาเห็นใจตนเองที่คิดไม่ดีกับครูกลัวครูเอ็ด เป็นบ่อยมากซึ่งหนูเองก็ไม่ค่อยยอมดู ใจที่คิดไม่ดีแบบนี้เองที่ทำให้การปฏิบัติรับใช้ครูไม่ลื่นคล่อง เพราะศีลข้อสี่ด่างพร้อยคิดไม่ดีกับครูแล้วก็ไปดูเสื้อครูค่ะหนูเอาอีกแล้วไปผิดที่ครูบอกว่่าให้ไปดูที่โรงเรียนคนตาบอด หนูไปโรงเรียนคนหูหนวก กรรมแท้ๆกับนิสัยไม่รอบคอบใครสั่งอะไรไม่ค่อยยอมทำตาม แต่ก็เป็นทางที่ไปร้านสกรีนเสื้อจึงได้ราคาว่า"เสื้อคิดสีละ ๗ บาท ถ้าสกีน ๕ สีก็คิดตัวละ ๗x๕ =๓๕ บาทส่วนค่าบล๊อกคิดสีละ ๑๐๐ บาท ถ้า ๕ สีก็ ๕๐๐ บาทเจ้าค่ะ""สรุปที่ต้องจ่ายค่าบล๊อก ๕๐๐ บาท และค่าสกรีนเสื้ออีกตัวละ ๓๕ บาท"ถ้าสั่่งทำประมาณ ๑ อาทิตย์ถึงจะได้เพราะงานชุกว่างั้นเจ้าค่ะแล้วก็ไปโรงเรียนคนตาบอด พอเห็นเสื้อหลากหลายรูุ้สึกเลือกไม่ถูก ทบทวนกับตนเองครูน่าจะซื้อแบบที่ครูเคยใส่ จงโทรถามเพราะสีที่ต้องการยังขาดสีนำตาล สุดท้ายจึงตัดสินใจซื้อไปก่อนถ้าไม่โอเคค่อยเปลี่ยนพอครูโทรกลับมาก็เปลี่ยนจริงๆ พอทำงานเสร็จก็ผ่อนคลายค่ะ หนูแวะกลับบ้านไปขุดกระชาย ตั้งใจกับตนเองจะต้มถวายครูเพราะมีสรรพคุณรักษาภูมิเพราะแก้ไอ เป็นกระชายที่ได้พันธุ์มาจากป้าอบปลูกมาปีกว่าจะเข้่าสองปีเป็นช่วงปีที่เหมาะในการเก็บเกี่ยว แต่เพราะเป็นหน้าฝนสารสำคัญอาจจะถูกเปลี่ยน แต่ตั้งใจเลือกแบบปลอด ภัยที่สุดทำถวายครู แวะไปเอาตัวอย่างแล้วก็ไปประชุมต่อพอเสร็จงานจึงพึ่งไปวัด ทบทวนกับตนเองหลายครั้งในวงประชุมระหว่างทางคุยกับโบโซ่และน้องภัส ตั้งใจกับตนเองในการทำหน้าที่ มาถึงวัดกราบพระอาจารย์ท่านเมตตาให้กุญแจจึงขอโอกาสยืมรถเข็นเอามูลี่ที่ครูฝากซื้อเจอน้องภัสอาบน้ำจึงกวาดทำความสะอาด จึงชวนน้องไปกราบหลวงปู่ค่ะครู ท่านเทศน์บอกน้องภัสว่า "ให้รักษาเนื้อรักษาตัวหน่อยค่ะ ให้มันมีศีล รอดปากเหยี่ยวปากกา รักษาศีลได้ก็เป็นเทวดา"พอมีพระเข้ามาจึงขอโอกาสลาเจ้าค่ะเข้ามาข้างใน หนูกับน้องภัส จัดแจงติดมู่ลี่ให้ครูไม่เสร็จดีเพราะต้องใช้ตะปูจึงตัดสินใจทำต่อตอนเช้าเจ้าค่ะ จะได้ไม่รบกวนใครแล้วก็ไปทำวัตรเย็น กลับเข้ามาให้น้องทบทวนบทเรียนประมาณหนึ่งชั่วโมงค่ะครู เห็นการต่อรองเห็นข้อบกพร่องก็นึกถึงตนเองก็อ่อนลงแล้วสอนต่อ สิ่งนี้ครูเมตตาทำให้เห็นเสมอ การพอใจหรือไม่พอใจเป็นเรื่องอารมณ์ จึงดำเนินต่อไป มองตาก็พอรู้ว่าไม่รู้เรื่อง แต่ก็จะอดทนค่ะครูหนูนั่งลงภาวนาแล้วค่่อยเริ่มเขียนจดหมาย กราบขอบพระคุณครูเจ้าค่ะ