ถ้าอยากรุนแรง เอาสากไม้ตำเลยก็ได้ ตำพอปลิอย่าให้แหลกนะครับ นอกจากอยากกินข้าวแหลกอยู่แล้ว ก็ดีไปอีกแบบ

ตอนที่ ๑ ผมได้เสนอวิธีไว้แล้ว แต่มาคิดคำนวณแล้วมีการปรับใหญ่พร้อมเหตุผลใหม่ จึงขอนำมาประมวลเสนอไว้ใหม่ในบทความนี้เพื่อความสมบูรณ์ครับ

 

ปกติการหุงข้าวกล้องให้สุกและนุ่มนั้นจะต้องใช้น้ำมากกว่าหุงข้าวขาวและใช้เวลานานมากกว่า  ผมขอเสนอแนวคิดเพื่อลดเวลาลงดังนี้ (เป็นแค่แนวคิด ยังไม่ได้ทดลองจริงนะครับ) 

 

วิธีที่ ๑...เหมือนเดิมในตอนที่ ๑ คือใส่ช้อนเบาๆลงไปก้นหม้อ    ยังจำได้สมัยเด็กๆต้มถั่วเขียวถ้าไม่ใส่ช้อนจะต้มสุกนานมาก แต่ถ้าใส่ช้อนสุกเร็ว เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ก็ยังคงเหมือนเดิมในตอนที่ ๑ ครับ

 

วิธีที่ ๒...เอาผ้าขาวบางชุบน้ำหุ้มปากหม้อ เอาฝาปิด แล้วเอาครกหินคว่ำทับฝาไว้   ...ก็ยังเหมือนตอนที่ ๑ เพียงแต่เหตุผลต่างไป  ในตอนที่ ๑ ผมให้เหตุผลว่าน้ำจะเดือดที่ อภ. สูงกว่า 100 แต่ได้ไปคำนวณตามหลักการวท. แล้วพบว่าอภ.อาจจะสูงขึ้นเพียง 1 องศาเท่านั้น ไม่น่ามีผลต่อการสุกเร็วขึ้นมากนัก แต่กลับมาคิดใหม่ มันน่าจะมีผลทางอ้อมครับ กล่าวคือ มันกั้นไม่ให้ไอน้ำที่ได้จากการเดือดรั่วไหลออกทางฝาหม้ออย่างรวดเร็ว (จากการกระดกไปมาของฝาหม้อ   ดังนั้นไอน้ำส่วนใหญ่ที่ได้จากการเดือดจะควบแน่น (condense) กลับคืนลงไปเป็นน้ำเดือด ผลลัพธ์คือ ทำให้เราไม่ต้องใส่น้ำเริ่มต้นมากนัก (เช่น 1 ต่อ 3 อาจเพียง 1 ต่อ 2 ก็พอ...เท่ากับหุงข้าวขาว) ซึ่งปริมาณที่น้อยลงจะทำให้น้ำเดือดไวขึ้นกว่าเดิม ข้าวสุกเร็วขึ้น  อีกทั้งแรงกดจากครกหิน อาจทำให้น้ำในหม้อเดือดรุนแรงขึ้นก็ยิ่งช่วยให้การส่งผ่านความร้อนระหว่างน้ำกับข้าวดียิ่งขึ้น

 

วิธีที่ ๓...คือวิธีที่สองแต่ใส่ช้อนตามวิธีที่ ๑ ลงไปด้วย

 

วิธีที่ ๔...ใส่น้ำทีละน้อย พอปริ่มข้าวเท่านั้น พอน้ำเดือดจนเกือบขอดก็เติมน้ำลงไปพอปริ่มอีก โดยอาจเติมสัก 3 ครั้ง กะครั้งที่สามข้าวสุกพอดี  ...แบบนี้จะลดเวลาน้ำเดือดลงได้มาก ข้าวสุกเร็วขึ้นแน่ๆ แต่เหนื่อยหน่อย อาจเอาไว้ใช้ยามฉุกเฉินที่หิวมากๆหรือรีบมากๆ แบบนี้เหนื่อยก็ยอม

 

วิธีที่ ๕..ก็เหมือนกับ ๑ ๒ ๓ ๔ เพียงแต่ว่าพอน้ำเดือดสักพัก กะพอข้าวนุ่มขึ้นให้ใช้ทัพพีนวดขยี้ข้าวกับก้นหรือข้างหมอให้เปลือกเขาฉีกถลอกหรือแตก แบบนี้น้ำจะเข้าเนื้อข้าวได้ง่ายขึ้นทำให้สุกไวขึ้น ถ้าอยากรุนแรง เอาสากไม้ตำเลยก็ได้ ตำพอปลิอย่าให้แหลกนะครับ นอกจากอยากกินข้าวแหลกอยู่แล้ว ก็ดีไปอีกแบบ ตำตอนนี้ข้าวจะยังไม่ติดสากหรอกนะครับ เพราะยังไม่สุกเต็มที่ ยังไม่เหนียวนั่นเอง  วิธีนี้เหมาะใช้กับวิธีที่ ๔ มากที่สุด เช่น พอน้ำแห้งงวดครั้งที่ ๑ ก็อาจลองขยี้ดูได้แล้ว

 

วิธีทั้ง ๕ นี้น่าจะใช้กับการหุงข้าวขาวได้ด้วยนะครับ  อีกทั้งถ้าแช่ข้าวก่อนหุงแบบข้าวเหนียวก็จะยิ่งเสริมพลังกัน

 

อ้อ..เอาฟักทอง ถั่วลิสง ผสมลงไปต้มกับข้าวด้วย หอมหวานอร่อยดีนะครับ ได้ธาตุอาหารเพิ่มด้วย (อันนี้ผมทดลองทำบ่อย) 

 

ขอให้สุขภาพดีกับข้าวกล้องไทยกันถ้วนหน้านะครับ

 

...คนถางทาง (๘ มิถุนายน ๒๕๕๕)