เตือนประชาชน!! ระวังไข้หวัดใหญ่ระบาดช่วงหน้าฝน แต่ละปีป่วยพุ่ง 9 แสน แนะ 7 กลุ่มเสี่ยงรีบฉีดวัคซีนฟรี

 

 

 

 

 

 

เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2555 เภสัชกรเชิดเกียรติ แกล้วกสิกิจ หัวหน้ากลุ่มสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 พิษณุโลก กรมควบคุมโรค  เผยว่าไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลมักระบาดในช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะเดือน มิถุนายน ถึง กรกฎาคม ของทุกปีเพราะมีสภาวะอากาศอับชื้นและหนาวเย็น ทำให้ร่างกายมีภูมิต้านทานโรคต่ำลง จึงมีโอกาสติดโรคไข้หวัดใหญ่ได้ง่าย ในแต่ละปีกระทรวงสาธารณสุขรายงานว่าประเทศไทยมีผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ 7-9 แสนราย ในจำนวนนี้มีภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดบวม ต้องรับไว้โรงพยาบาลเกือบ 76,000 ราย  ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม -14 พฤษภาคม 2555 ทั่วประเทศมีรายงานผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ 11,380 ราย แต่ยังไม่มีผู้เสียชีวิต  

          โรคไข้หวัดใหญ่ เกิดจากเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรีย สามารถติดต่อได้ง่าย โดยเชื้อจะฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศ  เมื่อมีการไอ จามรดกัน การหายใจสูดลมหายใจเอาเชื้อเข้าไป การสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย หรือมือสัมผัสเชื้อไวรัสแล้วนำมาขยี้ตา จับต้องจมูก  ปากเชื้อโรคจะไปเจริญอยู่ในลำคอและเยื่อบุทางเดินหายใจของผู้ป่วย ผู้ป่วยสามารถแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้มากที่สุดในช่วงป่วย 10 วันแรก  ส่งผลให้ผู้ได้รับเชื้อโรคจะมีอาการตัวร้อน มีไข้สูง  38 - 40 องศาเซลเซียส  เป็นเวลา 3 - 4 วัน  ปวดศีรษะมาก  มีไข้ หนาวสั่น ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ น้ำมูลไหล  คัดจมูก  ไอ  จาม  เจ็บคอ  เบื่ออาหาร  อ่อนเพลีย  อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นภายใน 5 - 7 วัน 

          กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระมัดระวังมิให้ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ ได้แก่ หญิงมีครรภ์ คนอ้วน ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง ผู้พิการทางสมอง เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี  การป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ทำได้โดย  การล้างมือบ่อย ๆ จนเป็นนิสัย ก่อนกินอาหาร ก่อนและหลังเตรียมหรือปรุงอาการ  หลังการขับถ่าย  หลังหยิบจับสิ่งสกปรก หลังสัมผัสผู้ป่วยหรือสัมผัสสัตว์เลี้ยง และทุกครั้งที่กลับจากนอกบ้าน  ใช้ผ้าสะอาดปิดปาก ปิดจมูก เวลาไอ จาม และสวมหน้ากากอนามัย  หลีกเลี่ยงการใช้มือที่ไม่ได้ล้างสัมผัสบริเวณใบหน้าโดยเฉพาะตา จมูก ปาก หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดผู้ป่วยและอยู่ในสถานที่มีคนอยู่แออัด อากาศถ่ายเทไม่สะดวก และการฉีดวัคซีนป้องกันตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข

          โดยในปี 2555 นี้ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้รณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล และป้องกันการได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิตที่เกิดจากภาวะแทรกซ้อน ต่อระบบทางเดินหายใจ ระบบหัวใจ และระบบอื่นๆ  รวม 3 สายพันธุ์ คือ ชนิด เอ เอช 1 เอ็น 1(A H1N1) ชนิดเอ เอช 3 เอ็น 2 (A H3N2) และชนิดบี (B) ซึ่งเป็นเชื้อไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลที่พบบ่อยในไทยและทั่วโลก เพื่อฉีดให้กลุ่มเสี่ยง 7 กลุ่ม รวมทั้งหมด 3.55 ล้านคน ฟรีได้ที่ โรงพยาบาลของรัฐและสถานพยาบาลเอกชนที่ร่วมโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ทั่วประเทศ ตั้งแต่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2555  ได้แก่

1) ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ได้แก่ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคไตวายเรื้อรัง มะเร็งที่กำลังรับเคมีบำบัด เบาหวาน ธาลัสซีเมีย และภูมิคุ้มกันบกพร่อง รวมทั้งผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่มีอาการ

2) ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป 

3) ผู้มีน้ำหนักตัวมากกว่า 100 กิโลกรัม

4) ผู้พิการทางสมองช่วยเหลือตัวเองไม่ได้

5) เด็กอายุ 6 เดือน - 2 ปี   

6) หญิงตั้งครรภ์อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป และ

7) บุคลากรทางการแพทย์เจ้าหน้าที่ที่ให้การดูแลรักษาผู้เจ็บป่วย และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องกับการกำจัดสัตว์ปีก

          เภสัชกรเชิดเกียรติ  กล่าวแนะนำว่า หากประชาชนมีอาการป่วยรุนแรง เช่น มีไข้สูงและไม่ลดลงภายใน 2 วัน  มีอาการไอมาก เจ็บหน้าอก  หายใจถี่ หอบเหนื่อย ซึม ในเด็กเล็กอาจทำให้เด็กร้องไห้งอแงมาก กินอาหารไม่ได้หรือกินได้น้อยมาก  อาเจียน  ท้องเสีย  ขอให้รีบพาไปสถานบริการสาธารณสุขใกล้เคียงทันที ผู้ที่กำลังป่วยด้วยไข้หวัดใหญ่ไม่ควรออกกำลังกายหรือทำงานหนัก  เนื่องจากอาจทำให้อาการทรุดลงจากการติดเชื้อลุกลามไปที่ปอดได้  หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อได้ที่ศูนย์บริการสายด่วน  โทรศัพท์ 1422  และศูนย์ปฏิบัติการกรมควบคุมโรค โทรศัพท์ 0 2590 3333  

 

ข้อความหลัก " ล้างมือ  ปิดปาก จมูกเมื่อไอ จาม ฉีดวัคซีนเร็วไว ป้องกันไข้หวัดใหญ่ได้”

กรมควบคุมโรค   ห่วงใย  อยากเห็นคนไทยมีสุขภาพดี

ที่มา http://dpc9.ddc.moph.go.th/crd/news/2555/06_02_flu.html

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สำนักข่าวสองแคว



ความเห็น (0)