วันนี้มาสัมนาวิชาการพยาบาล ที่ศุนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ  บางไทร  จ.พระนครศรีอยุธยา  พร้อมทั้งมานำเสนอผลงานวิจัย นวัตกรรมทางการพยาบาล เรื่อง  นวัตกรรมเสื้อเตรียมตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ โรงพยาบาลพิมาย  อีกทั้งได้ขึ้นรับใบประกาศนียบัตร จาก รมต.สธ ด้วย  รู้สึกตื่นเต้นน่าดู  และอึดอัดตรงถูกบังคับให้ใส่สูท กับกระโปรงนี่แหล่ะ  มันไม่ใช่ nature ของชลัญธร  กว่าจะเสร็จพิธีการ เวลาแค่ครึ่งวันมันช่างทรมาน กับชลัญจริง  บอกผู้จัด ขออนุญาตไม่ขึ้นไปรับได้มั๊ย   เดี๋ยวชลัญรับจากมือผู้จัดก็ได้  ผู้จัดก็ขำๆน้องเอ๊ย! .... มีแต่คนเขาอยากขึ้นไปรับ เพิ่งเห็นคนแรก  เอาเถอะทนอีกนิ๊ด  ก็ชลัญชอบทำเอามันส์  รางวัลให้ใครรับก็ได้ แต่งานนี้ พี่ๆบอก แกต้องไปรับ ...OK....ก็ผ่านไปด้วยดี

     สำหรับรางวัลมันเป็นผลตอบแทนความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อคนไข้  ก็ทำให้มีความสุขทางใจ เป็นความสุขเล็กๆน่ะ

      แต่ความสุขอีกอย่างที่ชลัญ ปลื้มสุดๆ  เพราะได้พบกับ the idol  ที่ในชีวิตนี้อยากเจอมากที่สุด คือหมอในดวงใจ  นายแพทย์ประเวศ  วะสี  ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้เจอตัวจริง  เหมือนฝัน  อยากกรี๊ดมือสั่นไปหมด 

    ชลัญรู้จักชื่อของ นายแพทย์ประเวศ  วะสี  ตั้งแต่จบจากพยาบาลใหม่ๆ เมื่อ ปี 2537  ตอนนั้น ชลัญปฏิบัติงานที่สถานีอนามัย  แล้วบังเอิญ  พี่ชายของชลัญส่งหนังสือมาให้  ชื่อ  " รักษาโรคหรือรักษาคน"  ชลัญมีหนังสือ อยู่ 2 เล่มนี้  ที่เขียนโดยนายแพทย์ประเวศ  วะสี  ซึ่งเมื่อชลัญได้อ่าน แล้ว  มันทำให้ชลัญคิด ได้ว่าเราจะต้องบริการคนไข้อย่างไร  ซึ่งมันก็ตรงกับหลักการสมัยนี้ก็คือ เรื่อง การดูแลผู้ป่วยด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ และการให้บริการแบบองค์รวมนั่นเอง ซึ่งรากหรือแก่นของมันนั้น  คุณหมอประเวศ เขียนไว้ เมื่อ 18 ปีก่อนแล้ว ชลัญก็ยึดปฏิบัติมาเรื่อยๆ  ซึ่ง การดูแลผู้ป่วย ด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์นั้นเพิ่งบูมมาไม่กี่ปี นี้เอง  ต้องขอบคุณหมอประเวศ  ที่ทำให้ชลัญ รู้แก่นของการดูแลผู้ป่วย  และให้บริการด้วยใจมา 18 ปี  หลังจากนั้นชลัญจะติดตามข่าวคราวของท่านมาเรื่อย เคยคิดในใจเหมือนกันว่า จะมีวาสนา ได้ฟังท่านบรรยาย มั๊ยหนอ ชีวิตนี้  และวันนี้ฝันนั้นก็เป็นจริง 

       ชลัญไม่ได้ดู โปรแกรมประชุมล่วงหน้าก็เลยไม่รู้ว่า  ท่านหมอประเวศ จะมาบรรยาย  พอพิธกรประกาศ ชื่อท่าน  โห!...........ตื่นเต้นสุด

      "นี่เราจะได้ฟัง หมอประเวศ แบบเห็นตัวเป็นๆ เหรอนี่ "  (กรี๊ดๆ ๆ  ๆ  ๆ  ในใจอย่างแรง  )  โปรแกรมนี้อย่างเดียวถือว่าคุ้มค่าที่สุด แล้ว  ชลัญดีใจยิ่งกว่าได้รับประกาศนียบัตร จาก รมต.อีก  หัวใจที่จะทำงานมันพองโตขึ้นอีก ครั้ง  ขอบคุณ  คุณหมอในดวงใจ  " นายแพทย์ประเวศ  วะสี "

   จึงสรุปในสิ่งที่ท่านได้บรรยายดังนี้ 

   ท่านบรรยายในหัวข้อเรื่อง  " คุณค่าพยาบาลคุณภาพบริการพยาบาลเพื่อสุขภาพประชาไทย"  ท่านบอกว่าขอเปลี่ยนหัวข้อบรรยายดังนี้ 

     "ประเทศไทยควรเป็นมหาอำนาจทางการพยาบาล    พยาบาลไทยเป็นพยาบาลที่ดีที่สุดในโลก"

     ท่านสรุปจุดแข็งของพยาบาลไทยไว้ดังนี้

    1.  เป็นบุคคลที่ทำงานเกี่ยวข้องกับชีวิตมนุษย์  ทุกช่วงของชีวิต  คือตั้งแต่ยังไม่เกิดจน ตาย

   2.  เป็นงานที่ไม่มีว่างงาน 

   3.  เป็นบุคคลที่เป็นพหุศักยภาพ  คือเป็นได้หมด  หลากหลาย  ทั้งพยาบาลเฉพาะทาง  ครู  นักวิจัย  ตรวจรักษาโรคเบื้องต้น นักส่งเสริม ฟื้นฟูสุขภาพ

    4.  เป็นวิชาชีพที่มีโอกาสเห็นแววตาเพื่อนมนุษย์ มากที่สุด  ส่งผลให้เกิด empathy  การปฏิบัติเพื่อเพื่อนมนุษย์

    5.  มีความเป็นสถาบัน  มีความรู้ มีความดี  เป็นที่ยกย่องในสังคม  มีเกียรติในตัวเอง

     6.   การมีวัฒนธนรรมไทยอันอ่อนโยน  ร่วมกับมีกาให้บริการด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ 

  และท่านก็ได้พูดถึง  พยาบาลกับการสร้างเสริมสุขภาพของคนทั้งมวล  Nurse  and  health  for all  การทำอะไรให้มั่นคงนั้น ต้องทำที่ฐานให้แข็งแรง ต้องไปพัฒนาสุขภาพชุมชน โดยเป้าหมายของระบบสุขภาพชุมชน  ควรมีการเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย  เพื่อให้เกิดความแข็งแรง  ของระบบสุขภาพ

    ชลัญได้ฟังเท่านี้  รอบข้างก็เริ่มจอแจฟังไม่รู้เรื่อง เพราะ รมต.มาถึงแล้ว  และท่านก็จบการบรรยาย  ว้า! เสียดายจังบรรยายแปล๊บเดียว 

    แต่ยังไงก็ปลื้มสุดๆ  จึงขอบันทึกเป็นความทรงจำที่ดีของชลัญต่อไป 

     คุณหมอในดวงใจ  "นายแพทย์ ประเวศ  วะสี"