จะมีใครไหมที่เห็นว่าโครงงานสำรวจไม่ใช่สิ่งที่ง่ายและสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ

ขอเกริ่นสักนิด

          เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2555 ที่ผ่านมาครูปอนด์ไม่ได้มีโอกาสไปเข้าเฝ้ารับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องจากต้องนำนักเรียนมาร่วมงานวันแห่งความภาคภูมิใจ ในโครงการนักสำรวจแห่งท้องทุ่งปีที่ 3 ซึ่งต้องมาเพราะเป็นครูที่ปรึกษา หลังจากรับประกาศนียบัตร ซึ่งมันก็แค่กระดาษระบายสีสำหรับครู ก็ได้เข้าไปชมพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นการไปครั้งที่ 4 แล้ว แต่ครั้งนี้มีความแตกต่างคือมีการปรับปรุงหลังน้ำท่วม และมีวิทยากรนำบรรยาย ตอนแรกในกลุ่มก็มีนักเรียนประมาณ 30 คน กับครู 4-5 ท่าน เดินไปเดินมา เหลือนักเรียน 10 คน ครู 2 คน แล้วเด็กๆก็ดันเป็นเด็กประถมเสีย 4 คน วิทยากรก็พูดไป เด็กก็เล่นไป แกดูเซ็งๆ เลยบอกแกไปว่า พี่พูดมาเถอะ ผมนี่ไงฟังอยู่ แกก็เลยบรรยายต่ออย่างสนุก ซึ่งครูปอนด์ประทับใจมากกับข้อมูล เรื่องราว และพระบารมีของในหลวงที่ไม่ได้เกิดจากการที่พระองค์ท่านเป็นกษัตริย์หรือราชวงศ์ แต่เกิดจากพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านทั้งสิ้น ครูปอนด์ไม่เคยเห็นพระมหากษัตริย์พระองค์ใดที่สั่งสมพระบารมีแบบที่ในหลวงของเรากระทำเลย ตั้งแต่ครูปอนด์เกิดมา (ขอเน้นเฉพาะตั้งแต่ที่ครูปอนด์เกิดมานะครับ)

เรื่องราว

          กระบวนการสิ่งแวดล้อมศึกษามีมากมายหลายโครงการตั้งแต่โครงการมหิงสาสายสืบที่ต่อยอดมาเป็นโครงการนักสำรวจแห่งท้องทุ่ง โครงการนักสืบสายลม โครงการนักสืบสายน้ำ เป็นต้น ซึ่งทุกโครงการมีความมุ่งหวังให้เยาวชนตระหนัก เข้าใจ และเห็นคุณค่าของสิ่งแวดล้อมรอบตัว ผ่านกระบวนการหลายรูปแบบ ในที่นี้ขอเสนอกระบวนการที่โครงการนักสำรวจแห่งท้องทุ่ง เพราะครูปอนด์เป็นครูฟิสิกส์ แต่ได้รับมอบหมายให้ไปร่วมฟัง และโชคดีที่มีนักเรียน 5 คน มาร่วมกันศึกษาด้วย โดยกระบวนการดังกล่าวมี 4 ขั้นดังนี้


 

                ซึ่งหากนักเรียนสามารถปฏิบัติครบทั้ง 4 ขั้นที่กล่าวมานี้ โดยเน้นการปฏิบัติค้นหาสิ่งรอบตัว สำรวจปัญหา วิเคราะห์และสรุปเพื่อให้เกิดการปฏิบัติในการอนุรักษ์ และให้โดยผ่านการแบ่งปันความรู้สู่ผู้อื่นซึ่งจะนำไปสู่การสร้างความตระหนักและเป็นแบบอย่างในการเห็นคุณค่าสิ่งแวดล้อมแก่ชุมชนและบุคคลทั่วไป เด็กๆ คงจะเข้าใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น

ส่งท้าย

          สำหรับโครงการที่นักเรียนโรงเรียนอนุราชประสิทธิ์ทำ คือ มด ซึ่งเริ่มจากหัวข้อ รอบตัว รั้วโรงเรียน แต่ด้วยความสามารถของเด็กๆ จึงทำได้เพียงส่วนเดียว (เด็กทำได้แค่ไหน แค่นั้น ครูปอนด์จะไม่ช่วยในสิ่งที่เกินตัวนักเรียน เพราะการทำเช่นนั้นจะเป็นการฝึกให้เด็กโกหก และเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่ดีในอนาคต) ครูปอนด์ก็ได้แต่หวังว่า สิ่งที่ได้ทำลงไปขอให้เกิดผลประโยชน์แก่โรงเรียนและประเทศไทย...แม้เพียงสักนิดก็ยังดี

ป.ล. ใครไปที่พิพิธภัณฑ์ อย่าลืมดูการ์ตูน 3 มิตินะครับ ครูปอนด์ดูแล้วนำ้ตาคลอเลย