จากประสบการณ์ที่ออกเดินทางร่วมขับเคลื่อน R2R ตามพื้นที่หน้างานต่างๆ ทั้งประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่ระดับ รพ.สต. ไปจนถึงระดับมหาวิทยาลัย สิ่งหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นคือ
"ความล้า...ของคนหน้างาน"
การที่จะ empower คนๆ หนึ่งให้มีใจฮึกเหิมลุกขึ้นมาทำบางสิ่งบางอย่างด้วยหัวใจ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ หากแต่ต้องนำพาให้เขาเปลี่ยนวิธีคิดจากแบบเดิม ให้มุ่งไปในการคิดที่ค่อนข้างเป็นนามธรรมเชิงบวก (positive thinking) ที่ต่างๆ ออกไปจากการคิดแบบวิธีเดิมๆ
สังเกตได้ว่า "หากเป็นคำสั่ง" ผลของงานจะมีปรากฏออกมา แต่ใจของคนทำงานจะทำไปด้วยความกดดัน ด้วยความไม่พอใจ ด้วยใจที่ทุกข์ทรมาณ
แต่เมื่อพยายามที่นำพาให้ออกจากวิธีการทำงานแบบเดิม อันเป็นการทำงานด้วย "หัวใจ" (สัมมาทิฐิ) คือ มีความเห็นถูกต้อง ดีงามต่อการริเริ่มการทำงานด้วยใจนั้น ค่อยข้างจะทำได้ช้ากว่า และเริ่มต้นได้ยาก แต่เมื่อได้ทำแล้ว...ก็มักจะทำอย่างต่อเนื่องอย่างยาวนานและทำด้วยใจจริงๆ
ซึ่งวิธีการแบบนี้...ต้องอาศัยความอดทนและพลังใจอย่างมาก
ดังนั้น
โจทย์สำคัญที่เรานำไปใช้ร่วมในการตระหนักเวลาที่ออกเชียร์คนหน้างาน ก็คือ...ทำอย่างไรถึงจะนำพาคนหน้างานให้เปลี่ยนความคิดความเห็นและความรู้สึกในงานของตนเองว่าเป็นงานที่พึงพอใจต่อการที่จะทุ่มเท โดยไม่ต้องไปอิงอาศัยกับอำนาจแห่งการถูกกำหนดหรือสั่งให้ทำ ...หรือถูกลวงนำด้วยลาภ ยศ สรรเสริญ
แต่ลุกขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งที่ร่วมลงมือกระทำด้วยใจที่ฮึกเหิม
สำหรับข้าพเจ้าแล้ว...
มองว่าโจทย์ดังกล่าวเป็นเรื่องที่น่าท้าทาย เพราะการได้มาซึ่ง "หัวใจ" นั้นทำสามารถที่จะสรรค์สร้างพลังต่างๆ ได้อย่างมากมาย
ให้กำลังใจพี่ Kapoom ค่ะ R2R เป็นงานที่อาศัยพลังใจ และ ความริเริ่ม สภาพบ้านเราเคยชินกับการทำงานภายใต้อำนาจ และ เงิน ถ้าไม่มี Top down ลงมา หรือ มีเงินเป็นตัวล่อแล้ว แม้ใครคิดอยากริเริ่ม ก็ไม่ใคร่ได้ความร่วมมือ ไม่รู้ตัวเองคิดลบไปหรือเปล่าค่ะ
หัวใจเป็นสิ่งที่เล็ก...และใจยิ่งเล็กกว่า...
ส่วนตัวของผมมองว่า...การศึกษาธรรมะและปฏิบัติธรรมะในทุกศาสนา
เหมือนกับ R2R...ทั้งสองอย่างต้องเป็นหนึ่งเดียวและกลมเกลียวกัน
และสิ่งที่เชื่อมสองสิ่ง คือ "ใจ"
เมื่อใจของเราก้าวพ้นพันธนาการและความพันธนาใจทั้งมวล
เราจะปฏิบัติธรรมะและ R2R
ด้วยความเข้าใจ และแบ่งปัน...ครับ
ขอบพระคุณครับ...
และตามมาให้กำลังทุกท่าน และทุกทีม...ในการทำ R2R ครับ