GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ท่านเชื่อไหมว่า คน คือทรัพยากรที่มีค่า.....

ทุกปัญหาผลวิเคราะห์ต้นเหตุจะเกิดจากคนเสมอ..
  •    ท่านเชื่อไหมว่า..มากกว่า 90 %องค์กรต่างๆบอกว่า บุคลากรเป็นทรัพยากรที่มีค่ามากที่สุด  แต่กลับมีไม่เกิน 30% ที่ดูแลบุคลากรอย่างที่พูด
  •    ท่านเชื่อไหมว่า..เกินครึ่งขององค์กรต่างๆที่หน่วยงานบุคคล ดูแค่ ลา สาย ป่วย ขาด และอาจแถมด้วยการจ่ายค่ารักษาพยาบาล
  •    ท่านเชื่อไหมว่า..ถ้าองค์กรมีปัญหาด้านการเงิน จะถูกตัดงบอบรมก่อนเป็นอันดับต้นๆ
  •    ท่านเชื่อไหมว่า..คนที่มีอายุมากขึ้นจะทำตามสิ่งที่อยากฟังและอยากเรียน มากกว่าสิ่งที่ควรฟังและควรเรียน
  •    ท่านเชื่อไหมว่า..การสอนคนด้วยการเลกเชอร์เป็นการถ่ายทอดที่ได้ผลต่ำแต่การอบรมกลับเลื่อกวิธีนี้มากที่สุด
  •    ท่านเชื่อไหมว่า..วงจรที่ว่า   งานยุ่ง-เลยไม่มีเวลาสอนลูกน้อง-ลูกน้องเลยไม่เก่งสักที-ลูกน้องมีแต่คำถามไร้คำตอบ-เลยต้องช่วยลูกน้องแก้แต่ปัญหา-งานเลยยุ่ง----วนกลับไปมาไม่รู้จบและวงจรนี้ก็พบอยู่ทุกองค์กร
  •    ท่านเชื่อไหมว่า.. การเรียนรู้แบบสอนงานตัวต่อตัวหรือการโค้ซให้ผลดีเยี่ยม แต่หัวหน้างานเกิน 80%กลับไม่เคยทำ

ท่านเชื่อสักกี่ข้อลองตอบดูเองครับ......

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): อบรมคนบริหารคน
หมายเลขบันทึก: 48848
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 1
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (1)

เคยมีนักวิจัยพยายามจะทำการสำรวจสถานะการพัฒนาทรัพยากรบุคคลของภาคธุรกิจ โดยใช้แบบสอบถามและการสัมภาษณ์ และนำมาประมวลผลทางสถิติ ผมเห็นรายงานรวมถึงแบบสอบถามแล้วคิดอยู่ในใจว่า ไม่ต้องสำรวจก็ได้ เพราะผลที่ออกมาจะเหมือนกับที่พี่สุชาเขียนไว้ข้างบนแหละครับ แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ

ไม่ว่าจะไปสอบถามจากผู้บริหาร ผู้ประกอบการ หรือแม้แต่ผู้ที่ดูแลฝ่ายบุคคล ร้อยทั้งร้อยก็จะบอกว่าเราให้ความสำคัญกับคนเป็นอันดับหนึ่ง

ผมได้เสนอแนะว่าทำไมเราไม่ศึกษาวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบโดยออกแบบสอบถามที่เป็นการถามข้อมูลตัวเลข เช่น รายได้ขององค์กรในปีหนึ่งเป็นเท่าไร แล้วปีที่ผ่านมา หรือ 2-3 ปีที่ผ่านใช้จ่ายเงินไปในการพัฒนาคนในรูปแบบต่างๆเท่าไร ไม่ว่าจะเป็น Class room training , OJT , Coaching, มุมความรู้, หรือระบบอื่นๆภายในองค์กรที่ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ตลอดจนชั่วโมงเรียนหนังสือที่เป็นเป้าสำหรับพนักงานในแต่ละระดับ และถ้าหัวข้อที่เรียนสอดรับกับ Competency ที่จะช่วยปิด Gap ในตำแหน่งงานนั้นๆ สิ่งนี้สะท้อนนโยบายแบบบนลงล่าง

ส่วนมิติเรื่องความผาสุข ความพึงพอใจของพนักงานก็คงต้องใช้แบบสำรวจที่เรียกว่า Morale Survey ก็จะเป็นกระจกสะท้อนอีกด้านจากล่างขึ้นบน

 ข้อมูลพวกนี้เราสามารถนำมาประมวลผลได้ด้วยกระบวนการวิจัย เพื่อนำมาซึ่งคำตอบที่ว่าจริงๆแล้วองค์กรนั้นๆให้ความใส่ใจกับพนักงานจริงหรือไม่

สรุปแล้วข้อความของพี่สุชา จริงแท้แน่นอนครับ เพราะเพียงแค่ Training Need ยังไม่มีการทำกันเลย แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าจะพัฒนาคนของตนอย่างไร