หนังใหญ่ และ หนังตะลุง สันนิษฐานว่ามีกำเนิดจากศิลปะการแสดงของอินโดนีเซียที่เรียกว่า "วายังกุลิต" (ได้รับอิทธิพลมาจากการแสดงหุ่นเงาที่เรียกว่า"ฉายานาฏกะ" ของอินเดีย)

เพื่อนๆ ส่วนใหญ่คงรู้จักและคุ้นเคยกับหนังตะลุงกันดีนะคะ  โดยเฉพาะเพื่อนๆ ที่อยู่ในภาคใต้  ทราบไหมค่ะว่าหนังตะลุงที่เราเห็นในปัจุบันมีความเป็นมาอย่างไร  และหนังตะลุงของจังหวัดชุมพรแตกต่างจากที่อื่นตรงไหน   มาหาคำตอบกับเราซิค่ะ

หนังตะลุง

 

 

 

 

             หนัง หรือ ละครเงา (Shadow Play) พบแพร่หลายในเอเชียอาคเนย์ แบ่งเป็นได้ ๒ แบบ คือ 
          แบบที่ ๑ รูปหนังขนาดใหญ่ คือ หนังที่มีส่วนแขนติดกับลำตัวเคลื่อนไหวไม่ได้ เช่น หนังสเบก (Sbek) ของเขมร และหนังใหญ่ของไทย 
          แบบที่ ๒ รูปหนังขนาดเล็ก คือ หนังที่มีแขนมีรอยต่อกับลำตัวเคลื่อนไหวได้ เช่น หนังอยอง (Ayong) ของเขมร และหนังที่เล่นในชวา บาหลี มาเลเชีย ลาว รวมทั้งหนังตะลุงที่เล่นในภาคใต้ของประเทศไทย
          หนังตะลุงของจังหวัดชุมพร มีการเล่นกันอย่างแพร่หลาย และมีลักษณะแตกต่างจากหนังตะลุงในภาคใต้อื่นๆ ในด้านท่วงทำนอง ลีลาการขับร้อง ตัวตลกและขั้นตอนการเชิด โดยนายหนังตะลุงคณะหนึ่ง จะมี ๑ คน (ในสมัยก่อนอาจมีมากกว่า ๑ คน) ผู้เล่นดนตรีมีจำนวน ๕ - ๙ คน เครื่องดนตรีประกอบด้วย โหม่ง  ๑  คู่  ฉิ่ง ทับ ๑ คู่ กลอง ๑ ลูก (เดิมหนังตะลุงใช้กลองชนิดเดียวกับกลองโนรา ต่อมานิยมใช้กลองแขก ปัจจุบันใช้กลองชุดของดนตรีสากล) ปี่ ๑ เลา และเครื่องดนตรีสากล เช่น ไวโอลิน และกีตาร์ เป็นต้น หนังตะลุงคณะหนึ่งๆ มีตัวหนังประมาณ  ๕๐ - ๒๐๐  ตัว มีตัวตลกแตกต่างจากหนังตะลุงภาคใต้จังหวัดอื่นๆ  เช่น  ไอ้ช้อย,   ไอ้เคน, ไอ้ดี,  น้ำอ้อย,  ไอ้แผล้น,  ไอ้แก้ว, ไอ้เหว่า  และไอ้คุณ  เป็นต้น
          ขั้นตอนในการแสดง  เริ่มจากการลงโรง (โหมโรง) ออกรูปพระอิศวร ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของหนังตะลุงจังหวัดชุมพรที่แตกต่างจากหนังตะลุงจังหวัดอื่น (โดยทั่วไป นิยมออกรูปพระฤาษีเป็นรูปแรก) ตามมาด้วยรูปพระฤาษี ปรายหน้าบท รูปบอกเรื่อง และเล่นเรื่องตามลำดับ หนังตะลุงนิยมเล่นในงานพิธีต่างๆ เช่น งานแก้บน งานรื่นเริง หรืองานเทศกาลต่างๆ เป็นต้น 

          เอกสารอ้างอิง
-
วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญาจังหวัดชุมพร. จัดพิมพ์เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๕ ธันวาคม ๒๕๔๒.