ร้อนจริงๆ  ร้อนจริงๆ ร้อนจริงๆ...ไม่รู้ปีนี้เกิดอะไรขึ้น ผ่านน้ำท่วมไปหยกๆ ก็มาเจออากาศร้อน(ตับแทบแตก) คิดถึงเมืองญี่ปุ่นที่เพิ่งกลับมาไม่นาน  ที่นั่นอากาศเย็นสบายจริงๆ แม้จะเสี่ยงแผ่นดินไหว สึนามิ ก็ไม่กลัว  อย่างงี้ไงเล่าจึงส่งผลให้ดอกซากุระที่นั่นดูสวยงามต้องตาต้องใจ 
        ตอนนี้บ้านเราก็มีทั้งดอกหางนกยูง  ดอกราชพฤกษ์(คูน)  ตะแบกฯลฯ ออกดอกบานสะพรั่ง  ถ้าดูอย่างใจเป็นธรรม ผมว่าสวยไม่แพ้ดอกซากุระเท่าไหร่(อาจสวยมากกว่าด้วยซ้ำ)  แต่พอมาออกดอกในประเทศเมืองร้อน ทำไมเราจึงมองเห็นความงามสู้ที่เมืองหนาวเขาไม่ได้  เพราะเราเอาความรู้สึกส่วนอื่นมาประกอบด้วยไง  ไม่ยุติธรรมกับดอกไม้บ้านเราเลยเนาะ  เหมือนกับเรารู้สึกว่าดอกกระเจียวบ้านเราสวยไม่เท่าดอกทิวลิปยังไงยังงั้น
        ร้อนอย่างงี้เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมเลยพาครอบครัวไปเปลี่ยนบรรยากาศรับลมร้อนที่หาดหัวหินและหาดชะอำแทน ซึ่งก็ร้อนไม่ต่างกัน อาจร้อนมากกว่าด้วยซ้ำ  แต่พอเรารู้สึกว่า อยู่ชายทะเลเลยรู้สึกดีขึ้น จิตมนุษย์เรานี่ช่างปรุงแต่งเหลือเกิน
       คนอื่นๆก็คงใจตรงกัน เลยทำให้รถติดกันยาวเหยียดที่หัวหิน  พอนึกจะไปก็ขับรถไปกันเลยไม่ได้จองโรงแรมล่วงหน้า(วางใจ) ปกติจะไปพักที่โรงแรมหัวหินแกรนด์ แต่พอโทรไปตอนเช้าเขาบอกว่าเต็มหมดแล้ว  ติดต่อโรงแรมอื่นๆที่ราคาพันกว่าบาทคล้ายๆกันก็เต็มหมด เลยลองเสี่ยงไปจองโรงแรมแถวชายหาด ที่ยังไม่เต็มก็ราคาคืนละ 7,000 กว่าบาท เลยถอยกรูด แม้จะพอมีเงินจ่าย  แต่คงจะโง่มากๆเลย ถ้าจ่ายที่พักในสถานการณ์เยี่ยงนี้
       ขับรถวนหาที่พักจนบ่ายสองโมง ทะเลก็ยังไม่ได้เห็นสักแวบ สงสัยเราจะโง่จริงๆที่มาตอนนี้  พอดีนึกขึ้นได้เคยมีคนเขาบอกว่าร้านอาหารอยู่เย็น ซอยเพชรเกษม 51 อยู่ติดชายหาด  อาหารอร่อย เลยพากันไปทานที่นั่น  แต่กว่าจะหาที่จอดรถได้ก็เกือบจะหมดความพยายาม  ไม่รู้คนมาจากไหน คงติดกระแสข่าวเหมือนกัน แน่นร้านไปหมด  ดูราคาตามเมนูอาหารแต่ละอย่างส่วนใหญ่ไม่ต่ำกว่า 450 บาท กรรมกรแม้จะได้ขึ้นค่าแรง 300 บาทก็คงไม่มีสิทธิ์ได้ทาน  ไหนๆมาแล้วเลยตัดสินใจสั่งทานกันจนอิ่ม  ราคาเท่าไรก็คงไม่ต้องบอก แต่เขาก็อร่อยสมราคานะ
      ทานอาหารเสร็จสมาชิกในครอบครัวตกลงกันว่าเราขับรถกลับไปพักที่ชะอำดีกว่า แค่ 50 ก.ม.เท่านั้น  ห้องพักน่าจะว่าง และสงบดีกว่านี้ด้วย  แต่ก่อนไปเราก็ไปแวะทานไอสครีม น้ำแข็งไส ที่ตลาด "เพลินวาน" ที่เขาสร้างจำลองย้อนยุคคล้ายตลาด 100 ปี แต่เพิ่งสร้างได้แค่ 2 ปี ก็ติดกระแสคนนิยมมากันเนืองแน่น  ก็ชื่นชมแนวคิดคนสร้างนะ
      ขับรถมาถึงหาดชะอำก็เกือบห้าโมงเย็น แม้โรงแรมเมธาวลัย ที่เคยพักประจำจะเต็ม แต่ก็มีโรงแรม รีสอร์ทอื่นๆว่างให้เลือกได้หลายที่  แถมอยู่ติดชายหาดทั้งนั้นด้วย บรรยากาศดีกว่าหัวหินเยอะเลย  เราเลยตัดสินใจพักที่โรงแรมไพศิริชะอำ เป็นโรงแรมสร้างใหม่  ห้องพักดีทีเดียวราคาเพียงห้องละ 1,200 บาทเท่านั้น ค่อยรู้สึกว่าโง่น้อยลงไปหน่อย
      แต่ที่ประทับใจและอยากจะเล่าให้ฟังมากที่สุดก็คือ ผมได้เปิดNETหาร้านอาหารอร่อยเพื่อจะทานมื้อเย็น จากที่เขาแนะนำหลายๆร้าน  ก็มาตกลงใจเลือกไปทานที่ร้าน "กัปตันยวด" เห็นคนเชียร์ทางเน็ตเยอะมาก  เป็นร้านที่อยู่ริมสุดปากคลอง(สะพานปลา)ซึ่งอยู่เลยวัดเนรัญชราไปหน่อย ซึ่งจะมีร้านอาหารทะเลหลายร้านบริเวณนี้  แต่ร้านกัปตันยวดอยู่ไกลสุดของปากคลอง บรรยากาศก็ดี  อาหารสดๆทั้งนั้น(ขึ้นจากปากคลองโดยตรง)  ดูราคาที่เมนูแล้วสบายใจที่จะสั่งอย่างเต็มที่  เราไปกัน 3 คนเลยสั่งปลาหมึกทอดกระเทียมพริกไทย  ต้มยำกุ้ง  หน่อไม้ฝรั่งผัดกุ้ง และปลากะพงผัดคื่นช่าย  จานใหญ่ๆทั้งนั้น ข้าวเขาก็ใช้ข้าวหอมมะลิ  อร่อยทุกอย่างเลย  โดยเฉพาะปลาหมึกทอดกระเทียมพริกไทย  ผมเผลอตัวทานจนลืมกลัวคอเลสเตอรอลไปเลย
คิดเงินเบ็ดเสร็จ 700 กว่าบาทเอง  อย่างนี้ต้องมาอีก  จำไว้ๆ "กัปตันยวด" ชื่อนี้เราจะไม่ลืมแน่ๆ